EN
TH
ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์

ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์

27 กรกฎาคม 2538

ตลาดหลักทรัพย์เพิ่มสินค้า

ฝ่ายบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ขอแจ้งว่าคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทยได้สั่งให้รับหุ้นสามัญของบริษัท ช. การช่าง จำกัด (มหาชน) เป็นหลักทรัพย์จดทะ เบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2538 เป็นต้นไป ตลาดหลักทรัพย์จึงเห็นควรกำหนดให้หุ้นสามัญของบริษัท ช. การช่าง จำกัด (มหาชน)(CH. KARNCHANG PUBLIC COMPANY LIMITED) จำนวน 70,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ10 บาท รวม 700 ล้านบาท ทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ โดยจัดอยู่ในหมวดพัฒนา อสังหาริมทรัพย์ และใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า "CK" ทั้งนี้กำหนดให้เริ่มซื้อขายได้ตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2538 เป็นต้นไป - สรุปข้อสนเทศ - บริษัท ช. การช่าง จำกัด (มหาชน) CK CH. KARNCHANG PUBLIC COMPANY LIMITED ที่ตั้งสำนักงาน : 587 ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท์ 277-0460, 275-0026 โทรสาร 275-7029 ประเภทกิจการและลักษณะการดำเนินงาน : บริษัท ช. การช่าง จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจรับ เหมาก่อสร้างทั่วไป จากภาครัฐบาลและเอกชน เช่น งานก่อสร้างอาคาร ทางหลวงและทางพิเศษ โรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น ในลักษณะการเป็นผู้รับเหมาโดยตรง (Main Contractor) ผู้รับ เหมาช่วง (Sub-Contractor) และการร่วมลงทุนกับ บริษัทต่างชาติในลักษณะของกิจการร่วมค้า (Joint Venture) ในกรณีที่ไม่ สามารถแบ่งแยกชิ้นงานหรือปริมาณงานของผู้ร่วมทุนแต่ละรายได้ หรือ คอนซอร์เตียม (Consortium) ในกรณีที่สามารถแบ่งแยกชิ้นงานและปริมาณ งานของแต่ละ รายจากกันได้ บริษัท ช. การช่าง จำกัด (มหาชน) มีการลงทุน ในบริษัทย่อย 2 แห่ง ห้างหุ้นส่วนจำ กัด 2 แห่ง และกิจการร่วมค้า 5 แห่ง เพื่อประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง โดยบริษัทมีนโยบายใน การจัดสรรงานให้แก่ บริษัทในกลุ่มคือ บริษัทจะเน้นงานโครงการของรัฐบาลที่มีมูลค่างานสูง บริษัท ช. การช่าง-โตคิวคอนสตรัคชั่น จำกัด จะเน้นงานก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรม ภาคเอกชน ส่วนห้างหุ้น ส่วนจำกัดพรหมประทานก่อสร้าง และห้างหุ้นส่วนจำกัด ประเสริฐวิทย์ก่อสร้าง จะเน้นงานโครงการรัฐ บาลที่มีขนาดเล็กถึงปานกลาง สำหรับงานก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เทคโนโลยีสูง