จรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจและแนวปฏิบัติที่ดีจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจและแนวปฏิบัติที่ดี

1. การเคารพกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชนสากล

ในประเทศไทยและทุกประเทศทั่วโลก มีการปกครองโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายหรือหลักนิติรัฐ โดยประเทศต่างๆ ที่บริษัทเข้าไปลงทุนหรือเกี่ยวข้องมีระบบกฎหมาย ขนบธรรมเนียมประเพณีที่แตกต่างกัน แต่ก็ยึดถือ หลักสิทธิมนุษยชนสากลเป็นหลักปฏิบัติร่วมกัน ดังนั้นนโยบายที่สำคัญ คือ บริษัทและบุคลากรทุกคนของบริษัทต้องเคารพกฎหมายทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งคำนึงถึงและปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนสากล
แนวปฏิบัติที่ดี
  1. บุคลากรของบริษัท ต้องทำความเข้าใจกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่และความรับผิดชอบของตนโดยตรงให้ละเอียดรอบคอบและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด หากมีข้อสงสัยประการใดให้ขอคำปรึกษาจากฝ่ายกฎหมาย และห้ามมิให้ปฏิบัติการใดๆ หากยังมีข้อสงสัยนั้นอยู่
  2. ในกรณีที่บุคลากรของบริษัท จะต้องไปปฏิบัติงานในต่างประเทศ บุคคลนั้นควรศึกษากฎหมาย ขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมต่างๆ ของประเทศปลายทางก่อนการเดินทางเพื่อให้แน่ใจว่าสินค้า หรือวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่นำติดตัวไป รวมทั้งเอกสารในการเดินทาง วัตถุประสงค์ของการเดินทาง และการปฏิบัติงานในประเทศปลายทาง ไม่ผิดกฎหมาย ไม่ขัดต่อขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมของประเทศปลายทาง
  3. บริษัทควรมีการรวบรวมกฎหมาย กฎ และระเบียบของทางราชการให้เป็นหมวดหมู่ เพื่อให้บุคลากรของบริษัท ได้ศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสม และควรจัดให้มีการปฐมนิเทศและจัดอบรมความรู้ทางด้านกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจสำหรับคณะกรรมการบริษัท คณะผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท
  4. บริษัทต้องปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนสากลอย่างเคร่งครัด และเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในหลักสิทธิมนุษยชนสากลแก่พนักงานเพื่อนำไปเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินงาน และไม่สนับสนุนกิจการที่ละเมิดหลัก สิทธิมนุษยชนสากล

2. การสนับสนุนภาคการเมือง

บริษัทเป็นองค์กรที่เป็นกลางทางการเมือง ไม่ฝักใฝ่พรรคการเมือง กลุ่มการเมือง หรือนักการเมืองคนใด ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยบริษัทสนับสนุนการดำเนินการใดๆ ที่เป็นไปตามระบอบการปกครองภายในประเทศและประเทศที่ไปลงทุน และสนับสนุนให้บุคลากรของบริษัทใช้สิทธิทางการเมืองของตนตามครรลองของกฎหมาย เพื่อให้บริษัทสามารถดำเนินธุรกิจโดยปราศจากความกดดันจากฝ่ายการเมืองและภาคประชาชน
แนวปฏิบัติที่ดี
  1. บริษัทต้องเป็นกลางทางการเมือง ไม่นำทรัพยากรของบริษัทไปสนับสนุนกิจกรรมทางการเมืองของพรรคการเมือง กลุ่มการเมือง หรือนักการเมืองคนใด ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม และไม่อนุญาตให้ฝ่ายการเมืองเข้ามาใช้ทรัพยากร และสถานที่ของบริษัทในกิจกรรมทางการเมือง
  2. บริษัทสนับสนุนให้พนักงานของบริษัทแสดงออก เข้าร่วม สนับสนุน และใช้สิทธิทางการเมืองนอกเวลาทำงานโดยทรัพยากรของบุคลากรนั้นเอง ห้ามมิให้บุคลากรของบริษัทใช้อำนาจ ทรัพยากร เงินทุน และชื่อของบริษัทไปใช้ ในการเรี่ยไรหรือใช้ประกอบกิจกรรมทางการเมือง
  3. บริษัทไม่สนับสนุนให้มีการวิ่งเต้นที่มิใช่การใช้หลักการ และเหตุผลที่เหมาะสม เช่น การวิ่งเต้นโดยใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัว หรือนำเสนอผลประโยชน์ตอบแทนที่ผิดกฎหมาย

3. การมีส่วนได้เสียและการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์

บุคลากรของบริษัทต้องปฏิบัติงานโดยคำนึงถึงประโยชน์ของบริษัทเป็นที่ตั้ง โดยปราศจากความต้องการส่วนตัวและอิทธิพลจากผู้ใกล้ชิด และต้องตระหนักอยู่เสมอว่าตนเองมีส่วนได้เสียหรือผลประโยชน์ขัดกันในการปฏิบัติงานหรือไม่ เมื่อพบว่าตนมีส่วนได้เสียหรือมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในเรื่องใดแล้ว บุคลากรผู้นั้นจะต้องหยุดการดำเนินการดังกล่าวและให้ผู้อื่นเข้ามารับผิดชอบแทนตน ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันและกำจัดข้อครหาว่าด้วยความขัดแย้งทางผลประโยชน์อันก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนจากการใช้อำนาจหน้าที่ของตนโดยมิชอบเพื่อสร้างผลประโยชน์ให้แก่ตนเองและผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งทำให้บริษัทได้รับความเสียหายด้วย ดังนั้น บุคลากรทุกคนจะต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการมีส่วนได้เสียและความขัดแย้งทางผลประโยชน์ โดยต้องดำเนินการเปิดเผยการมีส่วนได้เสียตามที่บริษัทกำหนดอย่างเคร่งครัด
แนวปฏิบัติที่ดี
  1. ห้ามบุคลากรของบริษัทใช้อิทธิพล หรืออำนาจของบุคลากรคนนั้นทำธุรกรรมระหว่างบริษัทกับบุคคลนั้นเอง ห้างหุ้นส่วน หรือนิติบุคคลที่บุคคลนั้นถือหุ้นอยู่ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องทุกคน นอกเหนือจากสวัสดิการที่บุคลากร ของบริษัทควรได้ เว้นแต่จะมีการเปิดเผยส่วนได้เสียนั้นแล้ว และได้รับอนุญาตเป็นการเฉพาะหรือได้รับอนุมัติในหลักการ ให้สามารถกระทำได้
  2. บุคลากรของบริษัท หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง สามารถทำธุรกรรมที่มีข้อตกลงทางการค้าทั่วไปได้โดยปราศจากการใช้อิทธิพลของบุคลากรของบริษัท และมีข้อตกลงทางการค้าทั่วไปที่วิญญูชนจะพึงกระทำกับคู่ค้า กับบริษัท หรือบริษัทย่อยของบริษัทได้
  3. กรณีมีการออกคำสั่งเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์แก่บุคลากรผู้ออกคำสั่งเอง ผู้นั้นย่อมกระทำไม่ได้
  4. การเข้าประชุมพิจารณาวาระใดที่ผู้เข้าร่วมประชุมมีส่วนได้เสีย บุคลากรผู้มีส่วนได้เสียต้องออกจาก ที่ประชุมเป็นการชั่วคราว เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมท่านอื่นมีโอกาสพิจารณา วิเคราะห์ วิจารณ์โดยปราศจากอิทธิพลของบุคลากรผู้มีส่วนได้เสียคนนั้น
  5. คณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารต้องพิจารณาความขัดแย้งของผลประโยชน์เกี่ยวกับรายการที่เกี่ยวโยงกันระหว่างบริษัทกับบริษัทย่อยและบริษัทร่วมอย่างละเอียดรอบคอบ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีหลักการและเหตุผล พิจารณา ด้วยความเป็นอิสระ ภายใต้กรอบจริยธรรมที่ดี โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของบริษัท
  6. กรณีที่บุคลากรของบริษัท มีเหตุสงสัยว่าตนเองหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องมีผลประโยชน์ที่ขัดกัน กับผลประโยชน์ของบริษัท ให้รีบแจ้งต่อผู้บังคับบัญชาทราบ เพื่อส่งเรื่องให้กับสำนักกรรมการผู้จัดการใหญ่และเลขานุการบริษัทต่อไป ซึ่งบุคลากรของบริษัทต้องมีการทบทวนและประเมินตนเองเกี่ยวกับประเด็นความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ในการประเมินตนเองประจำปี
  7. คณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และผู้สอบบัญชี ของบริษัท ต้องรายงานการมีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการของบริษัท บริษัทย่อย หรือบริษัทร่วมของบริษัท รวมทั้งรายงานการถือครองหลักทรัพย์ของตนและบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กำหนด
  8. การรับทำงานจากบริษัทย่อย หรือบริษัทร่วม สามารถกระทำได้เมื่อได้รับการอนุมัติจากผู้บังคับบัญชา ฝ่ายบริหาร หรือคณะกรรมการบริษัทแล้วแต่กรณี แต่บุคลากรของบริษัทต้องไม่รับงานภายนอกที่เป็นการแข่งขันกับการดำเนินธุรกิจกับบริษัท หรือก่อให้เกิดผลประโยชน์ขัดแย้งกับบริษัท ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติงานชั่วคราวหรือถาวร เว้นแต่ จะได้รับอนุญาตเป็นการเฉพาะเจาะจงจากคณะกรรมการบริษัท หรือผู้มีอำนาจอนุมัติ
  9. การรับบุคลากรใหม่ที่เป็นบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับบุคลากรของบริษัท ต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรมต่อผู้ที่มีคุณสมบัติอย่างเดียวกัน และบุคลากรของบริษัท ต้องไม่แทรกแซง หรือใช้อิทธิพลของตนเข้าช่วยเหลือให้รับบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับตนเข้าทำงาน

