การกำกับดูแลกิจการ การกำกับดูแลกิจการ

คณะกรรมการบริษัทเชื่อมั่นและตระหนักถึงความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งประกอบด้วย การตระหนักถึงบทบาทและความรับผิดชอบของคณะกรรมการในฐานะผู้นำองค์กรที่สร้างคุณค่าให้แก่กิจการอันจะนำไปสู่การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน การมีระบบการบริหารจัดการและการควบคุมภายในที่ดี การมีกลไกการควบคุมและการถ่วงดุลอำนาจเพื่อให้การบริหารงานเป็นไปอย่างโปร่งใสตรวจสอบได้ การเคารพในสิทธิและความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้นโดยส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมและการสื่อสารกับผู้ถือหุ้น การรักษาความน่าเชื่อถือทางการเงินและการเปิดเผยข้อมูล และการบริหารกิจการที่คำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญในการเพิ่มมูลค่าและผลตอบแทนสูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทในระยะยาวอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มและพัฒนาการที่ทำให้เกิดการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงความเข้าใจของคณะกรรมการในการดำเนินธุรกิจของบริษัท ความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียโอกาส และความเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อการดำเนินกิจการ คณะกรรมการได้กำหนดให้มีการทบทวนนโยบายการกำกับดูแลกิจการและการปฏิบัติตามนโยบายอย่างสม่ำเสมอทุกปี โดยบริษัทได้เปิดเผยนโยบายการกำกับดูแลกิจการของบริษัทบนเว็บไซต์เพื่อให้ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ได้รับทราบแนวทางปฏิบัติและการดำเนินธุรกิจของบริษัทภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี นอกจากนี้ บริษัทได้เผยแพร่และสื่อสารให้พนักงานในองค์กรรับทราบการกำกับดูแลกิจการของบริษัท และส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในการปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าว
จากการที่บริษัทมีการบริหารงานโดยยึดถือแนวปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยตระหนักถึงความสำคัญและความรับผิดชอบที่มีต่อผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทอย่างต่อเนื่อง เป็นผลให้ในปี 2563 บริษัทได้รับผลการประเมินจากหน่วยงานที่กำกับดูแล จากองค์กรและหน่วยงานต่าง ๆ ดังนี้
  1. ได้รับผลการประเมินคุณภาพการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 จากสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยอยู่ในระดับ “ดีเยี่ยม”
  2. ได้รับผลการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทยประจำปี 2563 จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) อยู่ในระดับ “ดีเลิศ”
  3. บริษัทได้รับการประกาศชื่ออยู่ใน “หุ้นยั่งยืน” ประจำปี 2563 (Thailand Sustainability Investment 2020) (THSI) โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมอบรางวัลให้แก่บริษัทที่มีความโดดเด่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน มีผลประกอบการที่เข้มแข็ง สร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นได้อย่างมั่นคง ควบคู่ไปกับการดูแลรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมภายใต้กรอบบรรษัทภิบาล

นโยบายการกำกับดูแลกิจการ

คณะกรรมการบริษัทได้ให้ความสำคัญต่อการดูแลให้ผู้ถือหุ้นมีการใช้สิทธิและมีหน้าที่ดูแลรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน ทั้งผู้ลงทุนสถาบัน หรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ถือหุ้นรายย่อย ในฐานะผู้ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และในฐานะของผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทตามแนวปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งเป็นที่ยอมรับ กล่าวคือ
  1. สิทธิของผู้ถือหุ้น
    ส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นได้ใช้สิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ถือหุ้น และดูแลผู้ถือหุ้นมากกว่าสิทธิตามที่กฎหมายกำหนด โดยไม่กระทำการใด ๆ อันเป็นการละเมิดหรือลิดรอนสิทธิของผู้ถือหุ้น
  2. การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน
    กำกับดูแลให้ผู้ถือหุ้นได้รับการปฏิบัติ และปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานให้ผู้ถือหุ้นทุกรายได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันมีมาตรการป้องกันการใช้ข้อมูลภายในเพื่อหาประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่นในทางมิชอบ ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ถือหุ้นโดยรวม
  3. บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย
    ดูแลผู้มีส่วนได้เสียตามสิทธิที่มีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นการละเมิดสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียและกำหนดมาตรการชดเชยกรณีผู้มีส่วนได้เสียได้รับความเสียหายจากการละเมิดสิทธิ มีกระบวนการส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างบริษัทกับผู้มีส่วนได้เสียเพื่อสร้างความมั่งคั่ง ความมั่นคงทางการเงิน และความยั่งยืนของบริษัทมีการกำหนดนโยบายการต่อต้านการทุจริตและห้ามจ่ายสินบนเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจของบริษัท หรือการให้สิ่งของใด ๆ หรือประโยชน์อื่นใดแก่บุคคลที่มีหน้าที่ หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับองค์กรเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจของบริษัท
  4. การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส
    การดำเนินงานเป็นไปด้วยความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ เปิดเผยข้อมูลอย่างเพียงพอแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย พร้อมทั้งดูแลให้มีการเปิดเผยข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ทั้งข้อมูลทางการเงิน และข้อมูลที่มิใช่ข้อมูลทางการเงินอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา โปร่งใส ผ่านช่องทางที่เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย มีความเท่าเทียมกันและน่าเชื่อถือ
  5. ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
    คณะกรรมการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ระมัดระวัง รอบคอบ เพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท และเป็นธรรมต่อผู้ถือหุ้นทุกคน โดยมีระบบการควบคุมภายในที่ดี และการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม รวมถึงการปฏิบัติตามจรรยาบรรณบริษัท
ในปี 2563 บริษัทได้ปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียน ตามที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด ดังนี้

01สิทธิของผู้ถือหุ้น

บริษัทได้ให้ความสำคัญต่อสิทธิของผู้ถือหุ้น โดยตระหนักถึงความสำคัญของผู้ถือหุ้นและสิทธิของผู้ถือหุ้นในความเป็นเจ้าของซึ่งควบคุมบริษัทโดยผ่านคณะกรรมการบริษัทที่แต่งตั้งเข้ามา และมีสิทธิในการตัดสินใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของบริษัท บริษัทจึงได้ส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นได้ใช้สิทธิของตน และได้รับการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน โดยดำเนินการให้ผู้ถือหุ้นได้รับข้อมูลข่าวสารของบริษัทที่ถูกต้อง ครบถ้วน เพียงพอ และทันเวลา รวมถึงสิทธิในการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น สิทธิการมอบฉันทะให้บุคคลอื่นเข้าประชุมและออกเสียงลงคะแนนแทน สิทธิการแสดงความคิดเห็นและซักถามในการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อร่วมตัดสินใจในเรื่องสำคัญของบริษัท เช่น การจัดสรรเงินกำไร การเลือกตั้งกรรมการ การกำหนดค่าตอบแทนกรรมการ การแต่งตั้งผู้สอบบัญชีกำหนดจำนวนเงินคำสอบบัญชี และการอนุมัติธุรกรรมที่สำคัญที่มีผลต่อทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัท เป็นต้น โดยคณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการไว้ชัดเจนว่า บริษัทจะส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นได้ใช้สิทธิขั้นพื้นฐาน โดยบริษัทจะไม่กระทำการใด ๆ อันเป็นการละเมิดหรือลิดรอนสิทธิของผู้ถือหุ้น โดยมีแนวทางการปฏิบัติที่ดีต่อผู้ถือหุ้น ดังนี้

การจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี

  1. บริษัทได้มอบให้บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นนายทะเบียนหุ้นของบริษัทเป็นผู้จัดส่งหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้นและเอกสารประกอบให้กับผู้ถือหุ้นทุกราย เป็นการล่วงหน้าก่อนวันประชุมอย่างน้อย 21 วัน โดยหนังสือนัดประชุมมีรายละเอียดอย่างครบถ้วน ทั้งข้อมูลวัน เวลา สถานที่ และวาระการประชุม พร้อมทั้งระบุวัตถุประสงค์ เหตุผล และความเห็นของคณะกรรมการในแต่ละวาระที่เสนออย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้รับทราบถึงเรื่องที่จะมีการพิจารณาในที่ประชุม เพื่อเป็นปัจจัยพิจารณาในการตัดสินใจเข้าร่วมประชุม พร้อมทั้งให้ผู้ถือหุ้นได้รับข้อมูลประกอบการตัดสินใจล่วงหน้าก่อนการประชุม โดยบริษัทหลีกเลี่ยงการเพิ่มวาระอื่นๆที่จะต้องมีการลงมติในที่ประชุมที่ไม่ได้กำหนดล่วงหน้าในการประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งถือว่าเป็นการไม่เป็นธรรมต่อผู้ถือหุ้นที่ไม่ได้มาเข้าร่วมประชุม
  2. ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี บริษัทนำเสนอค่าตอบแทนกรรมการให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติเป็นประจำทุกปี พร้อมทั้งนำเสนอถึงนโยบายในการกำหนดค่าตอบแทน รวมทั้งหลักเกณฑ์การให้ค่าตอบแทนสำหรับกรรมการเพื่อประกอบการพิจารณาของผู้ถือหุ้นด้วย
  3. บริษัทปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นลงคะแนนเสียงเลือกตั้งกรรมการเป็นรายบุคคล โดยเสนอชื่อกรรมการให้ผู้ถือหุ้นลงคะแนนเป็นรายบุคคล เพื่อให้ผู้ถือหุ้นมีสิทธิเลือกกรรมการที่ต้องการได้อย่างแท้จริง
  4. บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอระเบียบวาระการประชุมผู้ถือหุ้นและเสนอชื่อกรรมการ โดยประกาศแจ้งให้ทราบผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และแจ้งผ่านเว็บไซต์ของบริษัท พร้อมแจ้งหลักเกณฑ์ในการพิจารณาการรับเรื่องที่เสนอมานั้นไว้อย่างละเอียดชัดเจน โดยผู้ถือหุ้นสามารถเสนอระเบียบวาระการประชุมและเสนอชื่อกรรมการล่วงหน้าได้โดยตรงผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท
  5. บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอคำถามและแสดงความคิดเห็นต่อคณะกรรมการในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบริษัทเป็นการล่วงหน้าเพื่อตอบในที่ประชุมผู้ถือหุ้น โดยประกาศแจ้งให้ทราบผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และแจ้งผ่านเว็บไซต์ของบริษัท โดยผู้ถือหุ้นสามารถเสนอความคิดเห็นและคำถามต่อเลขานุการบริษัทล่วงหน้าได้โดยตรงผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท หรือที่ E-mail address: company_secretary@ckplc.com และในระหว่างการประชุมประธานกรรมการบริษัท ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมได้เปิดโอกาสและส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นได้แสดงความคิดเห็นและตั้งคำถามในเรื่องที่เกี่ยวข้องต่อที่ประชุม โดยให้แสดงความเห็นหรือสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับวาระการประชุมในระหว่างการดำเนินการประชุมภายหลังจบการรายงานหรือนำเสนอในแต่ละวาระการประชุม หรือแสดงความเห็น หรือสอบถามเพิ่มเติมในประเด็นอื่นนอกเหนือจากวาระการประชุมภายหลังจากที่ประชุมดำเนินการประชุมครบตามระเบียบวาระแล้ว
  6. บริษัทมีนโยบายอำนวยความสะดวกและส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้น โดยเฉพาะนักลงทุนสถาบันเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นโดยเปิดให้มีการลงทะเบียนล่วงหน้า
  7. บริษัทมีการนำเทคโนโลยีระบบบารโค้ดและโปรแกรมการจัดประชุมผู้ถือหุ้นของ บริษัท อินเวนท์เทค ซิสเท็มส์ (ประเทศไทย)จำกัด มาใช้ในการประชุมผู้ถือหุ้น ทั้งการลงทะเบียน การลงคะแนน การนับคะแนนและแสดงผล เพื่อให้การดำเนินการประชุมสามารถกระทำได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ
  8. บริษัทได้จัดให้บริษัทที่ปรึกษาทางกฎหมาย และบุคคลที่เป็นอิสระซึ่งเป็นตัวแทนผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 2 คนทำหน้าที่พยานในการนับคะแนน เพื่อความโปร่งใส ถูกต้องตามกฎหมายและข้อบังคับ โดยประธานกรรมการบริษัทในฐานะประธานที่ประชุมได้แนะนำผู้ตรวจสอบการนับคะแนนต่อที่ประชุมและจัดให้มีการบันทึกไว้ในรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นซึ่งในการแสดงผลมติต่อที่ประชุมจะแสดงผลทั้งเห็นด้วยไม่เห็นด้วย งดออกเสียง และบัตรเสียสำหรับผลการตรวจนับคะแนน ผู้ถือหุ้นสามารถตรวจสอบได้ โดยบริษัทได้เปิดเผยมติพร้อมผลคะแนนในแต่ละวาระต่อที่ประชุม
  9. หนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทได้ระบุรายละเอียดในวาระการประชุมต่างๆ ไว้อย่างครบถ้วน ประกอบด้วย
    9.1 วาระพิจารณาแต่งตั้งกรรมการ มีการระบุชื่อ นามสกุล อายุ ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน จำนวนบริษัทจดทะเบียนและบริษัททั่วไปที่ดำรงตำแหน่งกรรมการ รวมถึงหลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหา ประเภทของกรรมการที่เสนอ เช่น กรรมการ หรือกรรมการอิสระ รวมทั้งข้อมูล การเข้าร่วมประชุมในปีที่ผ่านมาและจำนวนวาระ/ปี ที่เคยดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัท
    9.2 วาระพิจารณาแต่งตั้งผู้สอบบัญชี มีการระบุชื่อผู้สอบบัญชี บริษัทที่สังกัด ใบอนุญาตผู้สอบบัญชีประสบการณ์ความสามารถของผู้สอบบัญชี จำนวนปีที่สอบบัญชีให้บริษัท รวมทั้งประเด็นเกี่ยวกับความเป็นอิสระของผู้สอบบัญชีและค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชีไว้อย่างชัดเจน
    9.3 วาระพิจารณาอนุมัติจ่ายเงินปันผล มีการแจ้งนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัท อัตราเงินปันผลที่เสนอจ่าย พร้อมเหตุผลและข้อมูลประกอบ รวมถึงในกรณีที่เสนอให้งดการจ่ายเงินปันผล
    9.4 ในหนังสือนัดประชุม มีการระบุข้อเท็จจริงและเหตุผลของแต่ละวาระการประชุม รวมถึงแสดงความเห็นของกรรมการในแต่ละวาระการประชุมไว้อย่างชัดเจน
  10. บริษัทจัดทำรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นอย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมรายละเอียดสำคัญในเรื่องต่างๆ ดังต่อไปนี้
    10.1 บันทึกการชี้แจงขั้นตอนการลงคะแนน โดยแจ้งวิธีการลงคะแนนและนับคะแนนโดยใช้บัตรลงคะแนนรวมถึงวิธีการแสดงผลคะแนนให้ผู้ถือหุ้นรับทราบก่อนเริ่มการประชุม
    10.2 บันทึกประเด็นคำถามค่าตอบที่เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นซักถาม หรือเสนอความคิดเห็นในวาระต่าง ๆ ในที่ประชุม เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมได้รับทราบ
    10.3 บันทึกมติที่ประชุมไว้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งบันทึกจำนวนคะแนนเสียงในแต่ละวาระอย่างชัดเจน ทั้งที่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย และงดออกเสียงในทุก ๆ วาระที่ต้องมีการลงคะแนนเสียง
    10.4 บันทึกรายชื่อ พร้อมตำแหน่งของกรรมการที่เข้าร่วมประชุมและกรรมการที่ลาประชุม เพื่อให้สามารถตรวจสอบถึงการมีส่วนร่วมของกรรมการในการประชุมผู้ถือหุ้นแต่ละครั้ง
    ทั้งนี้ บริษัทได้เผยแพร่มติที่ประชุมผู้ถือหุ้นผ่านระบบข่าวของตลาดหลักทรัย์ฯ และเว็บไซต์ของบริษัท ภายในวันทำการถัดไปและเผยแพร่รายงานการประชุมผู้ถือหุ้นฉบับสมบูรณ์ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท www.ch-karnchang.co.th ภายใน 14 วันนับจากวันประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งผู้ถือหุ้นสามารถตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวได้โดยไม่ต้องรอถึงการประชุมครั้งต่อไป และได้จัดทำวีดิทัศน์บรรยากาศการประชุมผู้ถือหุ้นเผยแพร่บนเว็บไซต์ของบริษัท เพื่อให้ผู้ถือหุ้นที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมหรือผู้ที่สนใจข้อมูลของบริษัท สามารถรับทราบรายละเอียดการประชุมนอกเหนือจากที่บันทึกในรายงานการประชุม โดยบริษัทได้เปิดเผยวีดิทัศน์ดังกล่าว ไว้บนเว็บไซต์จนถึงการประชุมผู้ถือหุ้นคราวถัดไป
  11. ประธานกรรมการบริษัท ประธานคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ได้แก่ ประธานกรรมการตรวจสอบ ประธานกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ประธานกรรมการบรรษัทภิบาลและบริหารความเสี่ยง ประธานกรรมการความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ผู้บริหารสูงสุด) รวมทั้งผู้สอบบัญชีและที่ปรึกษากฎหมายของบริษัทได้เข้าร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีทุกครั้ง เพื่อร่วมตอบข้อชักถามในประเด็นที่เกี่ยวข้อง
  12. บริษัทได้ให้ความสำคัญต่อการประชุมผู้ถือหุ้นเป็นอย่างมาก โดยเน้นเรื่องการจัดสถานที่และเวลาที่ใช้ในการประชุมที่สะดวกต่อการเดินทางของผู้ถือหุ้น อีกทั้งเป็นเวลาที่เหมาะสมและเพียงพอ บริษัทจึงได้ใช้ที่ทำการของบริษัทเป็นสถานที่ประชุม ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 587 อาคารวิริยะถาวร ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร และเป็นบริเวณที่มีการคมนาคมสะดวก ใกล้เคียงกับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน หรือใกล้จุดขึ้นลงทางด่วน โดยมีการจัดรถตู้รับ-ส่ง จากสถานีรถฟฟ้าใต้ดิน และจัดสถานที่จอดรถให้กับผู้ถือหุ้นอย่างเพียงพอ
  13. บริษัทเปิดเผยโครงสร้างการถือหุ้นในบริษัท และในบริษัทย่อยไว้อย่างชัดเจน โปร่งใส และตรวจสอบได้ และไม่มีการถือหุ้นไขว้ในกลุ่มของบริษัท
  14. บริษัทมีสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) มากกว่าร้อยละ 40 โดยคณะกรรมการของบริษัทมีการถือหุ้นรวมกันไม่เกินร้อยละ 25 ของหุ้นที่ออกแล้วของบริษัท
  15. บริษัทมีสัดส่วนการถือหุ้นของนักลงทุนสถาบันรวมกันมากกว่าร้อยละ 5
  16. บริษัทได้ปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกันในเรื่องการซื้อหุ้นคืน และเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถติดต่อสื่อสารระหว่างกันได้
  17. บริษัทไม่มีข้อตกลงระหว่างผู้ถือหุ้น (Shareholders agreement) ที่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อบริษัทหรือผู้ถือหุ้นรายอื่น

02การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน

บริษัทมีนโยบายสนับสนุนและให้ความสำคัญในการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกันและเป็นธรรมไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้นส่วนน้อยหรือผู้ถือหุ้นต่างชาติ เพื่อเป็นการปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ถือหุ้น ดังนั้นบริษัทจึงมีมาตรการต่าง ๆ ดังนี้

  1. บริษัทให้สิทธิแก่ผู้ถือหุ้นทุกรายในการออกเสียงลงคะแนนในแบบหนึ่งหุ้นต่อหนึ่งเสียง ทั้งนี้เพื่อความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้น โดยมีแนวพิจารณา คือ หุ้นประเภทเดียวกันควรมีสิทธิออกเสียงที่เท่าเทียมกันเท่ากับหนึ่งหุ้นต่อหนึ่งเสียง
  2. บริษัทมีกระบวนการและซ่องทางให้ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยสามารถมีส่วนร่วมในการบริหารงานบริษัท โดยเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยสามารถเสนอระเบียบวาระการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นและเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อเข้ารับการพิจารณาแต่งตั้งเป็นกรรมการบริษัทก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น โดยบริษัทได้ประกาศแจ้งรายละเอียดพร้อมหลักเกณฑ์ในการพิจารณาไว้อย่างละเอียดชัดเจนให้ผู้ถือหุ้นทราบผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และผ่านเว็บไซต์ของบริษัทเป็นเวลา 4 เดือน ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ถือหุ้นส่วนน้อยในการใช้สิทธิเสนอเรื่องที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของบริษัท และสิทธิในการเลือกตั้งกรรมการที่เป็นอิสระมาดูแลผลประโยชน์แทนตนได้
  3. บริษัทกำหนดแนวทางการป้องกันการใช้ข้อมูลภายในของบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษรตามมติคณะกรรมการบริษัท โดยบริษัทถือเป็นนโยบายสำคัญที่จะไม่ให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานใช้โอกาสจากการเป็นกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานบริษัท แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน โดยระบุไว้ในรายงานประจำปี้ และคู่มือจรรยาบรรณและจริยธรรมทางธุรกิจ พร้อมทั้งนำแจกและเผยแพร่ให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานบริษัททุกคนได้รับทราบและปฏิบัติตาม พร้อมนำข้อมูลดังกล่าวเผยแพร่ในเว็บไซต์ของบริษัทซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่พนักงานทุกคนสามารถเข้าถึงได้กรรมการและผู้บริหารบริษัทมีแนวทางปฏิบัติที่ต้องรายงานการถือหลักทรัพย์ของตนเอง คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะซึ่งถือหลักทรัพย์ของบริษัท รวมทั้งรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ทุกครั้งที่มีการซื้อ ขาย โอน หรือรับโอนหลักทรัพย์ ต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 ภายใน 3 วันทำการหลังจากวันที่ซื้อ ขาย โอน หรือรับโอนหลักทรัพย์ นอกจากนี้กรรมการและผู้บริหารยังได้รับทราบหน้าที่และความรับผิดชอบตามที่กำหนดรวมถึงบทกำหนดโทษตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 ด้วยบริษัทให้ความสำคัญต่อระบบการควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพ โดยกำหนดแนวทางการควบคุมภายในเพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น โดยบริษัทได้กำหนดห้ามผู้บริหารที่ได้รับทราบข้อมูลภายในกระทำการใด ๆ ซึ่งเป็นการขัดต่อมาตรา 241 ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 รวมถึงกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องสืบเนื่องจากแนวทางในการป้องกันการใช้ข้อมูลภายในของบริษัท โดยในทุกปีที่ผ่านมาบริษัทไม่เคยเกิดกรณีที่กรรมการและผู้บริหารของบริษัทใช้ข้อมูลภายในเพื่อแสวงหาผลประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่นในทางมิชอบแต่อย่างใด
  4. บริษัทเปิดเผยรายละเอียดและเหตุผลของการทำรายการที่เกี่ยวโยงกันที่เข้าข่ายต้องเปิดเผยข้อมูล หรือขออนุมัติจากผู้ถือหุ้นตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีการเปิดเผยชื่อและความสัมพันธ์ของบุคคลที่เกี่ยวโยง นโยบายการกำหนดราคา และมูลค่าของรายการ รวมทั้งความเห็นของคณะกรรมการเกี่ยวกับรายการดังกล่าวให้ผู้ถือหุ้นทราบอย่างชัดเจนคณะกรรมการมีนโยบายห้ามกรรมการและผู้บริหารซึ่งเป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกันหรือมีสวนได้เสียกับวาระที่จะพิจารณาเข้าร่วมประชุมหรือออกเสียงในวาระนั้นโดยฝ่ายบริหารจะแจ้งกรรมการและผู้บริหารซึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมประชุม หรือออกเสียงในวาระนั้น ๆ ทราบเป็นการล่วงหน้า ทั้งนี้ การพิจารณาว่าบุคคลที่เกี่ยวโยงกันและผู้มีส่วนได้เสีย คณะกรรมการจะพิจารณาจากรายงานการมีส่วนได้เสียซึ่งกรรมการและผู้บริหารทุกคน มีหน้าที่จัดทำและเปิดเผยรายงานดังกล่าวต่อประธานกรรมการบริษัทและประธานกรรมการตรวจสอบ ตามที่คณะกรรมการมีนโยบายให้กรรมการและผู้บริหารจัดทำรายงานการมีส่วนได้เสีย
  5. บริษัทได้เปิดเผยว่ารายการระหว่างกันได้กระทำอย่างยุติธรรมตามราคาตลาด และเป็นไปตามปกติธุรกิจการค้าซึ่งในปีที่ผ่านมาบริษัทไม่มีการทำรายการที่เกี่ยวโยงกันโดยฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดยนอกเหนือจากการแจ้งรายการเกี่ยวโยงดังกล่าวผ่านช่องทางการแจ้งข่าวแก่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแล้ว บริษัทยังได้เปิดเผยรายการที่เกี่ยวโยงกันไว้ในรายงานประจำปีของบริษัท
  6. บริษัทไม่มีโครงสร้างแบบกลุ่มธุรกิจที่มีการทำรายการระหว่างกันในลักษณะที่อาจมีความขัดแย้งของผลประโยชน์หากพิจารณาจากโครงสร้างการถือหุ้นและระดับของการทำรายการระหว่างกันภายในกลุ่มธุรกิจ ซึ่งพิจารณาจากรายได้และรายจ่ายของบริษัทจากการทำธุรกิจในกลุ่ม โดยเทียบกับรายได้รวมและรายจ่ายรวม ทั้งนี้จะพิจารณาระดับของการทำรายการไม่ว่าจะเป็นรายได้หรือรายจ่ายซึ่งต้องน้อยกว่าร้อยละ 25 ยกเว้นกรณีที่เป็นการทำรายการตามปกติธุรกิจและกรณีที่เป็นการทำธุรกรรมกับบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วมที่ไม่มีผู้เกี่ยวโยงที่ถือหุ้นเกินร้อยละ 10
  7. บริษัทอำนวยความสะดวกให้ผู้ถือหุ้นที่ไม่สามารถข้าประชุมด้วยตนเอง สามารถใช้สิทธิออกเสียงโดยมอบฉันทะให้บุคคลอื่นมาประชุมและออกเสียงลงมติแทนและบริษัทได้เสนอชื่อกรรมการตรวจสอบซึ่งเป็นกรรมการอิสระ เพื่อเป็นทางเลือกในการมอบฉันทะของผู้ถือหุ้น โดยบริษัทได้จัดส่งหนังสือมอบฉันทะแบบ ข.ไปพร้อมกับหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ถือหุ้นที่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมในวันที่กำหนดยังคงสิทธิในฐานะผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิเท่าเทียมกัน
  8. หนังสือมอบฉันทะที่บริษัทจัดส่งพร้อมกับหนังสือนัดประชุมได้ระบุถึงรายละเอียดเอกสาร และหลักฐานที่ใช้ในการมอบฉันทะไว้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งแนะนำขั้นตอนที่สะดวกในการมอบฉันทะเพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถจัดเตรียมได้อย่างครบถ้วนถูกต้อง และไม่เกิดปัญหาในการเข้าร่วมประชุมของผู้รับมอบฉันทะ
  9. ข้อกำหนดในการมอบฉันทะของผู้ถือหุ้นที่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ด้วยตนเองนั้นบริษัทมิได้กำหนดกฎเกณฑ์หรือเงื่อนไขใดที่ก่อให้เกิดความยุ่งยากต่อการมอบฉันทะให้บุคคลอื่นเข้าร่วมประชุมแทนแต่อย่างใด มีเพียงกำหนดให้รับรองเอกสารโดยตัวผู้มอบฉันทะและตัวผู้รับมอบฉันทะเท่านั้น เพื่อเป็นการยืนยันว่าได้มีการใช้สิทธิและมอบสิทธิในการเข้าประชุมผู้ถือหุ้นอย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่พึงปฏิบัติ
  10. บริษัทจัดส่งหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นล่วงหน้าก่อนการประชุมอย่างน้อย 21 วัน
  11. บริษัทได้เผยแพร่หนังสือเชิญประชุมพร้อมรายละเอียดของหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นฉบับสมบูรณ์บนเว็บไซต์ของบริษัทเป็นการล่วงหน้า 30 วันก่อนวันประชุม เพื่อให้ผู้ถือหุ้นมีเวลาพิจารณารายละเอียดของแต่ละวาระสำหรับผู้ถือหุ้นที่ไม่สะดวกเข้าร่วมประชุมด้วยตนเอง
  12. บริษัทจัดส่งหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้นและเอกสารประกอบการประชุมภาษาไทยให้กับผู้ถือหุ้นชาวไทย และเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ถือหุ้นต่างชาติ บริษัทได้จัดทำหนังสือนัดประชุมและเอกสารประกอบการประชุมฉบับภาษาอังกฤษให้กับผู้ถือหุ้นต่างชาติ โดยผู้ถือหุ้นทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติทุกคนจะได้รับเอกสารอย่างครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
  13. บริษัทไม่มีนโยบายให้ความช่วยเหลือทางการเงิน เช่น การให้กู้ยืมเงิน หรือการค้ำประกันสินเชื่อให้กับบริษัทที่ไม่ใช่บริษัทย่อยของบริษัท ยกเว้นในกรณีที่เป็นการให้กู้ยืมหรือค้ำประกันเงินกู้ตามสัดส่วนการถือหุ้นที่เป็นไปตามสัญญาร่วมทุน
  14. ในปีที่ผ่านมาบริษัทไม่มีการทำรายการซื้อขายสินทรัพย์ในลักษณะที่เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประทศไทย และ/หรือสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

03บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย

บริษัทได้ให้ความสำคัญต่อสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้มีส่วนได้เสียภายใน ได้แก่ พนักงานและผู้บริหารของบริษัทและบริษัทย่อย หรือผู้มีส่วนได้เสียภายนอก ได้แก่ ลูกค้า คู่ค้า คู่แข่ง เจ้าหนี้ ชุมชน สังคม ภาครัฐและหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้มีส่วนได้เสียเหล่านี้ได้รับการคุ้มครองและดูแลเป็นอย่างดีตามข้อกำหนดของกฎหมายและกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากบริษัทตระหนักถึงแรงสนับสนุนจากผู้มีส่วนได้เสียต่าง ๆ ซึ่งจะสร้างความสามารถในการแข่งขันและสร้างกำไรให้กับบริษัท ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างความสำเร็จในระยะยาวของบริษัทได้ โดยคณะกรรมการของบริษัทได้กำหนดไว้ในนโยบายการกำกับดูแลกิจการว่า บริษัทจะดูแลผู้มีส่วนได้เสียตามสิทธิที่มีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องไม่กระทำการใด ๆ ที่เป็นการละเมิดสิทธิของผู้มีส่วนได้เสีย และกำหนดมาตรการชดเชยกรณีผู้มีส่วนได้เสียได้รับความเสียหายจากการละเมิดสิทธิ โดยแนวปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทเป็นดังนี้