เช่น ทางพิเศษ ระ บบ สาธารณูปโภค บริษัทจะดำเนินงานก่อสร้างในลักษณะกิจการร่วมค้าหรือ คอนซอร์เตียม ซึ่งสา มารถแบ่งลักษณะงานก่อสร้างได้ 5 ประเภท โดยในปี 2537 กลุ่ม ช. การช่าง มีโครงสร้างรายได้ แยกตามสายงานดังนี้ % ต่อรายได้รวมของกลุ่ม ช. การช่าง - งานก่อสร้างอาคาร 15 - งานก่อสร้างทางหลวงและทางพิเศษ 59 - งานก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรม 17 - งานก่อสร้างระบบสาธารณูปโภค - - งานก่อสร้างที่ไม่สามารถจัดกลุ่มได้ 2 - อื่น ๆ 7 100 โครงการที่ดำเนินการในปัจจุบันของกลุ่ม ช. การช่าง ณ 31 ธันวาคม 2537 ได้แก่ รายได้ที่ได้รับจากบริษัท ชื่อโครงการ คู่สัญญา มูลค่า ระยะเวลาร้อยละของ และบริษัทย่อยและกำไร โครงการ ก่อสร้าง งานที่แล้วเสร็จตามวิธีส่วนได้เสียของ (ล้านบาท)ปี 25.. ณ 31/12/37 BBCD (ล้านบาท) เกิดขึ้นจริงประมาณการ 2537 2538 บริษัท ช. การช่าง จำกัด (มหาชน) 1. งานก่อสร้างทางหลวง ถนนสายเกษตร-กรมทางหลวง 503 37-39 9.7 49.8 345.2 แคลาย 2. อาคารหอสมุดและอาคารเอนกประสงค์ ม.ธรรมศาสตร์ 690.6 37-41 13.4 94.2 162.4 3. โครงการมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ทบวงมหาวิทยาลัย 1,545 38-41 - - 308.7 4. งาน Sub-Contractor ทางด่วนขั้นที่ BBCT 3,177.2 37-39 27.5 875.2 1,517.8 2 ตอนที่ 2 5. งาน Sub-Contractor ระบบน้ำเสีย กิจการร่วมค้า 337.6 38-39 - - 136.9 ภูเก็ต ภูเก็ต บริษัท ช. การช่าง-โตคิวคอนสตรัคชั่น จำกัด (ถือหุ้นร้อยละ 55) งานก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรม 1. โรงเก็บสินค้า ESSO บจก. ESSO 76.1 37-38 29.3 22.3 53.8 2. โรงงานฟูจิตสึ ส่วนที่ 3 บจก.ฟูจิตสึ 116.7 36-38 98.9 68.3 1.3 3. โรงงานอาหารเอ็นแอนด์อี บจก.เอ็นแอนด์อี 51 37-38 19.6 10 41 4. โรงงานเอสไอเค บจก.เอสไอเค 48.8 37-38 50 24.4 24.4 5. โรงงานมิค 4 บจก.มิค 37.7 37-38 40 15.1 22.6 (ประเทศไทย) 6. อาคารสำนักงาน การทางพิเศษ 32.6 37-38 38.6 12.6 23 แห่งประเทศไทย 7. โรงงานฟูจิตสึ ส่วนที่ 4 บจก.ฟูจิตสึ 152 38-38 - - 152 8. โรงงานเทอรอลไทย บจก.เทอรอล 31.5 38-38 - - 31.5 (ประเทศไทย) 9. โรงงาน เอส เอ็น ซี บจก. เอส เอ็น 26.4 38-38 - - 26.4 ซี 10. โรงงานแคนไซ บจก.ฟูจิตสึ 10.6 38-38 - - 10.6 11. เอสอีเอส (Second Stage BBCT 512 37-39 3 15.1 338 Expressway) กิจการร่วมค้า CKT (ถือหุ้นร้อยละ 60) 1. ถนนสายกรุงเทพ-ชลบุรี-Section 2 กรมทางหลวง 651.6 37-40 27.6 179.8 291.7 2. ถนนสายกรุงเทพ-ชลบุรี-บางบ่อ กรมทางหลวง 292.7 37-40 - - 198.9 รายได้ที่ได้รับจากบริษัท ชื่อโครงการ คู่สัญญา มูลค่า ระยะเวลาร้อยละของ และบริษัทย่อยและกำไร