4. การรักษาความลับ การเก็บข้อมูล และการใช้ข้อมูลภายใน

ข้อมูลที่เป็นความลับ เป็นข้อมูลที่มิใช่ข้อมูลสาธารณะซึ่งหากข้อมูลดังกล่าวเปิดเผยต่อสาธารณชนหรือตกอยู่ในมือของคู่แข่งแล้วย่อมก่อให้เกิดผลกระทบร้ายแรงต่อบริษัท สำหรับข้อมูลที่คู่ค้าและลูกค้ามีความเชื่อใจมอบให้แก่บริษัทเพื่อนำมาใช้งานทุกประเภทนั้น บริษัทย่อมมีหน้าที่ปกปิดข้อมูลดังกล่าวไว้เป็นความลับโดยให้รับรู้เฉพาะผู้ที่จำเป็นเท่านั้น ดังนั้นผู้ที่ดูแล หรือครอบครองข้อมูล จะต้องทำหน้าที่ในการดูแลรักษาความปลอดภัยของข้อมูลดังกล่าวโดยเคร่งครัด
แนวปฏิบัติที่ดี
  1. บริษัทมีการกำหนดชั้นความลับของข้อมูล และวิธีการที่บุคลากรของบริษัทต้องทำความเข้าใจถึงระดับความลับในแต่ละระดับชั้น และการปฏิบัติเพื่อรักษาความลับนั้นบุคลากรของบริษัทต้องรักษาความลับในส่วนที่ตนเองรับผิดชอบ ไม่ให้ความลับนั้นเผยแพร่ต่อบุคคลอื่น รวมถึงบุคลากรของบริษัทที่ไม่เกี่ยวข้องด้วย
  2. บุคลากรของบริษัท แม้จะเกษียณอายุ ลาออก หรือสิ้นสุดการทำงานกับบริษัทไปแล้วก็ตาม ก็ควรจะต้องรักษา และไม่เปิดเผยความลับใดๆ ของบริษัท
  3. บริษัทต้องรักษาและปกปิดข้อมูลลูกค้า และข้อมูลทางการค้าไว้เป็นความลับ จะต้องไม่เปิดเผยความลับของลูกค้าต่อบุคลากรของบริษัท และบุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้อง เว้นแต่เป็นข้อบังคับโดยกฎหมายกำหนดให้เปิดเผย หรือเป็นการเปิดเผยเพื่อวัตถุประสงค์ทางการฟ้องร้องคดี หรือคณะกรรมการบริษัทอนุมัติให้มีการเปิดเผย
  4. ข้อมูลภายในเป็นข้อมูลที่ใช้ในการดำเนินงานและการบริหารกิจการ อันเป็นข้อมูลลับของบริษัทที่ ยังไม่เปิดเผยสู่สาธารณะ ซึ่งหากเปิดเผยแล้วจะส่งผลกระทบต่อบริษัท และบริษัทในกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีผลกระทบต่อมูลค่าหุ้นที่มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บุคลากรของบริษัท จึงต้องรักษาข้อมูลภายในไว้เป็นความลับ และต้องไม่นำข้อมูลภายในที่ตนล่วงรู้จากการปฏิบัติหน้าที่ของตนไปแจ้งต่อผู้อื่น หรือนำข้อมูลภายในไปใช้แสวงหาประโยชน์ในทางมิชอบเสียเอง หรือทำให้ประโยชน์ของบริษัทลดลง
  5. บุคลากรของบริษัทจะได้รับการแจ้งเตือน และรณรงค์ให้ละเว้นการใช้ข้อมูลภายในผ่านช่องทางการติดต่อของบริษัท โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีเหตุการณ์สำคัญ เช่น การออกหุ้นเพิ่มทุน การออกหุ้นกู้
  6. การว่าจ้างบุคคลที่เคยทำงานกับคู่แข่งทางการค้าหรือรัฐบาลมาก่อน บริษัทต้องค้นหาและศึกษาข้อตกลงการรักษาความลับที่บุคคลนั้นเคยทำไว้กับคู่แข่งทางการค้าหรือรัฐบาลมาก่อน และบริษัทต้องไม่กระทำการใดๆ เพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการอันเป็นการผิดข้อตกลงกับคู่แข่งทางการค้าหรือรัฐบาล อันจะก่อให้เกิดการฟ้องร้องดำเนินคดีตามมา
  7. การเปิดเผยข้อมูลต้องเป็นไปโดยบุคลากรของบริษัทที่มีอำนาจหน้าที่ บุคคลที่ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการเปิดเผยเมื่อถูกถามข้อมูลใดๆ ที่ตนไม่มีหน้าที่เปิดเผยนั้น ให้แนะนำผู้ถามสอบถามผู้ที่ทำหน้าที่เปิดเผยข้อมูลนั้น เพื่อทำให้การให้ข้อมูลมีความถูกต้อง และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
  8. บุคลากรของบริษัท ควรเก็บรักษาข้อมูลไว้อย่างน้อย 10 ปี โดยเก็บไว้เป็นเอกสารและที่เก็บไว้เป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อการเรียกใช้เอกสารบางประเภทและเก็บรักษาไว้ตามที่กฎหมายกำหนด โดยเมื่อครบกำหนดให้นำเอกสารสำคัญนั้นไปทำลาย

5. การปฎิบัติต่อลูกค้าและผู้บริโภค

บริษัทคำนึงถึงความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าและผู้บริโภค ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนและใช้บริการจากบริษัท ดังนั้น บริษัทจึงดำเนินงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีคุณธรรมและมีคุณภาพ รวมทั้งคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อลูกค้าและผู้บริโภคเป็นสำคัญ
แนวปฏิบัติที่ดี
  1. บริษัทมุ่งมั่นพัฒนาการให้บริการให้ครบวงจร บริการรวดเร็ว มีคุณภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง บุคลากรของบริษัทต้องทุ่มเทเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและผู้บริโภคอย่างเต็มที่ ด้วยราคาที่สมเหตุสมผล ทันต่อสถานการณ์ มีคุณภาพ ไม่จำกัดสิทธิและมีเงื่อนไขที่เป็นธรรมสำหรับผู้ใช้บริการ
  2. บริษัทต้องไม่ทำการใดอันเป็นการหลอกลวง หรือทำให้หลงเชื่อในคุณภาพสินค้าและบริการโดยจะต้องมีการสำรวจความพึงพอใจในสินค้าหรือการให้บริการแก่ลูกค้าและผู้บริโภคทั่วไป
  3. บริษัทมุ่งมั่นพัฒนาความปลอดภัยในการให้บริการ โดยเล็งเห็นว่าความปลอดภัยของลูกค้าและผู้บริโภคนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งบริษัทกำหนดให้มีป้ายเตือนภัยหรือตรวจสอบความปลอดภัยในสถานที่ก่อสร้างและสถานที่ประกอบการต่างๆ รวมทั้งรณรงค์และอบรมพนักงานในเรื่องความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง และหากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นจากการก่อสร้างหรือให้บริการกับลูกค้าหรือผู้บริโภค บริษัทจะเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่และเป็นธรรม