  1. ผู้ถือหุ้น
    - ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และเป็นธรรม โดยคำนึงถึงผู้ถือหุ้นทั้งรายใหญ่และรายย่อย และเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องโดยรวม
    - บริหารกิจการของบริษัทให้มีความเจริญก้าวหน้า มั่นคง และก่อให้เกิดผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้น
    - จัดการดูแลไม่ให้ทรัพย์สินใดๆ ของบริษัทสูญค่าหรือสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์
    - เปิดเผยข้อมูลและสารสนเทศทั้งทางการเงินและไม่ใช่ทางการเงินที่เกี่ยวกับธุรกิจและผลประกอบการของบริษัทที่เป็นจริงอย่างครบถ้วนเพียงพอ สม่ำเสมอ ทันเวลา และแสดงให้เห็นถึงสถานภาพของการประกอบการและสถานภาพทางการเงินที่แท้จริงของบริษัท
    - บริษัทได้ปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลกิจการที่ดีในหมวดสิทธิของผู้ถือหุ้น และการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกันมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้บริษัทได้ให้ความสำคัญกับการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี โดยบริษัทปฏิบัติตามหลักการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ซึ่งกำหนดโดยสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ทั้งก่อนการประชุม วันประชุม และหลังการประชุม เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ถือหุ้นทุกคนได้ใช้สิทธิออกเสียงในการประชุมได้โดยเท่าเทียมกัน
  2. คู่ค้า และ/หรือเจ้าหนี้/ลูกหนี้
    - บริษัทปฏิบัติต่อคู่ค้า และหรือ เจ้าหนี้/ลูกหนี้ทุกรายอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของบริษัท และตั้งอยู่บนพื้นฐานของการได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรมทั้งสองฝ่าย
    - เงื่อนไขการคัดเลือกคู่ค้า มีการแข่งขันบนข้อมูลที่ได้รับอย่างเท่าเทียมกัน ไม่มีการกีดกันไม่ให้คู่ค้ารายใดรายหนึ่งเข้าร่วมแข่งขันทางธุรกิจ
    - ใช้สินค้าและบริการที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง และไม่สนับสนุนสินค้าหรือการกระทำที่เป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
    - จัดทำรูปแบบสัญญาที่เหมาะสมและเป็นมาตรฐานเดียวกัน
    - จัดให้มีระบบการจัดการและติดตามเพื่อให้มั่นใจว่ามีการปฏิบัติตามสัญญาครบถ้วน มีระบบการควบคุมภายในที่ป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบในทุกขั้นตอนของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง
    - จ่ายเงินคู่ค้าให้ตรงเวลาตามเงื่อนไขการชำระเงินที่ตกลงกัน ปฏิบัติตามเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ตกลงกันไว้กับคู่ค้าและ/หรือ เจ้าหนี้ อย่างเคร่งครัด
    - ไม่แสวงหาข้อมูลที่เป็นความลับของคู่ค้าด้วยวิธีการที่ไม่สุจริตหรือไม่เหมาะสม เช่น การจ่ายสินจ้างให้แก่กรรมการและพนักงานของคู่แข่ง
    - ไม่กล่าวหาในทางร้ายแก่คู่ค้าโดยปราศจากข้อมูลแห่งความจริง
    - หลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ รวมทั้งปฏิบัติตามพันธะสัญญา
    - ให้ข้อมูลที่เป็นจริง รายงานที่ถูกต้อง การเจรจาแก้ปัญหาและหาทางออกตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสัมพันธ์ทางธุรกิจ
    - ปฏิบัติตามสัญญาหรือเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ตกลงกันไว้อย่างเคร่งครัด รวมถึงภาระผูกพันและหนี้สินที่อาจเกิดขึ้นในกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง หรือมีเหตุทำให้ผิดนัดชำระหนี้ ต้องรีบแจ้งให้เจ้าหนี้ทราบโดยไม่ปกปิดข้อเท็จจริง เพื่อร่วมกันพิจารณาหาแนวทางที่แก้ไขโดยใช้หลักความสมเหตุสมผล
    - บริหารจัดการเงินทุนให้มีโครงสร้างที่เหมาะสมเพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของบริษัท และรักษาความเชื่อมั่นต่อเจ้าหนี้
    - มุ่งมั่นในการรักษาสัมพันธภาพที่ยั่งยืนกับเจ้าหนี้และให้ความเชื่อถือซึ่งกันและกัน
  3. ลูกค้า
    - บริษัทมีนโยบายและแนวปฏิบัติที่เป็นธรรมและรับผิดชอบต่อลูกค้าอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม มีทัศนคติที่ดี และให้ความสำคัญต่อลูกค้า ปฏิบัติต่อลูกค้าด้วยความเต็มใจ กระตือรือร้น มีน้ำใจ สุภาพอ่อนโยนและรักษาความลับของลูกค้าโดยไม่นำไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ รวมทั้งปฏิบัติต่อลูกค้า ทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่เลือกปฏิบัติต่อบุคคลหนึ่งบุคคลใดโดยเฉพาะ
    - ส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพ ตรงตามข้อตกลงกับลูกค้าในราคาที่เป็นธรรม
    - ให้ข้อมูล ข่าวสาร และคำแนะนำที่ถูกต้อง เพียงพอ และทันเหตุการณ์ต่อลูกค้า เพื่อให้ทราบเกี่ยวกับสินค้าการบริการ
    - ปฏิบัติตามเงื่อนไขต่าง ๆ ที่มีต่อลูกค้าอย่างเคร่งครัด กรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อใดได้ ต้องรีบแจ้งให้ลูกค้าทราบ เพื่อร่วมกันพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหา
    - มีกระบวนการที่ให้ลูกค้าร้องเรียนเกี่ยวกับคุณภาพ ปริมาณ ความปลอดภัยของสินค้าและบริการ รวมทั้งความรวดเร็วในการตอบสนอง การส่งมอบ และการดำเนินการอย่างถึงที่สุดเพื่อให้ลูกค้าได้รับการตอบสนองอย่างรวดเร็ว
  4. คู่แข่ง
    - บริษัทมีนโยบายและแนวปฏิบัติที่เป็นธรมและรับผิดชอบต่อคู่แข่งอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรมอย่างมีจริยธรรม โปร่งใสและแข่งขันอย่างเป็นธรรม และอยู่ในกรอบของกฎหมาย
    - บริษัทมีนโยบายเสรีทางการค้า และบริษัทเชื่อว่าการมีคู่แข่งเป็นเรื่องดีเพราะจะทำให้เกิดการพัฒนาทั้งมาตรฐานการบริการ และนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อเสนอต่อลูกค้า
    - ประพฤติปฏิบัติภายใต้กรอบการแข่งขันที่ดี
    - ไม่ทำลายชื่อเสียงของคู่แข่งขันทางการค้าด้วยการกล่าวหาในทางร้ายและปราศจากข้อมูลความจริง
    - ไม่เข้าถึงสารสนเทศที่เป็นความลับของคู่แข่งด้วยวิธีการที่ไม่สุจริตหรือด้วยวิธีการอื่นที่ไม่เหมาะสม
  5. ผู้มีส่วนได้เสียทางธุรกิจ
    - บริษัทได้กำหนดนโยบายและขั้นตอนการอนุมัติรายการที่เกี่ยวโยงกันไว้อย่างชัดเจนเพื่อป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นได้
  6. พนักงาน
    - บริษัทมีนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับความปลอดภัยและสุขอนามัยในสถานที่ทำงานแก่พนักงาน รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดี ส่งเสริมให้พนักงานมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีและทำงานได้อย่างมีความสุข โดยมีบริการห้องออกกำลังกาย มีแข่งขันกีฬาประจำปีเพื่อสร้างสามัคคีและความสัมพันธ์อันดี นอกจากนี้ ในปี 2563 ไม่มีรายงานการเกิดอุบัติเหตุ หรืออัตราการหยุดงาน หรืออัตราการเจ็บป่วยจากการทำงานถึงขั้นหยุดงาน
    - บริษัทตระหนักเป็นอย่างยิ่งถึงความสำคัญของพนักงน และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้บริษัทสรรหาและว่าจ้างบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์เพื่อเข้ามาปฏิบัติงาน และสัมพันธ์กับความต้องการและการเติบโตของบริษัท โดยจัดโครงการพัฒนาความรู้ความสามารถพนักงานอย่างต่อเนื่องให้มีความสามารถในระดับสูง
    - บริษัทมีนโยบายและแนวปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมและเปิดเผยถึงการปฏิบัติเกี่ยวกับค่าตอบแทนและสวัสดิการให้กับพนักงานอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน โดยการให้ผลตอบแทนและสวัสดิการที่เหมาะสมและเป็นธรรมตลอดจนจัดให้มีสวัสดิการต่าง ๆ ซึ่งมากกว่าที่กฎหมายกำหนด เช่น การจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสิทธิในการเข้ารับการรักษาพยาบาลจากสถานพยาบาลที่บริษัทกำหนด เงินช่วยเหลือกรณีพนักงานหรือบิดา มารดาของพนักงาน หรือคู่สมรสถึงแก่กรรมการจัดให้มีการตรวจสุขภาพประจำปี การจัดกิจกรรม 5 ส. และการจัดให้มีสถานที่ออกกำลังกาย เป็นต้น
    - บริษัทให้ความสำคัญในการพัฒนาบุคลากรเป็นอย่างยิ่งโดยได้จัดทำแผนพัฒนาบุคลากรภายในที่ชัดเจนส่งเสริมให้พนักงานทุกระดับชั้นตั้งแต่ระดับพนักงานจนถึงผู้บริหารระดับสูง ให้ได้รับการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาให้มีความรู้ความสามารถ ทั้งทางทฤษฎีและทางปฏิบัติเพื่อให้เกิดทักษะในการทำงาน รวมทั้งการจ้างงานในเงื่อนไขที่ยุติธรรมเหมาะสมกับสภาวะตลาดและสอดคล้องกับกฎหมายแรงงาน
    - การให้ผลตอบแทนที่เป็นธรรมและเหมาะสมแก่พนักงานตามศักยภาพการทำงาน ด้วยการนำระบบประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานในการวัดความสามารถเพื่อเป็นหลักในการพัฒนาสมรรถนะ (Competency) และมีการวัดผลการปฏิบัติงานที่ชัดเจนกำหนดเป็นดัชนีชี้วัดผล (KPI) ในทุกกิจกรรมที่สำคัญประกอบการพิจารณาความดีความชอบของพนักงานเพื่อเป็นแรงจูงใจในการพัฒนางาน และผลตอบแทนที่เชื่อมโยงกับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับกิจการและสอดคล้องกับผลการดำเนินงานของบริษัททั้งในระยะสั้นและระยะยาว
    - การสร้างบรรยากาศการทำงานแบบมีส่วนร่วมและการทำงานเป็นทีม โดยเปิดโอกาสให้พนักงานได้ร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับงานที่ปฏิบัติอย่างทั่วถึง
    - บริษัทได้กำหนดนโยบายด้านการเคารพสิทธิมนุษยชน โดยการกำหนดแนวทางการดำเนินงานและแนวปฏิบัติที่ชัดเจนในการไม่เลือกปฏิบัติ การให้โอกาสที่เท่าเทียมกันในการจ้างงานของสตรี ผู้พิการ กลุ่มผู้ด้อยโอกาส เยาวชน ผู้สูงอายุ และการยอมรับสิทธิในการรวมกลุ่มและร่วมเจรจาต่อรองของพนักงานโดยในปี 2563 บริษัทไม่ได้รับการร้องเรียนเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนแต่อย่างใด
    - การกำกับดูแลให้พนักงานปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพนักงานอย่างเคร่งครัดรวมถึงการให้คำแนะนำแก่พนักงานเพื่อไม่ให้มีการกระทำผิดกฎหมาย โดยบริษัทกำกับดูแลให้พนักงานมีการใช้สินค้าถูกกฎหมายและป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดจนส่งเสริมให้ใช้แนวทางการดำเนินงานและปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตไม่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชั่นเพื่อผลประโยชน์และความสำเร็จของบริษัท
  7. สังคมและส่วนรวม
    - บริษัทมีนโยบายและแนวปฏิบัติที่เป็นธรมและรับผิดชอบต่อสังคมไว้อย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม และเปิดเผยถึงการปฏิบัติ โดยคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม และไม่กระทำการใดๆ ที่จะมีผลเสียหายต่อชื่อเสียงของประเทศทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และประโยชน์สาธารณะ
    - ส่งเสริมและปลูกฝังให้เกิดจิตสำนึกของความรับผิดชอบต่อสังคมให้กับพนักงานทุกระดับ
    - ไม่กระทำการช่วยเหลือ สนับสนุน หรือยอมเป็นเครื่องมือที่จะทำให้เกิดการหลีกเลี่ยงการปฏิบัติตามกฎหมาย
  8. ชุมชน
    - บริษัทถือว่าชุมชนเป็นส่วนหนึ่งที่บริษัทต้องดูแลและอำนวยความสะดวก บริษัทจึงมุ่งเน้นการส่งเสริมกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนและสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นการตอบแทนสังคมจึงมีนโยบายให้การสนับสนุนและมีส่วนร่วมสนับสนุนกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชน โดยปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับต่างๆ
    - ร่วมประชุม แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และให้ความร่วมมือกับหน่วยงานในท้องถิ่น เพื่อการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนอย่างสม่ำเสมอ
    - บริษัทกำหนดให้มีมาตรการป้องกันแก้ไข เมื่อเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนอันเนื่องมาจากการดำเนินงานของบริษัท
  9. สิ่งแวดล้อม
    - คณะกรรมการบริษัทมีนโยบายที่จะดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมโดยมุ่งมั่นจะปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ มาตรฐาน และข้อกำหนดต่าง ๆ รวมทั้งการยึดแนวนโยบายของภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด และพร้อมที่จะดำเนินการพัฒนากระบวนการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมภายในองค์กรอย่างจริงจังและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่ามากที่สุด และเกิดของเสียจากกิจกรรมขององค์กรที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด รวมถึงการให้ความรู้และฝึกอบรมพนักงานในเรื่องสิ่งแวดล้อม และการเข้าไปมีส่วนร่วมสนับสนุนกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชน เพื่อให้การดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และสะท้อนความยั่งยืนของธุรกิจต่อไป
    - พัฒนาและปรับปรุงระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมในทุกกิจกรรมของบริษัทเพื่อลดมลภาวะและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยมีวัตถุประสงค์ เป้าหมาย แผนงานปฏิบัติ และการประเมินผลอย่างชัดเจน
    - ให้การสนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมทั้งดำเนินการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร และให้ความร่วมมือกับพนักงาน ลูกค้า หน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงสาธารณชนทั่วไป เพื่อสร้างภาพลักษณ์และความเข้าใจอันดีต่อการจัดการสิ่งแวดล้อมของบริษัท
    - มีการตอบสนองอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพต่อเหตุการณ์ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนอันเป็นผลมาจากการดำเนินงานของบริษัท
    - ส่งเสริมให้พนักงานบริษัทมีจิตสำนึกและมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมตลอดจนรณรงค์การอนุรักษ์และการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการฝึกอบรมและให้ความรู้ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ อาทิ สารภายใน บอร์ดประชาสัมพันธ์ หนังสือเวียนภายในต่อพนักงานเพื่อเพิ่มพูนความรู้และทักษะด้านสิ่งแวดล้อม
    - มีการนำเสนอผลการปฏิบัติงานตามนโยบายและแผนงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมในรูปแบบการรายงานตรงต่อคณะกรรมการ และเผยแพร่การดำเนินงานด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมแก่พนักงานของบริษัทผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท รวมถึงเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวต่อสาธารณชนผ่านเว็บไซต์และรายงานประจำปีของบริษัท