6. การปฎิบัติต่อคู่แข่งทางการค้า

คู่แข่งทางการค้าเป็นบุคคลภายนอกที่บริษัทต้องแข่งขันตามวิถีทุนเสรีนิยมในการดำเนินธุรกิจซึ่งการแข่งขันต้องดำเนินไปอย่างเป็นธรรม ไม่หลอกลวงหรือบิดเบือนข้อมูล หรือใช้วิธีอื่นใดที่ไม่ถูกต้องภายใต้แนวทางของการแข่งขันที่ดี และในบางโอกาส บริษัทมีความจำเป็นต้องร่วมมือกับคู่แข่งทางการค้า โดยความร่วมมือดังกล่าวจะต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส ไม่มีการปกปิดข้อตกลงที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
แนวปฏิบัติที่ดี
  1. บริษัทมีนโยบายและแนวปฏิบัติที่เป็นธรรมและรับผิดชอบต่อคู่แข่งอย่างชัดเจนและมีจริยธรรม โปร่งใส มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม และอยู่ภายในกรอบของกฎหมาย
  2. บริษัทมีนโยบายเสรีทางการค้า และเชื่อว่าการมีคู่แข่งเป็นเรื่องที่ดีเพราะจะทำให้เกิดการพัฒนาทั้งมาตรฐานการให้บริการ และการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อนำเสนอต่อลูกค้า
  3. บริษัทจะต้องประพฤติปฏิบัติภายใต้กรอบการแข่งขันที่ดี
  4. บริษัทจะต้องไม่ทำลายชื่อเสียงของคู่แข่งขันทางการค้าด้วยการกล่าวหาในทางร้ายและปราศจากข้อมูลความจริง
  5. บริษัทจะต้องไม่เข้าถึงสารสนเทศที่เป็นความลับของคู่แข่งด้วยวิธีการที่ไม่สุจริตหรือด้วยวิธีการอื่น ที่ไม่เหมาะสม
  6. บริษัทควรให้การสนับสนุนการร่วมมือกับคู่แข่งทางการค้าที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้บริโภค ความร่วมมือระหว่างบริษัทกับบริษัทคู่แข่งจะต้องมิใช่เป็นไปเพื่อการผูกขาดการจัดสรรรายได้และส่วนแบ่งทางการตลาด การลดคุณภาพของสินค้าและบริการ รวมทั้งการกำหนดราคาสินค้าและบริการ อันจะก่อให้เกิดผลเสียต่อผู้บริโภค โดยภาพรวม นอกจากนี้ บุคลากรของบริษัทต้องระมัดระวังในการติดต่อกับบริษัทคู่แข่งและบุคลากรของบริษัทคู่แข่งทุกกรณี โดยต้องไม่เปิดเผยหรือละเลยให้ความลับของบริษัทตกอยู่ในมือของคู่แข่ง
  7. กรณีที่มีการควบรวมกิจการระหว่างบริษัทกับคู่แข่งทางการค้า จะต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใส และเมื่อมีการควบรวมกิจการแล้ว บริษัทต้องไม่ใช้อำนาจทางการตลาดของตนไปในทางที่ก่อให้เกิดผลเสียแก่ผู้บริโภคโดยรวม

7. การจัดซื้อ จัดหา ผลิตภัณฑ์หรือบริการ การปฏิบัติต่อคู่ค้าและลูกค้า

บริษัทให้ความสำคัญในกระบวนการจัดซื้อ จัดหาผลิตภัณฑ์หรือบริการ รวมทั้งการปฏิบัติต่อคู่ค้าและลูกค้า ทุกราย ซึ่งนอกจากเป็นกระบวนการสำคัญที่กำหนดค่าใช้จ่ายและคุณภาพของผลิตภัณฑ์หรือบริการที่บริษัทจะนำมาใช้ในการดำเนินกิจการแล้ว บริษัทยังสามารถกำหนดแผนในการพัฒนาและปรับปรุงผลิตภัณฑ์หรือกระบวนการดำเนินธุรกิจซึ่งเกิดจากการวิเคราะห์ผลการประเมินความพึงพอใจของคู่ค้าและลูกค้าเพื่อนำไปสู่การพัฒนาความพึงพอใจในระดับที่สูงขึ้น ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีขั้นตอนในการดำเนินงานเพื่อให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งต่อบริษัท คู่ค้าและลูกค้า นอกจากนี้ บริษัทตระหนักและให้ความสำคัญกับคู่ค้าและลูกค้าซึ่งเป็นบุคคลสำคัญที่ช่วยเหลือ เอื้อประโยชน์ และพยุงการดำเนินธุรกิจซึ่งกันและกัน โดยเริ่มตั้งแต่กระบวนการในการสรรหาไปจนถึงรายละเอียดในการดำเนินธุรกิจ และปฏิบัติต่อคู่ค้าและลูกค้าอย่างเสมอภาคบนพื้นฐานของการแข่งขันที่เป็นธรรม มีความเคารพซึ่งกันและกัน
แนวปฏิบัติที่ดี
  1. บุคลากรบริษัทที่ต้องการจัดซื้อ จัดหา ผลิตภัณฑ์หรือการให้บริการ จะต้องคำนึงถึงความต้องการ ความคุ้มค่า ราคา และคุณภาพเป็นสำคัญ โดยการจัดซื้อ จัดหา หรือการให้บริการ ต้องดำเนินการอย่างโปร่งใส ให้ข้อมูลแก่ คู่ค้าและลูกค้า อย่างเท่าเทียม ถูกต้อง ไม่มีอคติ ไม่เลือกปฏิบัติต่อคู่ค้าหรือลูกค้ารายใดรายหนึ่งเป็นการเฉพาะ และจะต้องมีการแข่งขันที่เป็นธรรม ซึ่งวิธีดำเนินการจะต้องมีความรัดกุม สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยบริษัทจะสนับสนุนให้คู่ค้าและลูกค้าได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือการให้บริการ รวมถึงการทดสอบผลิตภัณฑ์เท่าที่จะสามารถกระทำได้
  2. ในการติดต่อกับคู่ค้าและลูกค้า ให้ผู้ติดต่อเก็บเอกสาร หลักฐานการเจรจา การร่างสัญญา การทำสัญญา และการปฏิบัติตามสัญญาไว้เพื่อเป็นหลักฐานตามระยะเวลาที่กำหนด
  3. บริษัทสนับสนุนการปฏิบัติอย่างเสมอภาคต่อคู่ค้าและลูกค้าทุกราย โดยบุคลากรของบริษัทที่ปฏิบัติหน้าที่ควรมีระยะเวลาในการพิจารณาอย่างเพียงพอไม่กระชั้นชิดจนเกินไป ควรให้เวลาแก่คู่ค้าและลูกค้าในการเตรียมตัว อย่างเพียงพอด้วย สำหรับเงื่อนไขหรือข้อตกลงต่างๆ ในสัญญาไม่ควรเป็นการเอารัดเอาเปรียบมากจนเกินไป และควรมี ที่ปรึกษากฎหมายในการทำสัญญา
  4. การเจรจาต่อรองต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส ผู้บริหารสามารถตรวจสอบได้ และบุคลากรของบริษัทจะต้องไม่เรียกรับประโยชน์จากการจัดซื้อ จัดหา ผลิตภัณฑ์หรือการให้บริการ ต้องวางตัวเป็นกลางไม่ใกล้ชิดกับคู่ค้าและลูกค้า จนส่งผลต่อการตัดสินใจของคู่ค้าและลูกค้า และปฏิบัติตามแนวทางการปฏิบัติว่าด้วยการมีส่วนได้เสียและการป้องกัน ความขัดแย้งทางผลประโยชน์อย่างเคร่งครัด
  5. บริษัทควรปฏิบัติตามข้อสัญญาอย่างเคร่งครัด เมื่อพบว่าบริษัทไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญา หรือคู่ค้า และลูกค้าไม่อาจปฏิบัติตามสัญญา หรือเหตุอื่นใดที่ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาได้ หากสามารถกระทำได้ และไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัท ให้ยุติการดำเนินการและยุติการติดต่อกับคู่ค้าและลูกค้า และให้รายงานต่อผู้บังคับบัญชาทราบทันที เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขต่อไป
  6. การจัดซื้อ/จัดหาต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์หรือขั้นตอนที่กำหนดไว้ในระเบียบการจัดซื้อ/จัดหา และสอดคล้องกับอำนาจดำเนินการ มีความเป็นธรรมแก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการตัดสินใจต้องคำนึงถึงความสมเหตุสมผลด้านราคา คุณภาพ และบริการที่ได้รับ รวมทั้งคำนึงถึงมาตรฐานต่างๆ ที่ผู้ขายสินค้าหรือบริการพึงมี เช่น มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม มาตรฐานอุตสาหกรรม เป็นต้น
  7. ผู้จัดซื้อ/จัดหาจะต้องไม่ประกอบธุรกิจ ซึ่งอาจนำผลประโยชน์มาสู่ตนโดยอาศัยการปฏิบัติงานในตำแหน่งดังกล่าว ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม
  8. ไม่ใช้ข้อมูลที่ได้ทราบอันเนื่องมาจากการจัดซื้อ/จัดหา เพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือผู้อื่น
  9. ห้ามมิให้ กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน ตลอดจนบุคคลที่สาม ที่มีความเกี่ยวข้องกับบริษัท มีการติดสินบน ประกอบด้วย ไม่ให้ เสนอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด หรือจูงใจให้ร่วมดำเนินการใดๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม อันเป็นการให้ประโยชน์ในการเสนอราคา หรือการสมยอมกันในการเสนอราคา ต่อหน่วยงานของรัฐ อันนำมาซึ่งความได้เปรียบและได้รับผลประโยชน์ตอบแทนบางประการในกระบวนการจัดซื้อ จัดจ้าง หรือการปฏิบัติงานตามสัญญา ทั้งก่อน ระหว่างการเสนอราคา และหลังการทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง หรือเพื่อรักษาผลประโยชน์อื่นใด อันไม่เหมาะสมตามหลักจรรยาบรรณธุรกิจ โดยการทุจริตในรูปแบบต่างๆ ประกอบด้วย การช่วยเหลือทางการเมือง การบริจาคเพื่อการกุศล เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจของบริษัท เงินสนับสนุนมีวัตถุประสงค์เพื่อธุรกิจที่ก่อให้เกิดความได้เปรียบต่อธุรกิจของบริษัท และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจเป็นช่องทางให้บุคคลที่เกี่ยวข้องกระทำการทุจริต เช่น ค่าของขวัญ ค่าต้อนรับลูกค้า ซึ่งทำให้เกิด การใช้อำนาจอย่างไม่ถูกต้อง เช่น การให้สินบนเจ้าหน้าที่ของรัฐ การให้ของขวัญหรือบริการ การให้เงินสดหรือสิ่งของทดแทนเงินสด และการสมยอมกันในการเสนอราคา

8. ความรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคมโดยรวม

บริษัทเป็นส่วนหนึ่งของสังคมโดยไม่อาจแยกขาดจากกันได้ ดังนั้น บริษัทย่อมมีภาระที่ต้องรับผิดชอบในการพัฒนาและคืนกำไรสู่ชุมชนและสังคมโดยรวม เพื่อให้บริษัทเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนตามการพัฒนาของสังคม ซึ่งถือเป็นหน้าที่และเป็นนโยบายหลักในการให้ความสำคัญกับกิจกรรมที่สร้างประโยชน์ให้กับชุมชนและสังคม โดยมุ่งเน้นให้เกิดการพัฒนาสังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อม ทำนุบำรุงศาสนา อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งสนับสนุนการศึกษาแก่เยาวชน และสนับสนุนกิจกรรมสาธารณประโยชน์แก่ชุมชนที่ด้อยโอกาสให้เป็นชุมชนที่เข้มแข็งและสามารถพึ่งพาตนเองได้
แนวปฏิบัติที่ดี
  1. บริษัทมุ่งมั่นที่จะทำความเข้าใจสื่อสารกับสังคมถึงสถานะและข้อเท็จจริงในการดำเนินงานโดยมี ความรับผิดชอบต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมโดยไม่ปกปิดข้อเท็จจริงที่อาจเปิดเผยได้ รวมทั้งให้ความร่วมมือในการ ให้ข้อมูลกับนักลงทุน ผู้ถือหุ้น และผู้สนใจทั่วไปอย่างทันสถานการณ์
  2. บริษัทมุ่งมั่นที่จะมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อสังคมในเรื่องคุณภาพ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังและต่อเนื่อง รวมทั้งใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนส่งเสริม กิจกรรมทางสังคมในการรักษาสิ่งแวดล้อมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน
  3. บริษัทจะคำนึงถึงทางเลือกในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ โดยให้มีผลกระทบต่อ ความเสียหายของสังคม สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างน้อยที่สุด พร้อมทั้งสนับสนุนการลดการใช้พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ
  4. บริษัทปลูกฝังจิตสำนึกในเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้นในบุคลากรของบริษัททุกระดับอย่างต่อเนื่อง ให้ความสำคัญกับการจัดกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และทำธุรกรรมกับคู่ค้าที่ให้ความสำคัญและมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกับบริษัท
  5. บริษัทต้องคืนกำไรส่วนหนึ่งเพื่อกิจกรรมที่จะมีส่วนสร้างสรรค์สังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างสม่ำเสมอ กิจกรรมที่จะกระทำต้องเป็นกิจกรรมที่เหมาะสม สร้างประโยชน์ให้กับชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมได้จริง ในกรณีที่มีการบริจาคหรือสนับสนุนงบประมาณในด้านต่างๆ จะต้องตรวจสอบข้อมูล ผู้รับบริจาคและวัตถุประสงค์ของการรับบริจาค เพื่อให้แน่ใจว่าจะนำไปใช้เพื่อการกุศลอย่างมีประสิทธิภาพ และก่อให้เกิดประสิทธิผลอย่างแท้จริง รวมทั้งต้องมีเอกสารหลักฐานในการบริจาคทุกครั้ง

9. การปฏิบัติต่อพนักงาน

บุคลากรของบริษัททุกคนเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของบริษัท ดังนั้นบริษัทจึงต้องให้ความสำคัญกับพนักงานทุกคน ทุกตำแหน่ง ทุกสายงาน โดยปราศจากการเลือกปฏิบัติ โดยส่งเสริมให้บุคลากรมี ความสามัคคี ไว้เนื้อเชื่อใจกัน ไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ปฏิบัติต่อกันอย่างสุภาพ และเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยบริษัทสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดี มีความปลอดภัย จ่ายค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับการปฏิบัติงาน มีสวัสดิการที่ดีให้กับพนักงาน และจัดหานวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ มาสนับสนุนการปฏิบัติงาน เพื่อตอบแทนที่บุคลากรทุกคนร่วมกันดำเนินงานเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท ประกอบกับได้ปฏิบัติงานอย่างสุดความสามารถ ด้วยความละเอียดรอบคอบ ขยัน อดทน และกระตือรือร้น
แนวปฏิบัติที่ดี
  1. บริษัทปฏิบัติต่อบุคลากรของบริษัททุกคนโดยเสมอภาคกัน ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่แบ่งแยกถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ เพศ อายุ สีผิว ศาสนา ความพิการ ฐานะ ชาติตระกูล สถานศึกษา หรือสถานะอื่นใดที่มิได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการปฏิบัติงาน
  2. บริษัทให้โอกาสบุคลากรของบริษัททุกคนในการแสดงความสามารถอย่างเต็มที่โดยมีผลตอบแทน ที่เหมาะสม และสร้างแรงกระตุ้นในการปฏิบัติงาน ทั้งในรูปของเงินเดือน โบนัส และค่าใช้จ่ายในการดำเนินการที่เหมาะสมตามระเบียบของบริษัท อีกทั้งให้โอกาสบุคลากรของบริษัทศึกษาเพิ่มเติมทั้งในระดับอุดมศึกษาและการฝึกอบรมทั้งใน ระยะสั้นและระยะยาว
  3. บุคลากรของบริษัททุกคนต้องปฏิบัติหน้าที่ในความรับผิดชอบด้วยตนเองอย่างเต็มความรู้ความสามารถ ซื่อสัตย์สุจริต เที่ยงธรรม ยึดมั่นในคุณธรรม ไม่มอบหมายหน้าที่ของตนให้กับบุคคลใดบุคคลหนึ่งกระทำการแทนไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เว้นแต่มีเหตุจำเป็นหรือเพื่อความสะดวกรวดเร็วในงานที่ไม่ต้องใช้ความสามารถเฉพาะของตน
  4. บุคลากรของบริษัทต้องปฏิบัติงานตามสายบังคับบัญชา รับคำสั่งและรับผิดชอบโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตน ไม่ข้ามสายการบังคับบัญชาหากไม่มีความจำเป็น หลีกเลี่ยงการวิพากษ์วิจารณ์ผู้บังคับบัญชาและผู้ร่วมงานที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลนั้นหรือต่อบริษัท ทั้งนี้ บุคลากรของบริษัทควรเปิดโอกาสและเปิดใจรับฟังความคิดเห็น ของผู้ใต้บังคับบัญชา และเพื่อนร่วมงานอย่างมีสติ ปราศจากอคติ และรับฟังด้วยเหตุและผล
  5. บุคลากรของบริษัทสามารถใช้ทรัพยากร แรงงาน สถานที่ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ของบริษัท ในหน้าที่อย่างเต็มที่ และไม่ใช้ไปในการอื่นนอกจากการปฏิบัติหน้าที่ หรือสวัสดิการที่ตนมีสิทธิโดยชอบ
  6. บุคลากรของบริษัทต้องมีกริยามารยาทสุภาพ แต่งกายเหมาะสมต่อกาลเทศะ และประพฤติตนเหมาะสม กับหน้าที่การงาน ไม่สร้างความเสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์ของบริษัท
  7. บุคลากรของบริษัทสามารถใช้ชื่อและตำแหน่งของตนเพื่อเรี่ยไรเงินเพื่อการกุศลที่บริษัทเป็นผู้จัด แต่ห้ามใช้ชื่อของบริษัท หรือตำแหน่งในบริษัทในการเรี่ยไรเงินเป็นการส่วนตัว ไม่ว่าด้วยวัตถุประสงค์ใด
  8. บุคลากรของบริษัทควรให้ความร่วมมือในกิจกรรมที่บริษัทจัดขึ้นทุกกิจกรรมเพื่อสร้างความสามัคคี ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
  9. ห้ามบุคลากรของบริษัทกระทำการที่ก่อความเดือดร้อน รำคาญ บั่นทอนกำลังใจของผู้อื่นอันจะก่อให้เกิดความเป็นปฏิปักษ์ หรือรบกวนการปฏิบัติงานที่มีลักษณะเป็นการคุกคามทางเพศไม่ว่าต่อบุคลากรของบริษัท หรือบุคคลภายนอกที่เข้ามาติดต่อธุรกิจ ทั้งนี้รวมถึงการละล่วงทางเพศ การเกี้ยวพาราสี การลวนลาม การอนาจาร และการมีไว้ซึ่งภาพลามก อนาจาร ทั้งทางวาจา และการสัมผัส
  10. บริษัทส่งเสริมการใช้สิทธิของลูกจ้างตามกฎหมายแรงงานที่เกี่ยวข้อง บริษัทจะไม่กระทำการอันใด ที่เป็นการขัดขวางกิจกรรมของสหภาพแรงงาน (ถ้ามี) เว้นแต่กิจกรรมนั้นจะเป็นการกระทำอันขัดต่อกฎหมาย หรือจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจที่ร้ายแรงหรือก่อความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อบริษัท

10. การควบคุมภายในและการตรวจสอบภายใน

การควบคุมภายในและการตรวจสอบภายในที่มีประสิทธิภาพ ถูกต้อง และเชื่อถือได้เป็นสิ่งจำเป็นในการ เป็นบริษัทมหาชนจำกัด ดังนั้นบริษัทจึงกำหนดนโยบายการกำกับดูแลให้มีระบบการควบคุมภายในที่ดี มีการบริหาร ความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และมีการติดตามประเมินผลอย่างสม่ำเสมอ บริษัทมุ่งมั่นเป็นบริษัทที่มีการตรวจสอบภายในที่ดีเยี่ยม มีคณะกรรมการตรวจสอบคอยสอดส่องดูแล มีฝ่ายตรวจสอบภายในที่มีประสิทธิภาพ มีฝ่ายบริหารและพนักงานที่ให้ความสำคัญในการควบคุมภายในและการตรวจสอบภายใน
แนวปฏิบัติที่ดี
  1. บริษัทต้องจัดให้มีระบบการควบคุมภายในที่ดี โดยส่งเสริมให้บุคลากรของบริษัทมีทัศนคติที่ดีต่อการควบคุมภายใน ให้มีการประเมินความเสี่ยงที่เหมาะสม เพื่อจะได้ทราบถึงความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อวัตถุประสงค์ เป้าหมาย หรือความสำเร็จของงาน และให้มีระบบสารสนเทศและการสื่อสารที่ดีอย่างเพียงพอ เชื่อถือได้สำหรับทั้งภายใน และภายนอกองค์กร รวมทั้งมีระบบติดตามและประเมินผลที่ดีเพื่อให้มั่นใจว่าระบบการควบคุมภายในมีความเหมาะสม มีการปฏิบัติจริง เกิดผลสำเร็จของงาน และมีการปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมกับสถานการณ์
  2. บริษัทต้องกำหนดหน่วยงานรับผิดชอบโดยตรงในเรื่องการประเมินและการบริหารความเสี่ยง รวมทั้ง การประเมินผลการควบคุมภายใน และการตรวจสอบการปฏิบัติตามระบบ และนำผลไปปรับปรุงมาตรการควบคุมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ สิ่งแวดล้อม และปัจจัยความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไป โดยผู้บริหารระดับสูง และผู้บริหารระดับกลางจะต้องให้ความร่วมมือ
  3. คณะกรรมการตรวจสอบ ต้องสอบทานให้มีระบบการควบคุมภายใน ระบบการบริหารความเสี่ยง และระบบตรวจสอบภายในที่เพียงพอ และรายงานผลการตรวจสอบให้คณะกรรมการบริษัทและผู้ถือหุ้นทราบ
  4. บริษัทต้องจัดให้มีหน่วยงานอิสระรับผิดชอบโดยตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ ทำหน้าที่ตรวจสอบภายในอย่างมีประสิทธิภาพ มีบุคลากรที่เพียงพอ มีความรู้ความสามารถ และยึดมั่นในจรรยาบรรณของผู้ตรวจสอบภายใน
  5. บริษัทต้องวางรากฐานให้บุคลากรของบริษัททุกคนมีความรู้ความเข้าใจ และให้ความร่วมมือในระบบการควบคุมภายใน และการตรวจสอบภายใน มีการรายงานการรับและการเบิกเงิน และวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ อย่างแม่นยำ ถูกต้อง สม่ำเสมอ รวดเร็ว รวมทั้งมีการสอบทานและปฏิบัติตามระบบที่กำหนดอย่างเคร่งครัด
  6. บุคลากรของบริษัททุกคนมีหน้าที่สนับสนุนการทำงาน และให้ข้อมูลที่ถูกต้องตามความเป็นจริง ต่อหน่วยงานตรวจสอบภายในและผู้สอบบัญชีภายนอก บุคลากรของบริษัทมีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องทางการเงิน และรายงานในทันทีเมื่อพบข้อผิดพลาดหรือการทุจริต