  1. บริษัทได้กำหนดนโยบายที่จะไม่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน เพื่อเป็นการเคารพสิทธิมนุษยชนซึ่งเป็นรากฐานของการดูแลและพัฒนาบุคลากร อันจะมีส่วนสำคัญในการสร้างคุณภาพและผลงานโดยรวมของบริษัท โดยกำหนดให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชนหรือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ สี่ผิว เพศ ภาษา ศาสนา สังคม ทรัพย์สิน ถิ่นกำเนิด ความคิดเห็นทางการเมือง หรือสถานะอื่น ๆ รวมถึงตระหนักในหน้าที่และความรับผิดชอบที่มีต่อสังคมและบุคคลอื่น โดยมีแนวทางในการปฏิบัติและการดูแลพนักงาน ดังนี้
    1. บริษัทปฏิบัติตามกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด และไม่สนับสนุนกิจการที่ละเมิด หลักสิทธิมนุษยชน
    2. บริษัทปฏิบัติต่อพนักงานทุกระดับอย่างเท่าเทียม โดยไม่เลือกปฏิบัติในการจ้างงาน การจ่ายค่าตอบแทนการเข้ารับการอบรม การเลื้อนตำแหน่ง การเลิกจ้าง หรือการให้ออกจากงานอันเนื่องมาจากการแบ่งแยกเพศ เชื้อชาติ สีผิว ศาสนา อายุ สถานภาพการสมรส ผู้มีครรภ์ ความคิดเห็นทางการเมือง หรือผู้พิการ เป็นต้น
    3. บริษัทเปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันในการทำงานภายใต้กฎระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศและคำสั่งต่าง ๆ ของบริษัท
    4. การดูแลด้านผลตอบแทนและสวัสดิการ นอกเหนือจากสวัสดิการพื้นฐานตามกฎหมายแล้วบริษัทมุ่งมั่นที่จะจ่ายผลตอบแทนและจัดสวัสดิการตามความเหมาะสมและสมควรแก่กรณี โดยการเทียบเคียงกับสภาพตลาดโดยรวมอย่างสม่ำเสมอ
    5. การพัฒนาบุคลากร บริษัทมีนโยบายพัฒนาบุคลากรด้วยการสร้างความพึงพอใจ ทั้งในด้านผลตอบแทนและบรรยากาศในการทำงาน โดยพัฒนาขีดความสามารถตามความต้องการของแต่ละหน่วยงานเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันขององค์กร
  2. บริษัทได้กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการไม่ล่วงละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาหรือลิขสิทธิ์ เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาที่อาจทำให้บริษัทเสียหายหรือเสียชื่อเสียง โดยห้ามผู้บริหารและพนักงานนำซอฟต์แวร์ที่ผิดกฎหมายมาใช้ และห้ามคัดลอกซอฟท์แวร์ลิขสิทธิ์มาใช้ด้วยเหตุผลใด" โดยมิได้รับอนุญาตจากบริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์นั้น ๆ และให้พนักงานทุกคนมีหน้าที่ช่วยกันดูแลรักษางานอันเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัท และไม่นำทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทไปใช้หรือให้บุคคลอื่นใช้โดยมิได้รับอนุญาต รวมถึงมีนโยบายห้ามการดำเนินการที่มีลักษณะเป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาทุกประเภท โดยมีแนวปฏิบัติ ดังนี้
    1. พนักงานทุกคน มีหน้าที่ปกป้องและรักษาความลับอันเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทเพื่อมิให้ข้อมูลเหล่านั้นรั่วไหล และต้องไม่นำทรัพย์สินทางปัญญาประเภทต่าง ๆ ของบริษัทไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือเพื่อบุคคลอื่นโดยมิได้รับอนุญาต
    2. พนักงานทุกคนต้องเคารพและให้เกียรติต่อทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น และไม่นำผลงานอันมีทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วนของผลงานไปใช้โดยที่ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของผลงาน
  3. บริษัทได้กำหนดนโยบายการต่อต้านการทุจริตและห้ามจ่ายสินบนเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจของบริษัท หรือการให้สิ่งของใด ๆ หรือประโยชน์อื่นใดแก่บุคคลที่มีหน้าที่หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับองค์กรเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจของบริษัท โดยกำหนดเป็นแนวปฏิบัติในการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาทุจริต และความไม่เป็นธรรมในการดำเนินธุรกิจอย่างชัดเจน เช่น มีการปฏิบัติตามข้อห้าม แผนงาน หรือมาตรการในการควบคุมภายใน จริยธรรมและการกำกับการปฏิบัติงาน ซึ่งถือเป็นหน้าที่ของพนักงานทุกคนและทุกระดับในบริษัท และมีการควบคุมดูแลด้านจรรยาบรรณ จริยธรรม และแผนงาน หรือมาตรการในการกำกับการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการต่อต้านการทุจริตและให้สินบน รวมถึงอำนาจหน้าที่ในการรายงานเรื่องต่างๆ โดยตรงต่อหน่วยงานที่ติดตามตรวจสอบความอิสระขององค์กร นอกจากนี้ยังมีกระบวนการในการประเมินความเสี่ยงจากการทุจริต และได้กำหนดแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการกำกับดูแลและควบคุมเพื่อป้องกันและติดตามความเสี่ยงจากการทุจริต รวมถึงแนวทางในการติดตามประเมินผลการปฏิบัติตามนโยบายการต่อต้านการทุจริต โดยได้จัดให้มีการฝึกอบรมแก่พนักงานเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับนโยบายและแนวปฏิบัติในการต่อต้านการทุจริตอย่างน้อยปีละครั้งเป็นประจำทุกปี เพื่อให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัททุกคนได้ยึดถือและปฏิบัติอย่างเคร่งครัด โดยบริษัทได้กำหนดเป็นนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยมีแนวทางปฏิบัติที่สำคัญดังนี้
    1. กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับของบริษัทควรปฏิบัติงานด้วยความเป็นธรรม ชื่อสัตย์ สุจริต และโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ และการปฏิบัติงานนั้นต้องถูกต้องตามกฎหมาย นโยบาย ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ หรือขั้นตอนการปฏิบัติที่ถูกต้อง
    2. ส่งเสริมและสนับสนุนให้ปฏิบัติต่อคู่ค้าอย่างทั่วถึงและเป็นธรรมด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และปฏิบัติตามพันธะสัญญาต่อผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท
    3. ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการปลูกจิตสำนึกของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานให้ละเว้นการทุจริตและตระหนักถึงโทษของการทุจริตคอร์รัปชั่น
    4. ส่งเสริมและสนับสนุนให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานไม่พึงรับ ยอมจะรับ หรือให้การเลี้ยงรับรอง ของขวัญและค่าใช้จ่ายอื่นใดที่เกินความจำเป็นและไม่เหมาะสมกับบุคคลที่ทำธุรกิจกับบริษัท
    5. บริษัทจะจัดให้มีการฝึกอบรมแก่พนักงานเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับนโยบายและแนวปฏิบัติในการต่อต้านการทุจริต
    ทั้งนี้ บริษัทได้มีการกำกับดูแลและควบคุมดูแลเพื่อป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่นโดยกำหนดขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ชัดเจนรัดกุม และหน่วยงานตรวจสอบภายในมีหน้าที่ตรวจสอบการปฏิบัติงานจริง เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่น
    โดยในปี 2563 บริษัทไม่มีการกระทำผิดด้านการทุจริตคอร์รัปชั่น หรือกระทำผิดจริยธรรม
  4. บริษัทได้กำหนดนโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ ซึ่งความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของบริษัทให้เกิดประสิทธิภาพและเป็นที่น่าเชื่อถือ บริษัทจึงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาระบบการรักษาความปลอดภัยด้านสารสนทศและนำไปปฏิบัติเพื่อให้มั่นใจได้ว่า
    1. ผู้ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ที่สามารถจะเข้าถึงระบบสารสนเทศได้
    2. ระบบสารสนเทศ มีความถูกต้อง เชื่อถือได้ และมีการรักษาความลับของข้อมูล
    3. ระบบสารสนเทศ มีความพร้อมใช้งานอยู่เสมอ
    4. มีการตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศอย่างสม่ำเสมอ
    5. ส่งเสริมให้พนักงานมีความรู้ ความสามารถที่เหมาะสม และมีจิตสำนึกเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศที่เกี่ยวข้อง
    ความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศถือเป็นความรับผิดชอบของทุกคน ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของพนักงานและบุคคลภายนอกที่ได้รับอนุญาตให้ใช้งานระบบสารสนเทศของบริษัทต้องดำเนินการในทุกวิถีทางเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศของบริษัท
  5. บริษัทมีกระบวนการในการประเมินความเสี่ยงจากการทุจริต โดยผ่านคณะทำงานโครงการบริหารความเสี่ยงซึ่งมีการประชุมรายงานผลทุกไตรมาส เพื่อเสนอต่อคณะผู้บริหารและคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและบริหารความเสี่ยง เพื่อรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทตามลำดับ และได้กำหนดแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการกำกับดูแลและควบคุมดูแลเพื่อป้องกันและติดตามความเสี่ยงจากการทุจริต ดังนี้
    1. ห้ามมิให้พนักงานให้ หรือเสนอที่จะให้สิ่งของ หรือประโยชน์อื่นใดแก่บุคคลภายนอก เช่น เจ้าหน้าที่ของรัฐ นายหน้า ตัวแทน คู่ค้า เป็นต้น ที่มีเจตนาซักนำให้บุคคลนั้นกระทำหรือละเว้นการกระทำอันใดอันเป็นการผิดต่อกฎหมายหรือโดยมิชอบต่อตำแหน่งหน้าที่ของบุคคลนั้น หรือเพื่อแลกเปลี่ยนกับสิทธิพิเศษที่ไม่ควรได้
    2. ห้ามมิให้พนักงานเรียก หรือรับสิ่งของ หรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นที่ส่อไปในทางจูงใจให้ปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในทางมิชอบ
    3. การดำเนินธุรกิจร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชน ฯลฯ ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ต้องดำเนินไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และถูกต้องตามกฎหมายทั้งกฎหมายของประเทศไทย และกฎหมายของต่างประเทศที่บริษัทติดต่อธุรกิจด้วย
    4. การกระทำอันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ ถือเป็นความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง
  6. บริษัทได้ให้ความสำคัญกับการติดต่อสื่อสารกับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มเพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน ตลอดจนรับฟังความคิดเห็น และคำแนะนำของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน และในกรณีที่ผู้มีส่วนได้เสียไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการปฏิบัติของบริษัท สามารถติดต่อร้องเรียนต่อบริษัทได้โดยตรงที่คณะกรรมการตรวจสอบ หรือ e-mail: audit_committee@ckplc.com และ/หรือ เลขานุการบริษัท หรือ e-mail: company_secretary@ckplc.com ซึ่งในปี 2563 ไม่ปรากฎว่ามีข้อร้องเรียนเข้ามาแต่อย่างใด
  7. บริษัทได้กำหนดนโยบายหรือแนวทางในการปกป้องพนักงานหรือผู้แจ้งเบาะแสในการกระทำผิด โดยกำหนดมาตรการคุ้มครองผู้ร้องเรียนตามหลักเกณฑ์ ดังนี้
    1. ผู้ร้องเรียนหรือผู้ที่ให้ความร่มมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงสามารถเลือกที่จะไม่เปิดเผยตนเองได้หากเห็นว่าการเปิดเผยนั้นจะทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยหรือเกิดความเสียหายใดๆ แต่หากมีการเปิดเผยตนเองก็จะทำให้องค์กรสามารถรายงานความคืบหน้าและชี้แจงข้อเท็จจริงให้ทราบ
    2. ผู้ร้องเรียนหรือผู้ที่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริง บริษัทจะไม่ปิดเผยชื่อ-สกุล ที่อยู่ ภาพ หรือข้อมูลอื่นใดที่สามารถระบุตัวผู้แจ้งได้
    3. ผู้รับข้อร้องเรียนจะเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องไว้เป็นความลับและคำนึงถึงความปลอดภัยโดยได้กำหนด มาตรการคุ้มครองพนักงานที่ร้องเรียน และผู้ที่ให้ข้อมูล รวมทั้งความร่วมมือในการตรวจสอบข้อมูล โดยจะได้รับความคุ้มครองจากการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม เช่น การเปลี่ยนตำแหน่งงาน ลักษณะงาน สถานที่ทำงาน สั่งพักงานข่มขู่ รบกวนการปฏิบัติงาน เลิกจ้าง อันมีสาเหตุมาจากการร้องเรียน
    4. ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจะได้รับการบรรเทาความเสียหายด้วยกระบวนการที่มีความเหมาะสมและเป็นธรรม
  8. บริษัทได้จัดให้มีช่องทางให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม บุคคลทั่วไป และพนักงานสามารถร้องเรียนในกรณีไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับเรื่องที่อาจเป็นการกระทำผิดกฎหมาย และมีกระบวนการแก้ไข รวมถึงมาตรการคุ้มครองพนักงานผู้ร้องเรียน และการแจ้งผลการดำเนินการต่อผู้ร้องเรียนที่เป็นระบบและยุติธรรม โดยเปิดโอกาสให้พนักงานมีช่องทางการร้องเรียนและแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นอิสระ ดังนี้
    1. ผู้รับข้อร้องเรียนรวบรวมข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับการฝ่าฝืน หรือการไม่ปฏิบัติตามจริยธรรม
    2. ผู้รับข้อร้องเรียนรายงานข้อเท็จจริงต่อกรรมการอิสระ ปฏิบัติหน้าที่สอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อพิจารณาการร้องเรียน โดยแยกแยะเรื่องที่เกี่ยวข้องออกเป็นประเด็นด้านการบริหารจัดการ ด้านการพัฒนาความรู้ การตรวจสอบข้อเท็จจริง เป็นต้น
    3. มาตรการดำเนินการ ผู้รับข้อร้องเรียนนำเสนอกรรมการอิสระเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง และกำหนดมาตรการดำเนินการเพื่อระงับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย
    4. การรายงานผล ผู้รับข้อร้องเรียนมีหน้าที่แจ้งผลให้ผู้ร้องเรียนทราบหากผู้ร้องเรียนเปิดเผยตนเอง ในกรณีที่เป็นเรื่องสำคัญให้รายงานผลต่อประธานกรรมการ และ/หรือคณะกรรมการบริษัททราบ
  9. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงนคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ในฐานะบริษัทมหาชนและบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บริษัทได้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งกฎเกณฑ์และระเบียบปฏิบัติที่ออกโดยตลาดหลักทรัพย์ฯ และสำนักงาน ก.ล.ต. อย่างเคร่งครัด
    ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทเปิดเผยข้อมูลสำคัญของบริษัทผ่านระบบข่าวของตลาดหลักทรัพย์ฯ และมีการจัดทำรายงานทางการเงิน และรายงานอื่นๆได้แก่ รายการที่เกี่ยวโยงกัน การกระจายการถือหุ้นรายย่อย โดยเป็นไปตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ฯ และสำนักงาน ก.ล.ต.

04การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส

บริษัทได้ให้ความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยมีการเปิดเผยสารสนเทศสำคัญที่มีหรืออาจมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงในราคาหลักทรัพย์ของบริษัท หรือต่อการตัดสินใจลงทุน หรือต่อสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหุ้น เพื่อให้ผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนทั่วไปได้รับทราบข่าวสารที่สำคัญอย่างรวดเร็วเท่าเทียมกัน
บริษัทมีแนวทางการเปิดเผยข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบริษัทต่อสาธารณชนอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา โปร่งใสและเป็นไปตามเกณฑ์ที่สำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนด โดยผ่านช่องทางที่สามารถข้าถึงข้อมูลได้ง่าย ได้แก่ การเผยแพร่ข้อมูลต่าง ๆ ผ่านช่องทางเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ สำนักงาน ก.ล.ต. รวมถึงเว็บไซต์ของบริษัททั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยมีแนวปฏิบัติดังนี้
  1. เพื่อให้ผู้ถือหุ้นผู้ลงทุน ทราบถึงโครงสร้างการเป็นเจ้าของกิจการที่ตนเองเข้าไปลงทุน และสิทธิของตนเองโดยเปรียบเทียบกับผู้ถือหุ้นอื่น บริษัทมีการเปิดเผยโครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ซึ่งเป็นข้อมูลล่าสุดที่แสดงให้ผู้ใช้ข้อมูลสามารถทราบถึงผู้ถือหุ้นที่แท้จริงอย่างชัดเจน มีการเปิดเผยการถือหุ้นของกรรมการและผู้บริหารทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมทั้งข้อมูลโครงสร้างของกลุ่มธุรกิจและสัดส่วนการถือหุ้น ความเสี่ยงหลักในการดำเนินธุรกิจของบริษัท
  2. คณะกรรมการมีนโยบายให้บริษัทมีการดำเนินงานด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีการเปิดเผยข้อมูลอย่างเพียงพอแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย พร้อมทั้งดูแลให้มีการเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา และน่าเชื่อถือ และทุกฝ่ายสามารถเข้าถึงข้อมูลอย่างเท่าเทียมกันในการเปิดเผยข้อมูลสำคัญของบริษัท นอกจากการเผยแพร่ตามเกณฑ์ที่กำหนดผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นอกจากนี้บริษัทยังทำการเผยแพร่ไว้ในเว็บไซต์ของบริษัท www.ch-karnchang.co.th ซึ่งจัดทำเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เช่น รายงานประจำปี แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) นโยบายการกำกับดูแลกิจการข้อมูลบริษัท ลักษณะการดำเนินธุรกิจของบริษัท งบการเงิน ข่าวประชาสัมพันธ์ โครงสร้างการถือหุ้น โครงสร้างองค์กร โครงสร้างกลุ่มธุรกิจ ข้อมูลเกี่ยวกับคณะกรรมการและผู้บริหาร ข้อมูลด้านนักลงทุนสัมพันธ์ ข้อบังคับของบริษัท หนังสือนัดประชุม ผลการดำเนินงาน อัตราส่วนทางการเงิน ประวัติการจ่ายเงินปันผล ตลอดจนข้อมูลอื่น ๆ เช่น การดำเนินกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคม เป็นต้น โดยได้มีการปรับปรุงเว็บไซต์อย่างสม่ำสมอ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถรับข้อมูลข่าวสารได้ทันต่อเหตุการณ์ เข้าถึงโดยสะดวกและได้รับประโยชน์มากที่สุด
  3. ในด้านความสัมพันธ์กับผู้ลงทุน คณะกรรมการให้ความสำคัญต่อการเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับบริษัทอย่างถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส ทั่วถึง และทันเวลา โดยมีแผนกนักลงทุนสัมพันธ์เป็นหน่วยงานเฉพาะที่รับผิดชอบในการเปิดเผยข้อมูลต่าง ๆ ให้แก่ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน ทั้งข้อมูลทางการเงินและข้อมูลที่มิใช่ข้อมูลทางการเงิน เช่น รายงานการเงิน ผลการดำเนินงาน อัตราส่วนทางการเงิน ประวัติการจ่ายเงินปันผล และข้อมูลอื่นที่มีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ของบริษัท โดยเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ดังกล่าว สำหรับผู้ลงทุนและผู้ที่เกี่ยวข้องได้ใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนผ่านช่องทางและสื่อสารเผยแพร่ข้อมูลต่าง ๆ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงเว็บไซต์ของบริษัท www.ch-karnchang.co.th ซึ่งจัดทำเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
    ทั้งนี้ ผู้สนใจข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาลงทุนสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่แผนกนักลงทุนสัมพันธ์ คุณสวรรยา ตรีวิศวเวทย์ ผู้จัดการส่วนนักลงทุนสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 0-2275-0026 ต่อ 2317 - 2319
    การให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบริษัทต่อนักวิเคราะห์หลักทรัพย์เป็นอีกหน้าที่สำคัญของแผนกนักลงทุนสัมพันธ์ เนื่องจากเป็นการให้ข้อมูลของบริษัทเผยแพร่ไปสู่ผู้ลงทุนในรูปแบบบทวิเคราะห์ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของผู้ลงทุน เจ้าหน้าที่นักลงทุนสัมพันธ์จึงเป็นผู้ให้ข้อมูลและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ตลอดจนความสัมพันธ์อันดีต่อนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ โดยอาจทำการตรวจทานแก้ไขบทวิเคราะห์ให้ถูกต้องได้โดยไม่ก่อให้เกิดการชี้นำหรือบิดเบือน บทวิเคราะห์ของนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ได้หรือแก้ไขเฉพาะข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงในอดีตหรือที่ได้เผยแพร่สู่สาธารณชนแล้ว ซึ่งไม่จัดเป็นการชี้นำการลงทุน
    นอกเหนือจากการเปิดเผยข้อมูลผ่านสื่อสาธารณะ บริษัทจะเข้าร่วมกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ เพื่อเป็นช่องทางในการเปิดเผยข้อมูล ทำให้สามารถพบปะและรับฟังความคิดเห็นของผู้ลงทุนได้โดยตรง ตลอดจนสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ต่อผู้ลงทุนผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น Roadshow, Opportunity Day, Company Visit, Analyst Meeting การร่วมออกบูธในงานต่าง ๆ เป็นต้น
    นอกจากนี้ บริษัทยังมีนโยบายหมุนเวียนผู้บริหารระดับสูงในการมีส่วนร่วมให้ข้อมูลและตอบข้อซักถามต่อผู้ลงทุน เพื่อให้ผู้บริหารได้รับทราบความคิดเห็นและตระหนักถึงความต้องการของผู้ลงทุนทั้งในและต่างประเทศด้วยตนเอง ทั้งระดับกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการฝ่ายบัญชี ผู้จัดการฝ่ายการเงิน และเลขานุการบริษัท สำหรับการสื่อสารภายในองค์กร แผนกนักลงทุนสัมพันธ์ได้มีการจัดทำรายงานนักลงทุนสัมพันธ์ รวบรวมสรุปประเด็นคำถามและความเห็นของผู้ลงทุนที่มีต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทเพื่อรายงานสรุปต่อผู้บริหารเป็นประจำทุกเดือนเพื่อเป็น ช่องทางการนำเสนอข้อแนะนำที่ดีหรือผลตอบรับจากผู้ลงทุนต่อผู้บริหารเพื่อนำมาปรับปรุงการดำเนินงานต่อไป ซึ่งจากการดำเนินกิจกรรมในรูปแบบต่าง ๆ จึงส่งผลให้บริษัทได้รับรางวัลดังต่อไปนี้
    รางวัลบริษัทจดทะเบียนด้านนักลงทุนสัมพันธ์ (Investor Relations Awards)
    • ปี 2560 บริษัทได้รับรางวัลประเภทบริษัทจดทะเบียนด้านนักลงทุนสัมพันธ์ดีเด่น (Outstanding Investor Relations Awards) ประเภทบริษัทจดทะเบียนใน SET ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดระหว่าง 30,000-100,000 ล้านบาท ในงาน SET Awards 2017
    • ปี 2561 บริษัทได้รับรางวัลประเภทบริษัทจดทะเบียนด้านนักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยม (Best Investor Relations Awards) ประเภทบริษัทจดทะเบียนใน SET ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดระหว่าง 30,000-100,000 ล้านบาท ในงาน SET Awards 2018
    • ปี 2563 บริษัทได้รับรางวัลประเภทบริษัทจดทะเบียนด้านนักลงทุนสัมพันธ์ดีเด่น (Outstanding Investor Relations Awards) ประเภทบริษัทจดทะเบียนใน SET ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดระหว่าง 30,000-100,000 ล้านบาท ในงาน SET Awards 2020
  4. บริษัทมีการเปิดเผยข้อมูลทางการเงิน และมีรายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการต่อรายงานทางการเงินแสดงควบคู่กับรายงานของผู้สอบบัญชี การวิเคราะห์ของฝ้ายบริหาร ข้อมูลทั่วไป และข้อมูลสำคัญในรายงานประจำปี อย่างถูกต้องทันเวลา และเป็นไปตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  5. มีการเปิดเผยบทบาทและหน้าที่ของคณะกรรมการและคณะกรรมการชุดย่อย จำนวนครั้งของการประชุม และจำนวนครั้งที่กรรมการแต่ละท่านเข้าร่วมประชุมในปี 2563
  6. คณะกรรมการและผู้บริหาร มีการรายงานการถือหลักทรัพย์และการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์เป็นไปตามเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์แลตลาดหลักทรัพย์ แลคณะกรรมการมีการกำหนดนโยบายให้กรรมการและผู้บริหารต้องรายงานการซื้อ-ขายหุ้นถือครองหลักทรัพย์ของบริษัทต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัททราบทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง
    นอกเหนือจากการรายงานการซื้อขายหลักทรัพย์ของผู้บริหารตามข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. ในส่วนของผู้บริหารคนอื่นตลอดจนพนักงานที่สามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญของบริษัทซึ่งอาจมีผลต่อความเคลื่อนไหวของราคาหลักทรัพย์การซื้อขายหลักทรัพย์โดยใช้ข้อมูลภายในถือเป็นการเอาเปรียบผู้ลงทุนทั่วไป เช่น ข้อมูลการเพิ่มทุน ลดทุน ข้อมูลการจ่ายเงินปันผล ข้อมูลผลประกอบการของบริษัท ข้อมูลการร่วมลงทุน ฯลฯ บริษัทจึงป้องกันการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ ของบุคคลภายในโดยกำหนดให้ผู้บริหารต้องรายงานการซื้อขายหลักทรัพย์ให้สอดคล้องต่อเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนด และบุคคลภายในควรละเว้นการซื้อขายหลักทรัพย์ หรือรอคอยจนกระทั่งประชาชนได้รับข้อมูลแล้ว และมีเวลาประเมินข้อมูลนั้นตามสมควร
  7. คณะกรรมการมีการกำหนดนโยบายในเรื่องการรายงานการมีส่วนได้เสียของกรรมการและผู้บริหาร โดยกำหนดให้กรรมการและผู้บริหารต้องรายงานให้บริษัททราบถึงการมีส่วนได้เสียของตนหรือของบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องซึ่งเป็นส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการกิจการของบริษัทหรือบริษัทย่อย ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด โดยให้เปิดเผยข้อมูลการดำรงตำแหน่งของกรรมการหรือผู้บริหารในนิติบุคคลอื่น และข้อมูลการถือหุ้นในนิติบุคคลอื่นกรณีที่ถือเกินกว่าร้อยละ 10 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด ทั้งของผู้รายงานและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับผู้รายงาน (คู่สมรส บุตรบุตรบุญธรรมที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และนิติบุคคลที่มี ความเกี่ยวข้อง) เพื่อจัดส่งให้เลขานุการบริษัทเป็นผู้เก็บรักษาและส่งสำเนารายงานดังกล่าวให้ประธานกรรมการบริษัท และประธานกรรมการตรวจสอบทราบภายใน 7 วันทำการนับจากวันที่บริษัทได้รับรายงาน
  8. ในด้านนโยบายการจ่ายค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร บริษัทได้กำหนดนโยบายค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหารไว้อย่างชัดเจนและโปร่งใส โดยมีคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนเป็นผู้พิจารณากลั่นกรอง ซึ่งค่าตอบแทนอยู่ในระดับอุตสาหกรรมเดียวกันและสูงเพียงพอที่จะดูแลและรักษากรรมการ และกรรมการผู้จัดการใหญ่ที่มีคุณสมบัติที่ต้องการสำหรับค่าตอบแทนผู้บริหารไม่รวมกรรมการผู้จัดการใหญ่เป็นไปตามหลักการ และนโยบายที่คณะกรรมการบริหารกำหนด ซึ่งเชื่อมโยงกับผลการดำเนินงานของบริษัท และผลการดำเนินงานของผู้บริหาร รายละเอียดปรากฎในหัวข้อค่าตอบแทนการรวมการและผู้บริหาร หน้า 80-82
  9. บริษัทได้กำหนดนโยบายการแจ้งเบาะแสการกระทำความผิด (Whistle Blowing) ด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญและเพื่อการพัฒนาให้บริษัทเจริญก้าวหน้า เติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยให้ผู้บริหาร พนักงานหรือผู้มีส่วนได้เสียรายงานการกระทำที่ฝ่าฝืนจรรยาบรรณ การทุจริต และประเด็นด้านจรรยาบรรณอื่น ๆ โดยไม่ระบุชื่อ และจะทำให้ผู้แจ้งเบาะแสเชื่อมั่นได้ว่ามีกระบวนการแจ้งเบาะแสที่เป็นอิสระ มีความน่าเชื่อถือและสามารถพึ่งพิงได้ โดยมีกระบวนการติดตาม เพื่อนำไปสู่ข้อเท็จจริงหรือให้ได้ข้อสรุป รวมทั้งมาตรการเพื่อคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสอย่างเป็นธรรม
  10. บริษัทได้กำหนดนโยบายในการทำรายการระหว่างกันโดยที่สำคัญต้องได้รับการพิจารณาและอนุมัติจากคณะกรรมการ เพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และในกรณีที่มีการทำรายการระหว่างกัน บริษัทได้เปิดเผยรายละเอียดของบุคคลที่มีการทำรายการระหว่างกันความสัมพันธ์ ลักษณะของรายการ เงื่อนไขนโยบายราคา และมูลค่าของรายการ
  11. บริษัทได้กำหนดวัตถุประสงค์/เป้าหมายระยะยาวของบริษัทในการเป็นผู้นำด้านธุรกิจก่อสร้างและการพัฒนาการลงทุนโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานในระดับภูมิภาคอย่างมีคุณภาพและครบวงจร

05ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

คณะกรรมการตระหนักถึงความรับผิดชอบและบทบาทในการกำหนดนโยบายและทิศทางการดำเนินงานของบริษัทให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับของบริษัท ตลอดจนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น โดยมีการกำกับควบคุมดูแลให้ฝ่ายจัดการดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเพื่อรักษาผลประโยชน์ของบริษัท เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงสุดให้แก่บริษัทและความมั่งคั่งสูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้นบนพื้นฐานของหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยคณะกรรมการได้ติดตามดูแลให้มีการนำกลยุทธ์ไปบริหารกิจการให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ความสำคัญของบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการที่มีต่อบริษัทและผู้ถือหุ้น คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นผู้มีภาวะผู้นำ มีวิสัยทัศน์ มีความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ในด้านต่าง ๆ อย่างเหมาะสม มีความซื่อสัตย์สุจริต และมีความเป็นอิสระในการตัดสินใจเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวม
คณะกรรมการได้ดำเนินการตามแนวปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียนในด้านต่าง ๆ ดังนี้