11. ความปลอดภัย สุขอนามัย และสิ่งแวดล้อม

บริษัทใส่ใจในความปลอดภัยและสุขอนามัยของบุคลากรและชุมชน โดยมุ่งส่งเสริมและปลูกฝังจิตสำนึก ความใส่ใจในด้านคุณภาพ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของบุคลากรของบริษัท เพื่อประโยชน์ของทุกคน รวมทั้งชุมชนและสังคมโดยรวม พร้อมทั้งสนับสนุนให้มีการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม ลดการใช้งานอย่างสิ้นเปลือง
แนวปฏิบัติที่ดี
  1. บริษัทส่งเสริมให้ความปลอดภัยเป็นวาระสำคัญโดยจัดทำข้อกำหนดและมาตรฐานทางด้านคุณภาพ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมที่มีมาตรการไม่ต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนดตามมาตรฐานสากล โดยบุคลากรของบริษัทต้องศึกษาและปฏิบัติตามกฎหมาย นโยบาย ข้อกำหนดและมาตรฐานทางด้านคุณภาพ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
  2. บริษัทจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อควบคุมและป้องกันความสูญเสียในรูปแบบต่างๆ อันเนื่องมาจากอุบัติเหตุ อัคคีภัย การบาดเจ็บ หรือเจ็บป่วยจากการทำงาน ทรัพย์สินสูญหายหรือเสียหาย การละเมิดระบบรักษาความปลอดภัย การปฏิบัติงานไม่ถูกวิธีและความผิดพลาดต่างๆ ที่เกิดขึ้น ตลอดจนรักษาสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยต่อบุคลากรของบริษัท และมีการซักซ้อมแผนการรักษาความปลอดภัยเป็นประจำ ทั้งนี้ ถือเป็นหน้าที่รับผิดชอบของผู้บริหารและพนักงานในการรายงานอุบัติเหตุและเหตุการณ์ต่างๆ โดยปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนดไว้
  3. บริษัทต้องจัดให้มีการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและเผยแพร่ข้อมูลให้กับบุคลากรของบริษัท พนักงานของผู้รับจ้าง ตลอดจนผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทราบและเข้าใจในนโยบาย กฎระเบียบ ขั้นตอน วิธีปฏิบัติ และข้อควรระวังต่างๆ ทางด้านคุณภาพ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนนำไปปฏิบัติได้ อย่างถูกต้องโดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ ทรัพย์สินและสิ่งแวดล้อม
  4. บริษัทมุ่งมั่นและมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ทั้งทางด้านคุณภาพ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย อย่างจริงจังและต่อเนื่อง รวมทั้งการใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนส่งเสริมกิจกรรมทางสังคมในการรักษาสิ่งแวดล้อมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน
  5. หากพบว่าการปฏิบัติงานใดๆ ไม่ปลอดภัย หรือไม่อาจปฏิบัติตามข้อกำหนดและมาตรฐานทางด้านคุณภาพ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม หรือพบว่าการปฏิบัติงานมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างร้ายแรง ให้บุคลากรของบริษัทยุติการปฏิบัติงานเท่าที่ทำได้ชั่วคราวเพื่อแจ้งผู้ร่วมงาน ผู้บังคับบัญชา และหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อดำเนินการแก้ไขหรือวางแผนแก้ไขต่อไป และห้ามปฏิบัติงานต่อไปโดยเด็ดขาด

12. การไม่ล่วงละเมิดต่อทรัพย์สินทางปัญญาหรือลิขสิทธิ์และการใช้ระบบสารสนเทศ

บริษัทได้กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการไม่ล่วงละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาหรือลิขสิทธิ์ และการใช้ระบบสารสนเทศ เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาที่อาจทำให้บริษัทเกิดความเสียหายหรือเสียชื่อเสียง โดยห้ามผู้บริหารและพนักงาน นำซอฟต์แวร์ที่ผิดกฎหมายมาใช้ และห้ามมิให้คัดลอกซอฟต์แวร์ที่มีลิขสิทธิ์มาใช้ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ โดยมิได้รับอนุญาตจากบริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์นั้นๆ และให้พนักงานทุกคนมีหน้าที่ช่วยกันดูแลรักษางานอันเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัท และไม่นำทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทไปใช้หรือให้บุคคลอื่นใช้โดยมิได้รับอนุญาต
แนวปฏิบัติที่ดี
  1. บริษัทส่งเสริมให้บุคลากรของบริษัททำการศึกษาวิจัย โดยผลตอบแทนจากงานเหล่านั้นย่อมเป็นลิขสิทธิ์ของบุคลากรนั้นเอง แต่งานศึกษาวิจัยใดเป็นงานที่ได้รับมอบหมายจากบริษัทให้จัดทำขึ้น หรือเป็นงานที่ใช้ข้อมูลหรือเป็นงานที่เรียนรู้จากบริษัทให้เจ้าของสิทธิในงานวิจัยนั้นตกเป็นของบริษัท
  2. บุคลากรของบริษัทที่มีหน้าที่รักษาความลับทางการค้า สูตรลับทางการค้า หรือวิธีการประกอบธุรกิจ ที่เป็นความลับต้องรักษาความลับให้ปลอดภัยที่สุดไม่ให้รั่วไหล
  3. บริษัทส่งเสริมให้บุคลากรของบริษัทใช้สื่ออินเทอร์เน็ตเพื่อประโยชน์ในการทำงาน บุคลากรของบริษัทต้องไม่กระทำการอันเป็นการรบกวนระบบคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตของผู้อื่นในสำนักงาน ไม่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ ของบริษัทเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เหมาะสมในทางศีลธรรม ขนบธรรมเนียมและจารีตประเพณี หรือละเมิดกฎหมาย เช่น การสร้างความเสียหายแก่ชื่อเสียงและทรัพย์สิน การมีไว้ซึ่งสื่อลามกอนาจาร การ Forward mail ที่เป็นการรบกวน สร้างความรำคาญ หรือที่เป็นการโฆษณาสินค้าธุรกิจและบริการนอกเหนือจากสินค้าและบริการของบริษัท และการส่ง Spam mail เป็นต้น
  4. บุคลากรของบริษัทต้องปฏิบัติงานโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง หากปฏิบัติหน้าที่ บนเครื่องคอมพิวเตอร์ภายนอกสำนักงาน ให้ตรวจสอบลิขสิทธิ์และปรึกษาผู้บังคับบัญชาก่อนทุกครั้ง ห้ามติดตั้งและใช้งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีลิขสิทธิ์ไม่ถูกต้องในสำนักงานโดยเด็ดขาด
  5. บุคลากรของบริษัทต้องเก็บรักษารหัสผ่านของตนให้เป็นความลับ ไม่แจ้งบุคคลอื่นเพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นเข้าถึงรหัสผ่านของตน รวมทั้งไม่ใช้อินเทอร์เน็ตเข้าไปยังเว็บไซต์ที่ไม่คุ้นเคย และอาจจะเป็นอันตรายต่อระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัท
  6. กรณีที่บุคลากรของบริษัทขออนุญาตให้ผู้ปฏิบัติงานสมทบ หรือพนักงานของผู้รับจ้างใช้ระบบสารสนเทศของบริษัทนั้น บุคคลซึ่งเป็นผู้ขอต้องควบคุมการใช้งานของผู้ปฏิบัติงานสมทบ หรือพนักงานของผู้รับจ้าง และต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับบริษัทจากการใช้ระบบสารสนเทศนั้น
  7. ทางสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศของบริษัทจะเข้าตรวจสอบ ค้นหา ติดตาม สอบสวน และควบคุมการใช้ระบบสารสนเทศของบุคลากรทุกคนเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยและป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในระบบสารสนเทศของบริษัท

13. การรับ การให้ของขวัญ ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด

บริษัทให้ความสำคัญกับการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น ตลอดจนสนับสนุนและส่งเสริมให้บุคลากรทุกระดับมีจิตสำนึกในการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่นในทุกรูปแบบ โดยได้กำหนดนโยบายการต่อต้านการทุจริตและ ห้ามจ่ายสินบนเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจของบริษัท หรือการให้ของขวัญ ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่บุคคลที่มีหน้าที่หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับองค์กรเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจของบริษัท พร้อมทั้งได้กำหนดแนวปฏิบัติในการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาทุจริต และความไม่เป็นธรรมในการดำเนินธุรกิจอย่างชัดเจน ซึ่งบุคลากรทุกระดับ รวมถึงลูกจ้าง ตัวแทน บริษัท ในเครือ หรือบุคคลใดซึ่งกระทำการเพื่อหรือในนามของบริษัทไม่ว่าจะมีอำนาจหน้าที่ในการนั้นหรือไม่ก็ตาม ต้องยึดถือ เป็นบรรทัดฐานในการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ บริษัทถือว่าการกระทำอันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่นั้นถือเป็นความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงซึ่งบุคลากรจะต้องได้รับการลงโทษตามข้อบังคับในการปฏิบัติงานและตามที่กฎหมายกำหนด
แนวปฏิบัติที่ดี
  1. ห้ามมิให้บุคลากรของบริษัทและบริษัทในเครือ ให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่บุคคลภายนอก เช่น เจ้าหน้าที่ของรัฐ นายหน้า ตัวแทน คู่ค้า เป็นต้น เพื่อมีเจตนาจูงใจให้บุคคลนั้นกระทำการ ไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำใดๆ อันเป็นการผิดต่อกฎหมายหรือโดยมิชอบต่อตำแหน่งหน้าที่ของบุคคลนั้น หรือเพื่อแลกเปลี่ยนกับสิทธิพิเศษที่ไม่ควรได้
  2. ห้ามมิให้บุคลากรของบริษัทและบริษัทในเครือ เรียก หรือรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นซึ่งส่อไปในทางจูงใจให้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในทางมิชอบ
  3. ในการดำเนินธุรกิจร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชน ฯลฯ ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ต้องดำเนินการด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม และถูกต้องตามกฎหมายทั้งกฎหมายของประเทศไทย และกฎหมายของต่างประเทศที่บริษัทติดต่อธุรกิจด้วย
  4. ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นทำให้บุคลากรของบริษัทและบริษัทในเครือ อยู่ในสถานะผู้รับหรือผู้ให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดและมีข้อสงสัยว่าการรับหรือการให้ของขวัญ ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่บุคคลอื่นนั้นเป็นการ ฝ่าฝืนแนวปฏิบัติ มีลักษณะผิดศีลธรรมประเพณีอันดีงามและผิดกฎหมายในท้องถิ่นหรือไม่นั้น ให้สอบถามต่อฝ่ายกฎหมายหรือส่วนกำกับดูแลในทันที หากการรับหรือการให้นั้นไม่เหมาะสมให้ดำเนินการส่งคืนไปยังผู้ให้หรือยุติการให้นั้นเสีย และในกรณีที่ไม่สามารถส่งคืนได้หรือไม่เหมาะสมให้ส่งมายังสำนักกรรมการผู้จัดการใหญ่และเลขานุการบริษัท เพื่อเก็บรักษาและนำทรัพย์สินนั้นไปสร้างประโยชน์ให้กับสังคมต่อไป
  5. ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องมีการให้และรับของขวัญ ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดนั้น ควรจะเป็น การให้และรับโดยธรรมจรรยา ซึ่งควรให้และรับในลักษณะที่เป็นการทั่วไป ไม่เฉพาะเจาะจง มีมูลค่าตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้การให้และการรับของขวัญ ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดนั้นจะต้องไม่เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด
  6. ห้ามมิให้บุคลากรของบริษัทและบริษัทในเครือ รวมทั้งบุคคลในครอบครัว เรียกร้อง หรือรับของขวัญ ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดจากผู้รับเหมา ผู้รับเหมาช่วง ลูกค้า คู่ค้า หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท ไม่ว่ากรณีใดอันอาจมีผลกระทบต่อการตัดสินใจในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความลำเอียง หรือลำบากใจ หรือเป็นผลประโยชน์ขัดกันได้
  7. บุคลากรของบริษัทและบริษัทในเครือ มีหน้าที่รายงานการให้และการรับของขวัญ ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้ให้หรือรับนั้นต่อหน่วยงานที่ได้รับมอบหมาย และบริษัทจะประชาสัมพันธ์ให้ผู้จัดหาวัสดุก่อสร้าง ผู้รับเหมา ผู้รับเหมาช่วง พันธมิตร กิจการร่วมค้า ผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้ดำเนินธุรกิจร่วมกับกลุ่มบริษัท ได้รับทราบและตกลงยืนยัน ที่จะปฏิบัติตามนโยบายการป้องกันและต่อต้านการทุจริต การให้หรือรับสินบนตามหลักเกณฑ์ของบริษัท และกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด และจะปฏิบัติด้วยความซื่อสัตย์สุจริตซึ่งมีผลบังคับใช้ในทุกการดำเนินธุรกิจร่วมกัน รวมถึง การปฏิบัติตามกฎหมายป้องกันการทุจริตในต่างประเทศ และกฎหมายที่บังคับใช้ทั้งหมด
  8. บุคลากรของบริษัทต้องไม่ให้สินบนหรือผลประโยชน์ตอบแทนใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันแก่บุคลากรของบริษัทเองหรือต่อบุคคลภายนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ของขวัญ ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ และเจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศ หากมีความจำเป็นต้องให้ต้องแน่ใจว่าการให้นั้นไม่ขัดต่อกฎหมายและจารีตประเพณีของท้องถิ่นนั้น

นอกจากนี้ จากการที่บริษัทให้ความสำคัญกับการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น ตลอดจนสนับสนุนและส่งเสริมให้บุคลากรทุกระดับมีจิตสำนึกในการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่นในทุกรูปแบบ โดยได้กำหนดนโยบายการต่อต้านการทุจริตและห้ามจ่ายสินบนเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจของบริษัท หรือการให้ของขวัญ ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ อื่นใดแก่บุคคลที่มีหน้าที่หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับองค์กรเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจของบริษัท พร้อมทั้งได้กำหนดไว้ในจรรยาบรรณการดำเนินธุรกิจของบริษัทซึ่งได้กำหนดแนวปฏิบัติในการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการทุจริตและความไม่ เป็นธรรมในการดำเนินธุรกิจอย่างชัดเจน ซึ่งบุคลากรทุกระดับ รวมถึงลูกจ้าง ตัวแทน บริษัทในเครือ หรือบุคคลใด ซึ่งกระทำการเพื่อหรือในนามของบริษัทไม่ว่าจะมีอำนาจหน้าที่ในการนั้นหรือไม่ก็ตาม ต้องยึดถือเป็นบรรทัดฐานในการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ บริษัทถือว่าการกระทำอันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่นั้นถือเป็นความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงซึ่งบุคลากรจะต้องได้รับการลงโทษตามข้อบังคับในการปฏิบัติงานและตามที่กฎหมายกำหนด

อย่างไรก็ตาม จากการที่คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัตินโยบายการแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียนการทุจริต ต่อหน้าที่ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้บริษัทได้รับทราบเรื่องร้องเรียนการกระทำผิดกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับในการทำงาน และจรรยาบรรณการดำเนินธุรกิจของบริษัท อันนำมาซึ่งความเสื่อมเสียในทรัพย์สินและชื่อเสียงของบริษัท ทั้งจากพนักงานภายในและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ซึ่งบริษัทสนับสนุนให้มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริตให้สินบน และพนักงาน หรือ ผู้มีความเกี่ยวข้องทางธุรกิจจะไม่ถูกกลั่นแกล้งอันเนื่องมาจากการรายงานข้อมูลโดยสุจริต โดยกำหนดแนวทางการร้องเรียนและแจ้งเบาะแสดังต่อไปนี้

การร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแส

  1. ให้กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน หรือผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ที่พบเห็นการกระทำผิดจรรยาบรรณการดำเนินธุรกิจของบริษัท สามารถติดต่อแจ้งเบาะแส/ข้อร้องเรียน ต่อประธานคณะกรรมการตรวจสอบ หรือหน่วยงานรับเรื่องร้องเรียน หรือฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ หรือผู้บังคับบัญชา หรือกรรมการผู้จัดการใหญ่
  2. การแจ้งเบาะแส/ข้อร้องเรียน ให้ระบุ ชื่อ-สกุล และหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ร้องเรียน รายละเอียดข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน พร้อมทั้งแนบหลักฐานต่างๆ (ถ้ามี) ทั้งนี้ บริษัทจะเก็บข้อมูลของผู้ร้องเรียนเป็นความลับ กรณีผู้ร้องเรียน ไม่เปิดเผยชื่อ-สกุล ในการร้องเรียน จะต้องระบุรายละเอียดข้อเท็จจริง หรือหลักฐานที่ปรากฏชัดแจ้งเพียงพอที่แสดงให้เห็นถึงการกระทำทุจริต
  3. การแจ้งเบาะแส/ข้อร้องเรียน ให้กระทำผ่านช่องทางการแจ้งเบาะแส/ข้อร้องเรียนที่จัดไว้ ดังนี้
    1. จดหมายส่งที่ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานทรัพยากรมนุษย์และบริหารทั่วไป บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) เลขที่ 587 ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400
    2. แจ้งผ่านช่องทางอีเมล์ของผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานทรัพยากรมนุษย์และบริหารทั่วไปที่ ck.whistleblowing@gmail.com
    3. กล่องรับเรื่องร้องเรียนภายในบริษัท

การร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแส

เมื่อได้รับเรื่องที่กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน หรือผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม แจ้งเบาะแส/ข้อร้องเรียนว่าอาจมีการกระทำทุจริตต่อหน้าที่ กำหนดให้มีกระบวนการดำเนินการพิจารณา ดังนี้
  1. ผู้รับข้อร้องเรียนรวบรวมข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต การฝ่าฝืน หรือการไม่ปฏิบัติตามจริยธรรม
  2. ผู้รับข้อร้องเรียนรายงานข้อเท็จจริงต่อกรรมการอิสระ ปฏิบัติหน้าที่สอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อพิจารณา การร้องเรียนให้แล้วสร็จภายใน 30 วัน โดยแยกแยะเรื่องที่เกี่ยวข้องออกเป็นประเด็น ด้านการบริหารจัดการ ด้านการพัฒนาความรู้ การตรวจสอบข้อเท็จจริง เป็นต้น
  3. มาตรการดำเนินการผู้รับข้อร้องเรียนนำเสนอกรรมการอิสระเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง และกำหนดมาตรการดำเนินการเพื่อระงับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย
  4. พิจารณากระบวนการลงโทษทางวินัยกับผู้ที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบิตามนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น และระเบียบข้อบังคับในการทำงานตามที่บริษัทเห็นสมควร รวมทั้งพิจารณาการดำเนินการบรรเทาความเสียหายให้กับ ผู้ที่ได้รับผลกระทบ
  5. การรายงานผล ผู้รับข้อร้องเรียนมีหน้าที่แจ้งผลให้ผู้ร้องเรียนทราบหากผู้ร้องเรียนเปิดเผยตนเอง ในกรณีที่เป็นเรื่องสำคัญให้รายงานผลต่อประธานกรรมการ และ/หรือ คณะกรรมการบริษัททราบ

มาตรการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส/ข้อร้องเรียน

  1. ผู้ร้องเรียนหรือผู้ที่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริง สามารถเลือกที่จะไม่เปิดเผยตนเองได้ หากเห็นว่าการเปิดเผยนั้นจะทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยหรือเกิดความเสียหายใดๆ แต่หากมีการเปิดเผยตนเองก็จะทำให้องค์กรสามารถรายงานความคืบหน้าและชี้แจงข้อเท็จจริงให้ทราบ หรือบรรเทาความเสียหายได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
  2. ผู้ร้องเรียนหรือผู้ที่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริง บริษัทจะไม่เปิดเผยชื่อ-สกุล ที่อยู่ ภาพ หรือข้อมูลอื่นใดที่สามารถระบุตัวผู้แจ้งได้ ยกเว้นแต่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ
  3. ผู้รับข้อร้องเรียน จะเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องไว้เป็นความลับ/คำนึงถึงความปลอดภัย โดยได้กำหนดมาตรการคุ้มครองพนักงานที่ร้องเรียน ผู้ที่ให้ข้อมูล และความร่วมมือในการตรวจสอบข้อมูล โดยจะได้รับความคุ้มครองจากการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม เช่น การเปลี่ยนตำแหน่งงาน ลักษณะงาน สถานที่ทำงาน สั่งพักงาน ข่มขู่ รบกวนการปฏิบัติงาน เลิกจ้าง อันเนื่องมาจากสาเหตุแห่งการร้องเรียน
  4. กรณีที่ผู้ร้องเรียนแจ้งเบาะแสการประพฤติผิดหรือข้อร้องเรียนและผู้ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงเห็นว่าตนอาจได้รับความไม่ปลอดภัยหรืออาจเกิดความเดือดร้อนเสียหาย ผู้แจ้งเบาะแสการประพฤติผิดหรือ ข้อร้องเรียนและผู้ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงสามารถร้องขอให้บริษัทกำหนดมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสม ก็ได้ หรือบริษัทอาจกำหนดมาตรการคุ้มครองโดยผู้แจ้งเบาะแสการประพฤติผิดหรือข้อร้องเรียนและผู้ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงไม่ต้องร้องขอก็ได้หากเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีแนวโน้มที่จะเกิดความเดือดร้อนเสียหายหรือความไม่ปลอดภัย
  5. ที่ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจะได้รับการบรรเทาความเสียหายด้วยกระบวนการที่มีความเหมาะสม และเป็นธรรม

บทลงโทษ

ทั้งนี้ หากได้ดำเนินการสอบสวนตามขั้นตอนที่ได้กำหนดไว้และปรากฏว่ามีการฝ่าฝืนหรือกระทำผิด ต่อจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจของบริษัท นโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น และระเบียบข้อบังคับในการทำงาน และเพื่อมิให้เกิดกรณีฝ่าฝืนจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจหรือกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่บริษัทกำหนดไว้ซ้ำอีก บริษัทได้กำหนดบทลงโทษโดยจะพิจารณาลงโทษทางวินัยตามความร้ายแรงดังที่กำหนดไว้ในระเบียบข้อบังคับในการทำงานของบริษัท และตามบทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ในกรณีที่เกิดความเสียหายผู้กระทำการฝ่าฝืนต้องรับผิดชอบชดใช้ความเสียหายแก่บริษัท หรือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำดังกล่าวด้วย และอาจได้รับโทษตามกฎหมายหากการกระทำนั้นผิดกฎหมาย

อย่างไรก็ดี ในปี 2564 ไม่ปรากฏและไม่มีข้อร้องเรียนใดๆ ว่าบุคลากรของบริษัทมีการฝ่าฝืนหรือกระทำผิด ต่อจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจของบริษัท หรือมีการทุจริตคอร์รัปชั่น มีการให้ หรือรับสินบน หรือการปฏิบัติที่ต่อต้านการแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรม หรือมีการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับในการทำงาน ทั้งนี้บริษัทได้รายงานสรุปผลการฝ่าฝืนกรณีต่างๆ ต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเป็นประจำทุกปีเช่นเดียวกับการรายงานผลการติดตามการปฏิบัติตามจรรยาบรรณ ในการดำเนินธุรกิจ

ดาวน์โหลดเอกสาร ดาวน์โหลดเอกสาร close