  1. โครงสร้างคณะกรรมการ
    โครงสร้างคณะกรรมการของบริษัทประกอบด้วยบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิ มีคุณสมบัติ ทักษะ ความรู้ และมีประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์กับบริษัท สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จำนวน 9 คน ประกอบด้วย กรรมการที่เป็นผู้บริหาร 6 คน กรรมการที่เป็นอิสระ 3 คน ซึ่งสอดคล้องกับสัดส่วนที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด โดยประธานกรรมการ เป็นกรรมการอิสระตามความหมายของตลาดหลักทรัพย์ฯ และไม่มีความสัมพันธ์ใด ๆ กับฝ่ายบริหาร และไม่เป็นบุคคลเดียวกันกับกรรมการผู้จัดการใหญ่ เพื่อเป็นการแบ่งแยกหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย การกำกับดูแล และการบริหารงานประจำ โดยคณะกรรมการได้กำหนดอำนาจหน้าที่ของประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการใหญ่อย่างชัดเจน
    สำหรับคุณสมบัติของ “กรรมการอิสระ” นั้น บริษัทมีการกำหนดให้เข้มงวดกว่าข้อกำหนดขั้นต่ำของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
    คณะกรรมการบริษัทมีการกำหนดนโยบายจำกัดจำนวนบริษัทจดทะเบียนที่กรรมการแต่ละคนจะดำรงตำแหน่งกรรมการได้ไม่เกิน 5 แห่ง โดยไม่มีข้อยกเว้น เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นจำนวนที่กรรมการทุกคนสามารถอุทิศเวลาเข้าประชุมได้อย่างสม่ำเสมอ แต่ทั้งนี้คณะกรรมการไม่มีนโยบายจำกัดจำนวนวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการ เนื่องจากกรรมการมีความเข้าใจธุรกิจของบริษัทเป็นอย่างดี และให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ทั้งต่อบริษัทและต่อผู้ถือหุ้น นอกจากนี้คณะกรรมการบริษัทยังได้แต่งตั้งเลขานุการบริษัทตามแนวทางปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อทำหน้าที่ให้คำแนะนำด้านกฎหมายและกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่คณะกรรมการต้องทราบ และปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลกิจกรรมของคณะกรรมการ รวมทั้งประสานงานให้มีการปฏิบัติตามมติคณะกรรมการ
    คณะกรรมการบริษัทมีการกำหนดนโยบายในการไปดำรงตำแหน่งกรรมการที่บริษัทอื่นของกรรมการผู้จัดการใหญ่โดยให้แจ้งต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทถึงเหตุผล และรายละเอียดของบริษัทที่ไปดำรงตำแหน่ง ซึ่งจะไปดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียนอื่นได้ไม่เกิน 5 แห่ง
  2. คณะกรรมการชุดย่อย
    คณะกรรมการบริษัทได้จัดตั้งคณะกรรมการชุดย่อย 5 คณะ เพื่อติดตามและกำกับดูแลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิดและรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งประกอบด้วย คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและบริหารความเสี่ยง และคณะกรรมการความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยคณะกรรมการได้กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการชุดย่อยแต่ละชุด และคณะกรรมการชุดย่อยทุกชุดได้จัดทำรายงานผลการปฏิบัติหน้าที่ของตนต่อคณะกรรมการบริษัท ดังนี้
    1) คณะกรรมการบริหารได้ปฏิบัติหน้าที่ในการให้คำแนะนำปรึกษาที่เป็นประโยชน์แก่ฝ่ายจัดการและพิจารณากลั่นกรองงานที่เสนอคณะกรรมการ รวมถึงเสนอความคิดเห็นและข้อแนะนำต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ในด้านการบริหารจัดการทางการเงิน
    2) คณะกรรมการตรวจสอบ ได้ปฏิบัติหน้าที่สอบทานความน่าเชื่อถือของรายงานทางการเงินของบริษัทก่อนนำส่งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย การตรวจสอบระบบการควบคุมภายใน รวมทั้งพิจารณาการเปิดเผยข้อมูลรายการที่เกี่ยวโยงให้ถูกต้องครบถ้วน และให้คำแนะนำปรึกษาที่เป็นประโยชน์แก่ฝ่ายจัดการในด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี
    3) คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ได้ปฏิบัติหน้าที่ในการพิจารณาหลักเกณฑ์และกระบวนการในการสรรหาบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท และพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาค่าตอบแทนกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่
    4) คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและบริหารความเสี่ยงได้ปฏิบัติหน้าที่ในการให้ข้อเสนอแนะ ติดตามการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ดูแลและทบทวนการบริหารความเสี่ยงโดยรวมของบริษัท กลยุทธ์ที่ใช้ในการบริหารความเสียง
    5) คณะกรรมการความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ได้ปฏิบัติหน้าที่ในการให้ข้อเสนอแนะ ติดตาม การปฏิบัติงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายและนโยบายด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึงพิจารณาและติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม และประเมินผลสำเร็จ
  3. บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
    1) คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ มีทักษะและประสบการณ์หลากหลายที่สามารถใช้วิจารณญาณได้อย่างอิสระ และมีความเป็นผู้นำ ทำหน้าที่กำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ กลยุทธ์ เป้าหมาย แผนธุรกิจและงบประมาณของบริษัท ตลอดจนกำกับดูแลให้ฝ่ายจัดการดำเนินการให้เป็นไปตามแผนธุรกิจและงบประมาณที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงสุดให้แก่กิจการ รวมทั้งติดตามผลการดำเนินงาน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และมีการปฏิบัติที่สอดคล้องกับนโยบาย กฎระเบียบ กฎหมาย และข้อบังคับต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
    2) คณะกรรมการบริษัทได้จัดให้มีนโยบายการกำกับดูแลกิจการ สำหรับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทเพื่อยึดถือปฏิบัติ และจัดให้มีกลไกที่เพียงพอที่เอื้อให้มีการปฏิบัติได้จริง ติดตามผลการปฏิบัติ รวมทั้งกำหนดให้มีการทบทวนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
    3) คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่พิจารณาให้ความเห็นชอบในเรื่องสำคัญเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัท เช่นวิสัยทัศน์และพันธกิจของบริษัท กลยุทธ์ เป้าหมายทางการเงิน แผนงานและงบประมาณ รวมทั้งกำกับ ควบคุม ดูแลให้ฝ่ายจัดการดำเนินงานตามนโยบายและแผนที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงสุดให้แก่กิจการ
    รวมทั้งติดตามผลการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และมีการปฏิบัติที่สอดคล้องกับนโยบาย กฎระเบียบ กฎหมาย และข้อบังคับต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเดิมบริษัทได้จัดให้มีการทบทวนและอนุมัติวิสัยทัศน์และพันธกิจ ของบริษัทอย่างน้อยทุก ๆ 5 ปี ต่อมาที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 7/2557 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2557 ได้มีมติอนุมัติให้คณะกรรมการบริษัทมีการพิจารณาทบทวนวิสัยทัศน์ ภารกิจ หรือกลยุทธ์ของบริษัทในรอบปีบัญชีที่ผ่านมาทุกปี เพื่อที่คณะกรรมการบริษัทจะได้ติดตามดูแลให้มีการนำกลยุทธ์ของบริษัทไปเป็นแนวทางในการปฏิบัติ
    4) บริษัทได้มีการจัดทำจรรยาบรรณของบริษัทขึ้นตั้งแต่ปี 2546 โดยคณะกรรมการบริษัทได้เห็นชอบในการนำไปปฏิบัติ ซึ่งจรรยาบรรณของบริษัทประกอบด้วยข้อพึงประพฤติ พึงปฏิบัติของกรรมการ ผู้บริหาร และของพนักงานที่กำหนดแนวทางในการประพฤติปฏิบัติตนต่อบริษัท ผู้ร่วมงาน บุคคลภายนอก และต่อสังคม ตามหลักการทางจริยธรรมที่ดี ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนได้รับทราบและเข้าใจอย่างดีถึงข้อพึงประพฤติปฏิบัติตนที่เหมาะสม และถูกต้องทางจริยธรรม และยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจของบริษัทด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและเที่ยงธรรมเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม รวมทั้งสาธารณชนและสังคม
    บริษัทมีแนวทางการส่งเสริมให้เกิดการปฏิบัติตามคู่มือจรรยาบรรณ รวมถึงติดตามการปฏิบัติ โดยการส่งแบบสำรวจ การปฏิบัติตามจรรยาบรรณให้กับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน เป็นประจำทุกปี แล้วนำผลการสำรวจมาสรุปเพื่อใช้เป็นมาตรฐานในการยึดถือปฏิบัติตามจรรยาบรรณอย่างจริงจัง
    นอกจากนี้ บริษัทได้กำหนดให้มีการทบทวนจรรยาบรรณบริษัทเป็นประจำ หากปรากฎว่าข้อพึงประพฤติปฏิบัติในจรรยาบรรณของบริษัทไม่ครอบคลุมการดำเนินธุรกิจ บริษัทจะดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมให้เหมาะสมทันที นอกจากการจัดให้มีการสำรวจการปฏิบัติตามจรรยาบรรณของบริษัท ทั้งกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนเป็นประจำทุกปี พร้อมทั้งให้มีการลงนามรับรองเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อการปฏิบัติตามจรรยาบรรณของบริษัทแล้ว บริษัทยังสนับสนุนให้ผู้บริหารทั้งระดับสูงและระดับกลาง เข้ารับการอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความเข้าใจ วิสัยทัศน์ ทัศนคติที่ดีต่อการบริหารงานตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อสร้างภาวะผู้นำ และสืบทอดตำแหน่งในการบริหารงาน รวมถึงการปฏิบัติหน้าที่และขับเคลื่อนองค์กรด้วยคุณธรรมและจริยธรรมต่อไป
    5) คณะกรรมการบริษัทได้มีการจัดตั้งสำนักตรวจสอบภายใน โดยมีสายการรายงานโดยตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ ทำหน้าที่ติดตามและสอบทานการดำเนินงานของบริษัท ตลอดจนระบบการปฏิบัติงานในฝ่ายต่าง ๆ ของบริษัทให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพตามแผนการตรวจสอบประจำปีซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการตรวจสอบ ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมาบริษัทไม่เคยมีประวัติการกระทำผิดกฎระเบียบของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
    6) บริษัทได้จัดให้มีหน่วยงานกำกับดูแลการปฏิบัติงาน (Compliance Unit)ทำหน้าที่ให้คำแนะนำและดูแลให้บริษัทมีการปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับของบริษัท ระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลและรายงานสารสนเทศต่าง ๆ
    7) คณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบได้ให้ความเห็นถึงความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในไว้ในรายงานประจำปี
    8) คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณารายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ หรือรายการที่เกี่ยวโยงกัน หรือรายการระหว่างกันอย่างเหมาะสมภายใต้กรอบจริยธรรมที่ดี โดยผ่านการกลั่นกรองจากคณะกรรมการตรวจสอบ และมีการดูแลให้ปฏิบัติตามเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ ตลอดจนการเปิดเผยข้อมูลการทำรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ดังกล่าวต่อสาธารณชน ทั้งนี้ บริษัทได้กำหนดนโยบายระเบียบปฏิบัติ และกระบวนการในการอนุมัติรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ให้ผู้บริหาร พนักงาน และผู้เกี่ยวข้องได้ยึดถือปฏิบัติ โดยมีหลักการสำคัญได้แก่
    (1) การปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด ในการทำรายการที่เกี่ยวโยงกันให้มีการนำเสนอรายการที่เกี่ยวโยงกันต่อคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อพิจารณาให้ความเห็นก่อนเสนอขออนุมัติต่อคณะกรรมการบริษัทตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
    (2) การเปิดเผยข้อมูลการทำรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ หรือรายการที่เกี่ยวโยงกัน หรือรายการระหว่างกันตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด โดยเปิดเผยไว้ในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) และรายงานประจำปี รวมทั้งการเปิดเผยข้อมูลรายการระหว่างกันดังกล่าวไว้ในงบการเงินตามที่มาตรฐานบัญชีได้กำหนดไว้ด้วย
    (3) ในการพิจารณาทำรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ คณะกรรมการมีการพิจารณาอย่างรอบคอบการทำรายการดังกล่าวเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวมเป็นสำคัญ โดยกรรมการที่มีส่วนได้เสียจะไม่เข้าร่วมประชุมและงดออกเสียงในวาระนั้น
    9) ในด้านการบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการบริษัทได้มีการติดตามและรับทราบแผนการจัดการความเสี่ยงของบริษัทจากการรายงานของฝ่ายจัดการในการรายงานผลการดำเนินงานในการประชุมคณะกรรมการทุกครั้งและรับทราบจากการรายงานของคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและบริหารความสี่ยง ซึ่งบริษัทได้มีการกำหนดและประเมินความเสี่ยง ของกิจการ มีการกำหนดมาตรการป้องกันและระบบจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิผลครอบคลุมทั่วทั้งองค์กร
    นโยบายการบริหารและจัดการความเสี่ยง
    1.คณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร พนักงานทุกคน และทุกหน่วยงานเป็นเจ้าของความเสี่ยง มีหน้าที่รับผิดชอบดำเนินการประเมิน ติดตาม และสนับสนุนให้มีกระบวนการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ
    2.ทุกหน่วยงานของบริษัทต้องมีกระบวนการบริหารและการจัดการความเสี่ยง อีกทั้งการประเมินผลและการติดตามอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยต้องมีการปรับปรุงกระบวนการให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยปีละครั้ง
    3.กำหนดให้การประเมินความเสี่ยงเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานประจำปีของทุกฝ่าย โดยพิจารณาความเสี่ยงทั้งหมดครอบคลุมทั่วทั้งองค์กร โดยคำนึงถึงปัจจัยเสี่ยงทั้งภายในและภายนอกองค์กร รวมทั้งกำหนดให้มีการจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม
    4.คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและบริหารความเสี่ยงมีหน้าที่ประเมินการบริหารความเสี่ยงและเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการบริษัท
    5.สร้างวัฒนธรรมองค์กรให้เกิดความเข้าใจร่วมกันและมีจิตสำนึกในเรื่องความเสี่ยง สร้างฐานองค์ความรู้ เพื่อให้พนักงานทุกระดับสามารถศึกษาค้นคว้าข้อมูล แลกเปลี่ยนประสบการณ์ อันจะนำไปสู่การพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการบริหารความเสี่ยงให้เป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพในการบริหารเชิงกลยุทธ์
    10) การแบ่งแยกบทบาทหน้าที่ระหว่างคณะกรรมการบริษัทกับฝ่ายจัดการ
    บริษัทได้จัดให้มีการแบ่งแยกบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างคณะกรรมการและฝ่ายจัดการอย่างชัดเจนโดยกรรมการบริษัททำหน้าที่ในการกำหนดนโยบายบริษัท และกำกับดูแลการดำเนินงานของฝ่ายจัดการ ขณะที่ฝ่ายจัดการของบริษัททำหน้าที่บริหารงานด้านต่างๆ ให้เป็นไปตามนโยบายที่คณะกรรมการบริษัทกำหนด ประธานกรรมการบริษัท และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ซึ่งเป็นบุคคลคนละคนกัน และประธานกรรมการเป็นกรรมการอิสระ
    คณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วย ประธานกรรมการบริษัทและกรรมการ สำหรับฝ่ายจัดการของบริษัท ประกอบด้วย ประธานกรรมการบริหาร กรรมการผู้จัดการใหญ่ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานปฏิบัติการ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มงานบริหาร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานก่อสร้าง 1 ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานก่อสร้าง 2 ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานก่อสร้าง 3 ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานก่อสร้าง 4 ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานวิศวกรรมผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานพัฒนาธุรกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานจัดซื้อ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานบัญชีและการเงิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานทรัพยากรมนุษย์และบริหารทั่วไป และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สำนักตรวจสอบภายใน
    11) คณะกรรมการบริษัทได้ดำเนินการติดตามดูแลให้มีการนำกลยุทธ์ของบริษัทไปปฏิบัติ โดยมีขั้นตอนการกำหนดนโยบายที่ชัดเจนและมีความพร้อมที่จะนำไปสู่การปฏิบัติได้ มีการประชุมร่วมกันทั้งผู้บริหารระดับสูง ผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติงานขั้นตอนการวางแผนงาน และขั้นตอนการนำแผนไปใช้ในการปฏิบัติงาน ซึ่งจะมีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดเพื่อถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจในแผนงานหรือแผนปฏิบัติการแก่บุคลากรที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ได้แก่ ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบจัดทำโครงการต่าง ๆ ผู้ที่มีหน้าที่ตรวจสอบและประเมินผล การกำหนดให้มีคณะทำงานเพื่อติดตามผลการดำเนินงาน หากพบว่าผลการดำเนินงานต่ำกว่า เป้าหมาย จะต้องพยายามปรับแผนการดำเนินงานเพื่อสามารถผลักดันให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้
  4. การประชุมคณะกรรมการบริษัท
    บริษัทมีการกำหนดตารางการประชุมคณะกรรมการไว้ล่วงหน้าทุกปี ซึ่งช่วยให้กรรมการสามารถจัดเวลา และเข้าร่วมประชุมได้ เว้นแต่กรณีมีวาระพิเศษ ประธานกรรมการ หรือกรรมการตามจำนวนที่กฎหมายกำหนดสามารถเรียกประชุมเพิ่มเติมได้ตามความจำเป็น คณะกรรมการมีกำหนดการประชุมโดยปกติเป็นประจำทุก 2 เดือน โดยสำนักกรรมการผู้จัดการใหญ่จะส่งหนังสือเชิญประชุมพร้อมระเบียบวาระการประชุมและเอกสารประกอบการประชุม ก่อนการประชุมล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน เพื่อให้คณะกรรมการได้มีเวลาศึกษาข้อมูลอย่างเพียงพอก่อนเข้าร่วมประชุมในแต่ละครั้ง
    โดยระเบียบวาระการประชุมจะกำหนดขึ้นโดยการพิจารณาร่วมกันระหว่างประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ในปี 2563 คณะกรรมการบริษัทได้มีการประชุมทั้งหมด 7 ครั้ง และมีการประชุมระหว่างกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารและไม่มีฝ่ายจัดการเข้าร่วมประชุม 1 ครั้ง ทั้งนี้เพื่อให้กรรมการได้มีการอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นโดยอิสระ และสามารถติดตามการปฏิบัติงานของฝ่ายจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีการประชุมคณะกรรมการบริหารทุกเดือน ซึ่งกรรมการส่วนใหญ่เข้าร่วมประชุมครบถ้วนเว้นแต่ติดภารกิจสำคัญเร่งด่วน โดยในการประชุมทุกครั้งประธานกรรมการจะทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ดูแลให้มีการพิจารณาในแต่ละวาระอย่างรอบคอบ และเปิดโอกาสให้กรรมการทุกท่านได้มีการแสดงความคิดเห็นและอภิปรายร่วมกัน และผู้บริหารระดับสูงจะเข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงข้อมูลในฐานะผู้เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานโดยตรงจนเป็นที่พอใจก่อนการลงมติในแต่ละวาระ ทั้งนี้ ได้จัดทำรายงานการประชุมเก็บไว้เป็นลายลักษณ์อักษร และจัดเก็บไว้อย่างมีระเบียบเพื่อการตรวจสอบ
    นอกจากนี้ คณะกรรมการมีนโยบายห้ามกรรมการและผู้บริหารซึ่งเป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน หรือมีส่วนได้เสียกับวาระที่จะพิจารณาเข้าร่วมประชุมหรือออกเสียงในวาระนั้น โดยการพิจารณาว่าเป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกันและผู้มีส่วนได้เสียคณะกรรมการจะพิจารณาจากรายงานการมีส่วนได้เสีย ซึ่งกรรมการและผู้บริหารทุกคนมีหน้าที่จัดทำรายงานดังกล่าวตามที่คณะกรรมการมีนโยบายให้กรรมการและผู้บริหารจัดทำรายงานการมีส่วนได้เสีย เพื่อเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อประธานกรรมการบริษัทและประธานกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการได้กำหนดนโยบายเกี่ยวกับจำนวนองค์ประชุมขั้นต่ำ ณ ขณะที่คณะกรรมการจะลงมติในที่ประชุมคณะกรรมการโดยต้องมีกรรมการอยู่ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด
  5. การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทและกรรมการผู้จัดการใหญ่
    คณะกรรมการบริษัทมีนโยบายให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทโดยรวม คณะกรรมการชุดย่อย และกรรมการเป็นรายบุคคลอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และคณะกรรมการจัดให้มีการประเมินผล การปฏิบัติงานของกรรมการผู้จัดการใหญ่ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนกำหนดเป็นประจำทุกปี ทั้งนี้เนื้อให้คณะกรรมการได้ร่วมกันพิจารณาผลงานและปัญหาในรอบปีที่ผ่านมา และเพื่อปรับปรุงประสิทธิผลในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการด้วย นอกจากนี้คณะกรรมการยังได้กำหนดให้มีการทบทวนหัวข้อการประเมินเพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับบทบาท หน้าที่ ความรับผิดชอบ และสอดคล้องกับแนวปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีอีกด้วย
ทั้งนี้ ผลการประเมินแบ่งตามหัวข้อ 6 หัวข้อ ได้แก่ โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการ บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ การประชุมคณะกรรมการ การทำหน้าที่ของกรรมการ ความสัมพันธ์กับฝ่ายจัดการ และการพัฒนาตนเองของกรรมการและการพัฒนาผู้บริหาร สรุปได้ดังนี้
  1. โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการ
    คณะกรรมการส่วนใหญ่มีความเห็นว่า โครงสร้างและคุณสมบัติของกรรมการอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม มีความเหมาะสมกับลักษณะการประกอบธุรกิจของบริษัท ซึ่งคณะกรรมการประกอบด้วยบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถและประสบการณ์หลากหลายเพียงพอ และทำหน้าที่โดยรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อยอีกจำนวน 5 คณะ คือ
    1. คณะกรรมการตรวจสอบ ทำหน้าที่ช่วยในการกำกับดูแลกิจการ รวมทั้งการพิจารณาความเหมาะสมความสมเหตุสมผลของการทำรายการต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อบริษัท
    2. คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ทำหน้าที่พิจารณาหลักเกณฑ์และกระบวนการสรรหาบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทด้วยความโปร่งใสยุติธรรมไม่อยู่ภายใต้อิทธิพลของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
    3. . คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและบริหารความเสี่ยง ทำหน้าที่กำหนดนโยบายและทิศทางการดำเนินงานด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท รวมทั้งการบริหารความเสี่ยงด้วย
    4. . คณะกรรมการความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ทำหน้าที่กำหนดแนวทางและนโยบายการดำเนินงานด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมของบริษัท
    5. คณะกรรมการบริหาร ทำหน้าที่ในการดูแลและให้คำแนะนำแก่ฝ่ายบริหารและดำเนินการอื่นตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมาย
  2. บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
    คณะกรรมการส่วนใหญ่มีความเห็นว่า บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยมโดยคณะกรรมการได้ให้ความสำคัญและใช้เวลาอย่างเพียงพอในการพิจารณาเรื่องสำคัญที่เกี่ยวกับทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัท การทบทวนนโยบายการกำกับดูแลกิจการของบริษัทพร้อมทั้งดูแลให้มีการปฏิบัติตามนโยบายต่าง ๆ การพิจารณาทบทวนจรรยาบรรณบริษัทและดูแลให้มีการปฏิบัติตาม พร้อมกันนี้คณะกรรมการได้มีการกำหนดนโยบายเพื่อดูแลไม่ให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ สำหรับรายการเกี่ยวโยงกันและรายการที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ คณะกรรมการได้ดำเนินการตามกระบวนการที่กำหนดไว้โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของบริษัทเป็นสำคัญ นอกจากนี้คณะกรรมการยังได้ทบทวนระบบควบคุมภายในอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า มีระบบภายในที่ดีพอ มีการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม รวมถึงการติดตามดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายจัดการให้เป็นไปตามนโยบายที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมาย

    อำนาจหน้าที่ของประธานกรรมการบริษัท
    2.1) ดูแลการบริหารจัดการในการกำหนดทิศทางการดำเนินธุรกิจ ให้คำแนะนำ รวมถึงการกำกับ ควบคุม ติดตาม การบริหารงานผ่านคณะกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่
    2.2) ทำหน้าที่กำหนดนโยบายของบริษัท ร่วมกับคณะกรรมการบริษัท โดยจะมีการพิจารณาและกำหนดเป้าหมาย ทางธุรกิจร่วมกับฝ่ายบริหาร
    2.3) ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมทั้งการประชุมคณะกรรมการบริษัทและการประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อควบคุมและดำเนินการให้การประชุมมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยสนับสนุนให้กรรมการบริษัททุกคนได้มีส่วนร่วมในการประชุม และแสดงความเห็นอย่างเป็นอิสระ


  3. การประชุมคณะกรรมการ
    คณะกรรมการส่วนใหญ่มีความเห็นว่า การประชุมคณะกรรมการอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม โดยบริษัทได้แจ้งกำหนดการประชุมพร้อมระเบียบวาระประจำปีให้กรรมการได้รับทราบล่วงหน้า ซึ่งช่วยให้กรรมการสามารถจัดสรรเวลามาประชุมได้ทุกครั้ง โดยจำนวนครั้งของการประชุมและระเบียบวาระมีความเหมาะสม ช่วยให้คณะกรรมการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถกำกับดูแลให้บริษัทดำเนินธุรกิจอย่างประสบความสำเร็จ นอกจากนั้นกรรมการจะได้รับเอกสารประกอบการประชุมล่วงหน้าและมีเวลาเพียงพอในการศึกษาข้อมูลเพื่อเตรียมตัวเข้าประชุมซึ่งในเอกสารประกอบการประชุมจะมีข้อมูลอย่างเพียงพอต่อการตัดสินใจของกรรมการ และคณะกรรมการสามารถขอข้อมูลที่จำเป็นเพิ่มเติมเพื่อประกอบการตัดสินใจให้เป็นประโยชน์ต่อบริษัท อีกทั้งบรรยากาศในการประชุมคณะกรรมการเอื้ออำนวยให้เกิดการแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ของกรรมการทุกคน และไม่ถูกครอบงำโดยบุคคลใดบุคคลหนึ่งและกรรมการสามารถอภิปรายปัญหาสำคัญอย่างเต็มที่ในที่ประชุม
  4. การทำหน้าที่ของกรรมการ
    คณะกรรมการส่วนใหญ่มีความเห็นว่า การทำหน้าที่ของกรรมการอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม มีการเตรียมตัวและศึกษาข้อมูลอย่างเพียงพอก่อนการประชุมในแต่ละครั้ง และเข้าประชุมอย่างสม่ำเสมอ และกรรมการได้แสดงความคิดเห็นอย่างเป็นอิสระ และมีความเป็นกลางในการพิจารณาเรื่องต่าง ๆ และมีอิสระในการตัดสินใจ ลงมติ รวมถึงการให้ความเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของบริษัทและเข้าใจว่าประเด็นใดมีความสำคัญและใช้เวลาในการพิจารณาประเด็นนั้น ๆ อย่างเหมาะสม และยอมรับความเห็นที่แตกต่างระหว่างกันโดยไม่เกิดความขัดแย้ง
  5. ความสัมพันธ์กับฝ่ายจัดการ
    คณะกรรมการส่วนใหญ่มีความเห็นว่า ความสัมพันธ์กับฝ่ายจัดการอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม กรรมการสามารถหรือกับกรรมการผู้จัดการใหญ่ได้อย่างตรงไปตรงมาและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับฝ่ายจัดการ โดยกรรมการผู้จัดการใหญ่สามารถขอคำแนะนำจากกรรมการได้เมื่อจำเป็นซึ่งคณะกรรมการไม่ได้เข้าไปแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายจัดการ อีกทั้งคณะกรรมการได้เข้ามามีสวนร่วมในการพิจารณาแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสมในกรณีที่การปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายจัดการไม่เป็นไปตามแผนการดำเนินงานและงบประมาณที่กำหนดไว้
  6. การพัฒนาตนเองของกรรมการและการพัฒนาผู้บริหาร
    คณะกรรมการส่วนใหญ่มีความเห็นว่า การพัฒนาตนเองของกรรมการและการพัฒนาผู้บริหารอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม โดยกรรมการมีความเข้าใจบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของการเป็นกรรมการ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับธุรกิจของบริษัทอย่างเพียงพอ มีความใส่ใจหาข้อมูลหรือติดตามข่าวที่สำคัญเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบต่าง ๆ และสภาพการแข่งขัน ซึ่งจะช่วยให้การปฏิบัติหน้าที่กรรมการมีประสิทธิภาพ โดยคณะกรรมการทุกท่านได้รับการฝึกอบรม เพื่อให้เข้าใจการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกรรมการ และเมื่อมีกรรมการใหม่ คณะกรรมการได้ดูแลให้ฝ่ายจัดการจัดเอกสารหรือจัดบรรยายสรุป เพื่อให้กรรมการเข้าใจธุรกิจและการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ และคณะกรรมการได้มีการกำหนดแผนการสืบทอดตำแหน่ง เพื่อให้การทำหน้าที่ในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
    โดยมีขั้นตอนและกระบวนการในการประเมินผลงาน ดังนี้
    1. คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ทบทวนแบบประเมินผลให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนด
    2. เลขานุการบริษัท จัดส่งแบบประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการให้กรรมการแต่ละคน สำหรับประเมินผลการปฏิบัติงานของกรรมการโดยรวมทั้งคณะ
    3. เลขานุการคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน สรุปและรายงานผลการประเมินต่อคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
    4. คณะกรรมการสรหาและกำหนดค่าตอบแทน รายงานผลการประเมินต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อรับทราบและดำเนินการปรับปรุงการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  7. การประเมินผลการปฏิบัติงานของกรรมการเป็นรายบุคคล
    ประธานกรรมการบริษัท เป็นผู้ประเมินผลการปฏิบัติงานของกรรมการทุกท่านโดยได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2556 ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนกำหนด เพื่อนำมาใช้ในการพิจารณากำหนดแนวทางในการปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาการปฏิบัติงานของกรรมการบริษัทต่อไป ทั้งนี้การประเมินผลการปฏิบัติงานของกรรมการเป็นรายบุคคล มีการประเมินผลโดยแบ่งเป็น 6 หัวข้อ ได้แก่ 1) คุณสมบัติของกรรมการ 2) บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของกรรมการ 3) การประชุมคณะกรรมการ 4) การทำหน้าที่ของกรรมการ 5) ความสัมพันธ์กับฝ่ายจัดการ และ 6) การพัฒนาตนเองของกรรมการโดยผลการประเมินของกรรมการเป็นรายบุคคลมีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 96.64 ซึ่งอยู่ในระดับดีเยี่ยม สำหรับขั้นตอนและกระบวนการในการประเมินผลงานสรุปได้ดังนี้
    1. คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ทบทวนแบบประเมินผลให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนด
    2. เลขานุการบริษัท จัดส่งแบบประเมินผลการปฏิบัติงานของกรรมการทุกรายให้แก่ประธานกรรมการบริษัทสำหรับประเมินผลการปฏิบัติงานของกรรมการเป็นรายบุคคล
    3. เลขานุการคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน สรุปและรายงานผลการประเมินต่อคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
    4. คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน รายงานผลการประเมินต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อรับทราบและดำเนินการปรับปรุงการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  8. การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการชุดย่อย
    คณะกรรมการบริษัท ได้จัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการชุดย่อยทั้ง 5 คณะ ได้แก่ คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและบริหารความเสี่ยง และคณะกรรมการความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อนำผลประเมินมาใช้ในการพิจารณากำหนดแนวทางในการปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาการปฏิบัติงานของคณะกรรมการชุดย่อยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งนี้ การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการชุดย่อย มีการประเมินผลโดยแบ่งเป็น 6 หัวข้อ ได้แก่ 1) โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการ 2) บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ 3) การประชุมคณะกรรมการ 4) การทำหน้าที่ของคณะกรรมการ 5) ความสัมพันธ์กับคณะกรรมการ และ 6) การพัฒนาตนเองของคณะกรรมการสำหรับผลการประเมินของคณะกรรมการชุดย่อยทั้ง 5 คณะ โดยความเห็นของกรรมการสรุปตามหัวข้อได้ดังนี้
    1. โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการ : ผลการประเมินอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม โดยคณะกรรมการชุดย่อยทุกคนเห็นว่า จำนวนกรรมการทั้งหมดในคณะกรรมการมีความเหมาะสมกับลักษณะการประกอบธุรกิจของบริษัท ช่วยให้การทำหน้าที่โดยรวมของคณะกรรมการมีประสิทธิภาพ และคณะกรรมการประกอบด้วยบุคคลที่มีความรู้และประสบการณ์หลากหลายเพียงพอที่จะช่วยให้การทำหน้าที่โดยรวมของคณะกรรมการมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ คณะกรรมการชุดย่อย ยังได้ทำหน้าที่ช่วยในการกำกับดูแลกิจการ สรรหาบุคคลที่มีคุณสมบัติหมาะสมเพื่อเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท ด้วยความโปร่งใส ยุติธรรม ไม่อยู่ภายใต้อิทธิพลของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง รวมถึงค่าตอบแทนที่เหมาะสมแข่งขันได้ในการรักษากรรมการที่ดี มีความสามารถ กำหนดนโยบาย และทิศทางการดำเนินงานด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท จรรยาบรรณธุรกิจ รวมถึงการบริหารและจัดการความเสี่ยง ดูแลและให้คำแนะนำแก่ฝ่ายบริหาร ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดี
    2. บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ : ผลการประเมินอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม โดยสรุปผลประเมินของคณะกรรมการชุดย่อยได้ดังนี้
      - คณะกรรมการบริหาร : มีการให้แนวนโยบาย กำกับดูแล ให้คำแนะนำ และคำปรึกษาแก่กรรมการผู้จัดการใหญ่และฝ่ายบริหาร มีการกำหนดแผนธุรกิจ งบประมาณ และอำนาจการบริหารต่าง ๆ ของบริษัทตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท การตรวจสอบติดตามการดำเนินงานตามนโยบายและแผนต่าง ๆ ของบริษัทให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ การศึกษาความเป็นไปได้สำหรับโครงการใหม่ ๆ และการรายงานผลการดำเนินงานของบริษัทให้คณะกรรมการบริษัทรับทราบ
      - คณะกรรมการตรวจสอบ : มีการดูแลให้การจัดทำงบการเงินเป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรอโดยทั่วไป การกำกับดูแลงานตรวจสอบภายในเพื่อให้มีระบบการตรวจสอบที่เหมาะสมและมีประสิทธิผลการพิจารณาให้การทำรายการที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ดำเนินการตามกระบวนการที่กำหนดไว้และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อบริษัท การกำกับดูแลให้บริษัทมีการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง การเสนอแต่งตั้ง กำหนดค่าตอบแทนและประเมินผลผู้สอบบัญชีอย่างเหมาะสม
      - คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน : มีการกำหนดหลักเกณฑ์ในการสรรหากรรมการให้มีความเหมาะสม การพิจารณาสรรหาบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเพื่อเสนอแต่งตั้งเป็นกรรมการบริษัทการกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาค่าตอบแทนกรรมการให้มีความเหมาะสมและโปร่งใส การพิจารณาค่าตอบแทนกรรมการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดเพื่อนำเสนอผู้ถือหุ้น การประเมินผลการปฏิบัติงานของกรรมการผู้จัดการใหญ่ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ และการพิจารณาค่าตอบแทนของกรรมการผู้จัดการใหญ่ให้สอดคล้องกับผลการประเมิน
      - คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและบริหารความเสี่ยง : มีการศึกษาและติดตามความเคลื่อนไหวแนวโน้มการปฏิบัติด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี การพัฒนา และเสนอแนะนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท การติดตามและประเมินผลตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท การพิจารณานโยบายและแผนงานเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยง การดูแลและทบทวนการบริหารความเสี่ยง โดยรวมของบริษัท กลยุทธ์ที่ใช้ในการบริหารความเสี่ยง การรายงานความเสี่ยงและการดำเนินงานเพื่อลดความเสี่ยงต่อคณะกรรมการบริษัท
      - คณะกรรมการความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม : มีการศึกษาและติดตามความเคลื่อนไหวรวมถึงติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม การพัฒนาและเสนอแนะนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัท การหาข้อมูลหรือติดตามข่าวที่สำคัญเกี่ยวกับด้านสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบต่าง ๆ การพิจารณากำหนดนโยบายและแผนงานสำหรับการดำเนินงานด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม
    3. การประชุมคณะกรรมการ : ผลการประเมินอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม โดยบริษัทได้แจ้งกำหนดการประชุมพร้อมระเบียบวาระประจำปีให้กรรมการได้รับทราบกำหนดการประชุมคณะกรรมการในแต่ละปีล่วงหน้า ซึ่งช่วยให้กรรมการสามารถจัดสรรเวลามาประชุมได้ทุกครั้งโดยจำนวนครั้งของการประชุมคณะกรรมการมีความเหมาะสมที่จะช่วยให้คณะกรรมการปฏิบัติหน้าที่ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถกำกับดูแลให้บริษัทดำเนินธุรกิจอย่างประสบความสำเร็จ วาระการประชุมคณะกรรมการมีความเหมาะสม ช่วยให้คณะกรรมการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นกรรมการได้รับเอกสารประกอบ การประชุมล่วงหน้าและมีเวลาเพียงพอในการศึกษาข้อมูลเพื่อเตรียมตัวเข้าประชุม ข้อมูลในเอกสารการประชุมเพียงพอต่อการตัดสินใจของกรรมการ และคณะกรรมการสามารถขอข้อมูลที่จำเป็นเพิ่มเติมเพื่อประกอบการตัดสินใจให้เป็นประโยชน์ต่อบริษัท โดยบรรยากาศในการประชุมคณะกรรมการเอื้ออำนวยให้เกิดการแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ ของกรรมการทุกคน และไม่ถูกครอบงำโดยบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ซึ่งทำให้ในการประชุมแต่ละครั้งกรรมการสามารถอภิปรายปัญหาสำคัญได้อย่างเต็มที่
    4. การทำหน้าที่ของกรรมการ : ผลการประเมินอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม โดยกรรมการมีการเตรียมตัวและศึกษาข้อมูลอย่างเพียงพอมาก่อนการประชุมคณะกรรมการ กรรมการเข้าประชุมคณะกรรมการอย่างสม่ำเสมอ สามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างเป็นอิสระ กรรมการมีความเป็นกลางในการพิจารณาเรื่องต่าง ๆ และมีอิสระในการตัดสินใจลงมติ ไม่ถูกโน้มน้าวโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร กรรมการให้ความเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของบริษัท กรรมการเข้าใจว่าประเด็นใดมีความสำคัญและใช้เวลาในการพิจารณาประเด็นนั้น ๆ อย่างเหมาะสม โดยไม่เสียเวลากับประเด็นที่ไม่สำคัญ และกรรมการยอมรับความเห็นที่แตกต่างระหว่างกันโดยไม่เกิดความขัดแย้ง
    5. ความสัมพันธ์กับฝ่ายจัดการ : ผลการประเมินอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม โดยกรรมการสามารถหารือกับกรรมการผู้จัดการใหญ่ได้อย่างตรงไปตรงมา คณะกรรมการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับฝ่ายจัดการ และกรรมการผู้จัดการใหญ่สามารถขอคำแนะนำจากกรรมการได้เมื่อจำเป็นคณะกรรมการไม่ได้เข้าไปแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายจัดกร โดยคณะกรรมการได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณาแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม ในกรณีที่การปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายจัดการไม่เป็นไปตามแผนการดำเนินงาน และงบประมาณที่กำหนด
    6. การพัฒนาตนเองของกรรมการและการพัฒนาผู้บริหาร : ผลการประเมินอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม โดยกรรมการมีความเข้าใจบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของการเป็นกรรมการ กรรมการมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับธุรกิจของบริษัทอย่างเพียงพอที่จะช่วยให้ปฏิบัติหน้าที่กรรมการได้อย่างมีประสิทธิภาพ กรรมการใส่ใจหาข้อมูลหรือติดตามข่าวที่สำคัญเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบต่าง ๆ และสภาพการแข่งขันซึ่งจะช่วยให้การปฏิบัติหน้าที่กรรมการมีประสิทธิภาพ โดยคณะกรรมการทุกท่านได้รับการฝึกอบรม เพื่อให้เข้าใจการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกรรมการ มีการเตรียมตัวและศึกษาข้อมูลอย่างเพียงพอมาก่อนการประชุมคณะกรรมการ กรรมการเข้าประชุมคณะกรรมการอย่างสม่ำเสมอ กรรมการแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นอิสระ กรรมการมีความเป็นกลางในการพิจารณาเรื่องต่าง ๆ และมีอิสระในการตัดสินใจลงมติไม่ถูกโน้มน้าวโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร กรรมการให้ความเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของบริษัท กรรมการเข้าใจว่าประเด็นใดมีความสำคัญและใช้เวลาในการพิจารณาประเด็นนั้น ๆ อย่างเหมาะสม โดยไม่เสียเวลากับประเด็นที่ไม่สำคัญ และกรรมการยอมรับความเห็นที่แตกต่างระหว่างกันโดยไม่เกิดความขัดแย้ง
      โดยมีขั้นตอนและกระบวนการในการประเมินผลงาน ดังนี้
      1. คณะกรรมการชุดย่อยจัดทำแบบประเมินผลตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย และแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมการชุดย่อย
      2. เลขานุการคณะกรรมการชุดย่อย สรุปและรายงานผลการประเมินการปฏิบัติงานของคณะกรรมการชุดย่อยและดำเนินการปรับปรุงการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
      3. เลขานุการคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน สรุปและรายงานผลประเมินของคณะกรรมการชุดย่อยต่อคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
      4. คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน รายงานผลการประเมินต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อรับทราบและดำเนินการปรับปรุงการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  9. การประเมินผลการปฏิบัติงานของกรรมการผู้จัดการใหญ่
    กรรมการอิสระ ได้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของกรรมการผู้จัดการใหญ่ทุกปิ โดยดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2555 ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนกำหนด และคณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน เป็นผู้พิจารณาเสนอค่าตอบแทนและผลประโยชน์อื่น ที่เหมาะสมสำหรับกรรมการผู้จัดการใหญ่ โดยอ้างอิงจากผลการประเมินการปฏิบัติงานประจำปีดังกล่าวและนำเสนอคณะกรรมการบริษัทพิจารณาเห็นชอบทั้งนี้ การประเมินผลการปฏิบัติงานของกรรมการผู้จัดการใหญ่มีการประเมินผล โดยแบ่งเป็น 3 หมวดดังนี้
    หมวดที่ 1 : ความคืบหน้าของแผนงานและความสำเร็จของเป้าหมายเชิงธุรกิจ
    หมวดที่ 2 : การวัดผลการปฏิบัติงาน ซึ่งประกอบด้วย
    1. ความเป็นผู้นำ
    2. การกำหนดกลยุทธ์
    3. การปฏิบัติตามกลยุทธ์
    4. การวางแผนและผลปฏิบัติทางการเงิน
    5. ความสัมพันธ์กับคณะกรรมการ
    6. ความสัมพันธ์กับภายนอก
    7. การบริหารงานและความสัมพันธ์กับบุคลากร
    8. การสืบทอดตำแหน่ง
    9. ความรู้ด้านผลิตภัณฑ์และบริการ
    10. คุณลักษณะส่วนตัว
    หมวดที่ 3 : การพัฒนา CEO
  10. การประเมินผลการปฏิบัติตามจรรยาบรรณของบริษัท
    คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดจรรยาบรรณบริษัท เพื่อเป็นหลักการและเป้าหมายของการดำเนินธุรกิจของบริษัทและแนวทางการปฏิบัติงานของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน โดยกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน จะประเมินการปฏิบัติตามจรรยาบรรณบริษัทอย่างต่อเนื่องทุกปี
    ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสื่อสารและส่งเสริมให้มีการปฏิบัติตามจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจของบริษัท ทางฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ ได้จัดทำจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจของบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อมอบให้กับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานที่ปฏิบัติงาน โดยจัดให้มีการฝึกอบรมเกี่ยวกับการปฏิบัติตามจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจของบริษัทตลอดมาทุกคน และในปี 2563 ได้มีการจัดอบรมขึ้นจำนวน 12 ครั้งโดยเป็นการฝึกอบรมให้กับพนักงานใหม่จำนวน 24 คน
    นอกจากนี้ บริษัทได้จัดให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ทำการประเมินผลการปฏิบัติตามจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจของบริษัทของตนเอง โดยในปี 2563 คณะกรรมการได้ทำการประเมินและส่งผลประเมินครบทั้ง 9 ท่าน คิดเป็นร้อยละ 100 และมีผู้บริหาร (ตั้งแต่ระดับผู้จัดการส่วน ถึง ประธานกรรมการบริหาร ทำการประเมินจำนวน 96 คน ส่งผลการประเมินกลับคืนให้ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์จำนวน 96 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ในส่วนของพนักงาน (ตั้งแต่ระดับผู้จัดการแผนก ถึง เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ) ทำการประเมินจำนวน 1,328 คน ส่งผลการประเมินกลับคืนให้ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ จำนวน 1,273 คน คิดเป็นร้อยละ 95.86 ซึ่งผลการประเมินโดยรวมของกรรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานอยู่ในเกณฑ์ดีมาก
    ทั้งนี้ ผลการประเมินโดยรวมของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานในการปฏิบัติตามจรรยาบรรณบริษัท สรุปได้ดังนี้
    • การปฏิบัติตามจรรยาบรรณ : เข้าใจและยึดถือปฏิบัติตามแนวทางที่กำหนดไว้ในจรยาบรรณบริษัท
    • แนวทางในการประกอบธุรกิจ : ปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้กับบริษัทและธุรกิจการค้าอย่างเคร่งครัดตามหลักจริยธรรมที่พึงปฏิบัติและปฏิบัติตามนโยบายบริษัท
    • ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ : ไม่นำข้อมูลที่เป็นความลับของบริษัทไปเปิดเผยต่อบุคคลอื่น หลีกเลี่ยงการกระทำที่จะก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวและผลประโยชน์ของบริษัท ไม่เข้าไปมีส่วนร่วมหรือเป็นผู้ถือหุ้นในกิจการใด ๆ ซึ่งอาจมีผลประโยชน์หรือขัดแย้งทางธุรกิจต่อบริษัท
    • การใช้ข้อมูลภายในเพื่อซื้อขายหลักทรัย์ : ไม่เปิดเผยข้อมูลภายในที่ยังไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะอันส่งผลกระทบต่อราคาหรือการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทและบริษัทที่เกี่ยวข้อง
    • หน้าที่ต่อผู้ถือหุ้น : ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุดเพื่อเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้องค์กร มีศักยภาพ รองรับการขยายตัว และต่อยอดทางธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง และเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว
    • ความรับผิดชอบต่อผู้บริหารและพนักงาน : มีการกำหนดแนวทางและวิธีปฏิบัติเพื่อดูแลรักษาสภาพแวดล้อมในการทำงานให้มีความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินอยู่เสมอ
    • หน้าที่ต่อชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อม : ให้ความร่วมมือในการทำประโยชน์แก่ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ตามโอกาสและความพร้อม
    • การเปิดเผยข้อมูลและการักษาความลับ : ปฏิบัติตามนโยบายในการจัดการข้อมูลในบริษัทอย่างมีประสิทธิภาพโดยเผยแพร่ข้อมูลที่จำเป็นและถูกต้องเหมาะสมต่อสังคมตามแต่โอกาส และไม่เปิดเผยข้อมูลของบริษัทที่ยังมิได้มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ ข้อมูลส่วนบุคคล หรือนำข้อมูลที่ได้รับจากหน้าที่การงาน ไปใช้ในทางที่ก่อให้เกิดประโยชน์ส่วนตน
    • ทรัพย์สินของบริษัท : กำหนดแนวปฏิบัติในการดูแลรับผิดชอบต่อทรัพย์สินของบริษัทมิให้สูญหาย เสียหาย หรือนำไปใช้ในทางที่ผิด
    • ของกำนัลและการเลี้ยงรับรอง : กำหนดแนวปฏิบัติเรื่องการให้ของกำนัลและการเลี้ยงรับรอง โดยหลีกเลี่ยงการรับสิ่งของหรือผลประโยชน์ใด ๆ จากคู่ค้า คู่สัญญา หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท เว้นแต่ในเทศกาลหรือประเพณีนิยมโดยพึงพิจารณาว่าอยู่ในมูลค่าที่เหมาะสม
  11. ค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร

    ค่าตอบแทนกรรมการ: บริษัทได้กำหนดนโยบายค่าตอบแทนกรรมการ และกรรมการผู้จัดการใหญ่ไว้อย่างชัดเจนและโปร่งใส โดยสอดคล้องกับภาระหน้าที่และความรับผิดชอบของกรรมการแต่ละคนที่เป็นประธาน หรือสมาชิกของคณะกรรมการชุดย่อยทั้งนี้คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนเป็นผู้พิจารณากลั่นกรองซึ่งค่าตอบแทนอยู่ในระดับอุตสาหกรรมเดียวกันและสูงเพียงพอที่จะดูแลและ
    ค่าตอบแทนกรรมการ ผู้จัดการใหญ่: รักษากรรมการที่มีคุณสมบัติที่ต้องการบริษัทได้กำหนดนโยบายค่าตอบแทนกรรมการผู้จัดการใหญ่โดยให้คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนพิจารณาค่าตอบแทนของกรรมการผู้จัดการใหญ่ ให้สอดคล้องกับผลการดำเนินงานของบริษัททั้งในระยะสั้นและในระยะยาว และผลการปฏิบัติงานของกรรมการผู้จัดการใหญ่ เพื่อนำเสนอคณะกรรมการบริษัทพิจารณาในแต่ละปี
    ค่าตอบแทนผู้บริหาร: ค่าตอบแทนผู้บริหารเป็นไปตามหลักการ และนโยบายที่คณะกรรมการบริษัทกำหนด ซึ่งเชื่อมโยงกับผลการดำเนินงานของบริษัท และผลประเมินการปฏิบัติงานของผู้บริหารแต่ละคน
  12. การพัฒนากรรมการและผู้บริหาร
    - การอบรมสำหรับกรรมการและผู้บริหาร คณะกรรมการบริษัทมีนโยบายในการส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้มีการฝึกอบรมและการให้ความรู้แก่กรรมการและผู้บริหารของบริษัท เพื่อให้มีการปรับปรุงและการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งหลักสูตรการอบรมภายในและภายนอกบริษัท โดยคณะกรรมการทุกท่านต้องได้รับการฝึกอบรม เพื่อให้เข้าใจการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกรรมการ โดยคณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารระดับสูงให้ความสำคัญในการเข้าร่วมอบรมหรือสัมมนาในหลักสูตรต่างๆ หรือพัฒนาความรู้ความสามารถ โดยกรรมการบริษัทส่วนใหญ่ได้ผ่านการอบรมหลักสูตรกับสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) แล้ว ได้แก่ หลักสูตร Director Certification Program (DCP) หลักสูตร Director Accreditation Program (DAP) หลักสูตร The Role of Chairman (RCP) หลักสูตร Audit Committee Program (ACP) และหลักสูตร Role of Compensation Committee (RCC)

    ทั้งนี้บริษัทยังได้มีการส่งกรรมการและผู้บริหารเข้าร่วมอบรมหลักสูตรต่างๆ ตามที่ OD และสถาบันอื่น ๆ จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    - การปฐมนิเทศกรรมการใหม่ บริษัทได้จัดให้มีการปฐมนิเทศกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งเข้ามาใหม่ โดยคณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้เลขานุการบริษัท เข้าพบกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ โดยจัดให้มีการประชุมร่วมกันกับกรรมการ และหรือผู้บริหาร และ/หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อชี้แจงและตอบข้อซักถาม พร้อมทั้งจัดเตรียมเอกสารข้อมูลสรุปให้กรรมการใหม่ได้รับทราบ เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท ภาพรวมของธุรกิจ โครงสร้างผู้ถือหุ้น โครงสร้างองค์กร คู่มือกรรมการบริษัทจดทะเบียน หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี จรรยาบรรณ อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท กำหนดการประชุมคณะกรรมการทั้งปี พร้อมกันนี้บริษัทยังได้จัดให้กรรมการได้เข้าร่วมอบรมหลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่งตามข้อเสนอแนะของสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งจัดโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD)
  13. แผนการสืบทอดตำแหน่ง
    คณะกรรมการได้กำหนดแผนในการทดแทนตำแหน่งงาน (Succession Plan) ในระดับบริหาร และตำแหน่งงานในสายงานหลัก โดยพิจารณาจากผลการปฏิบัติงาน ศักยภาพ และความพร้อมของแต่ละบุคคลเป็นหลัก ทั้งนี้ บริษัทจัดให้มีการเตรียมความพร้อมสำหรับบุคคลที่เป็น Successor ในการพัฒนาความรู้ ความสามารถ และทักษะที่จำเป็นตามตำแหน่งงานเพื่อสืบทอดงานในกรณีที่กรรมการผู้จัดการใหญ่ หรือผู้บริหารในตำแหน่งสำคัญไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
    สำหรับผู้บริหารที่ได้รับการกำหนดให้เป็นบุคลากรที่จะสืบทอดตำแหน่ง นอกจากจะต้องเป็นผู้ที่พร้อมด้วยคุณสมบัติและประสบการณ์การทำงานในสายงานที่เหมาะสมแล้ว ยังต้องได้รับการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ ด้วยการหมุนเวียนปฏิบัติงานในหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง และเข้ารับการอบรมตามหลักสูตรการฝึกอบรมที่จำเป็นเพิ่มเติม เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่สูงขึ้นไปในอนาคต และเพื่อให้มีการส่งมอบงานเป็นไปอย่างราบรื่น และการบริหารงานอย่างต่อเนื่อง
    สำหรับการบริหารทรัพยากรบุคคลของบริษัท มีการวางระบบด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลโดยมีการจัดสรร ควบคุม ติดตาม ประเมินผลอย่างเพียงพอ ทั้งในด้านกระบวนการสรรหาเพื่อให้ได้บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถตามที่กำหนด มีระบบค่าตอบแทนที่เหมาะสมและเป็นธรรม มีการกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบ การปฏิบัติงานของบุคลากร มาตรฐานการปฏิบัติงานการพัฒนาบุคลากร และการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้พนักงานมีความรู้ความสามารถ โดยใช้ระบบประเมินผลการปฏิบัติงานสำหรับประกอบในการพิจารณาค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับความสามารถและผลการปฏิบัติงาน
ดาวน์โหลดเอกสาร close