โครงการ ก่อสร้าง งานที่แล้วเสร็จตามวิธีส่วนได้เสียของ (ล้านบาท)ปี 25.. ณ 31/12/37 BBCD (ล้านบาท) เกิดขึ้นจริงประมาณการ 2537 2538 กิจการร่วมค้า CKT (ถือหุ้นร้อยละ 40) 1. ทางด่วนสายรามอินทรา-อาจณรงค์ การทางพิเศษ 706.9 37-39 40 282.8 375.4 แห่งประเทศไทย 2. งานระบบถนนสายรามอินทรา-อาจณรงค์กรุงเทพมหานคร 288.1 38-39 - - 223.1 3. งานประปา (ถนนสายรามอินทรา- การประปา- 39.1 38 - - 39.1 อาจณรงค์) นครหลวง กิจการร่วมค้า BBCT (ถือหุ้นร้อยละ 51) 1. ทางด่วนขั้นที่ 2 ตอนที่ 2 บมจ.ทางด่วน- 9,475 37-39 22 1,284.2 2,860.7 กรุงเทพ กิจการร่วมค้า BBCD (ถือหุ้นร้อยละ 35) 1. ทางด่วนสายบางนา-บางพลี-บางปะกง การทางพิเศษ 23,548 38-42 - - 28.6 แห่งประเทศไทย หจก.พรหมประทานก่อสร้าง (บ. ช. การช่างเรียลเอสเตท ถือหุ้น 99%) 1. อาคารหอพักนักศึกษา ม.เทคโนโลยี ม.เทคโนโลยี 123 36-38 93 114.4 8.6 สุรนารี หลังที่ 7-9 สุรนารี หจก.ประเสริฐวิทย์ก่อสร้าง (บ. ช. การช่างเรียลเอสเตท ถือหุ้น 99%) 1. อาคารหอพักนักศึกษา ม.เทคโนโลยี ม.เทคโนโลยี 145 36-38 100 138.8 - สุรนารี หลังที่ 4-6 สุรนารี กิจการร่วมค้า PPMN (หจก.พรหมประทานก่อสร้าง ถือหุ้น 50%) 1. งานปรับปรุงถนน-ขยายระบบไฟฟ้า บมจ.ทางด่วน- 102.5 37-38 99.8 13.1 0.2 ถ.งามวงศ์วาน และแจ้งวัฒนะ กรุงเทพ การจำหน่ายและช่องทางการจำหน่าย การรับงานก่อสร้างจากลูกค้าแบ่งได้ 2 กลุ่ม คือ การเข้าร่วมประมูลโครงการทั้งจากภาครัฐบาลและเอกชน และการเจรจา ต่อรองกับลูกค้า โดยตรง โดยในปี 2537 กลุ่ม ช. การช่าง มีสัดส่วนงานภาค รัฐบาลต่อภาคเอกชน เท่ากับ 95 : 5 ในการเสนอราคาบริษัทจะพิจารณาถึง ต้นทุนการก่อสร้าง ความยากง่ายของงานและความต้อง การงาน ซึ่งที่ผ่านมา บริษัทจะมีอัตรากำไรสุทธิจากโครงการประมาณร้อยละ 4-20 โครงสร้างต้นทุน ในปี 2537 ประกอบด้วย วัสดุก่อสร้าง 46 แรงงาน 25 โสหุ้ยการผลิต 29 100 วัสดุก่อสร้างที่สำคัญได้แก่ ปูนซิเมนต์ เหล็กเส้น เป็นต้น บริษัทจัดซื้อจากภายใน ประเทศทั้ง หมด โดยบริษัทมีการทำสัญญาการซื้อขายวัสดุก่อสร้างจากผู้ผลิตรายใหญ่ ในแต่ละโครงการ โดยระบุถึง ราคาและปริมาณการสั่งซื้อที่คงที่สำหรับงานก่อสร้าง ตลอดโครงการเพื่อป้องกันการขาดแคลนวัสดุก่อ สร้าง รายการระหว่างบริษัทในกลุ่ม และบริษัทที่เกี่ยวข้อง สามารถแบ่งเป็น 2 ประเภทได้แก่ 1. รายการระหว่างกันซึ่งเกิดจากการค้าตามปกติ - การให้บริการและการซื้อขายสินค้าระหว่างกัน บริษัทรับบริหารโครงการ ก่อสร้างให้แก่ กิจการร่วมค้า CKT, กิจการร่วมค้า BBCT และห้างหุ้นส่วน จำกัด ประเสริฐวิทย์ก่อสร้าง รับเป็นผู้รับ เหมาช่วงให้แก่กิจการร่วมค้า BBCT และกิจการร่วมค้าภูเก็ต นอกจากนี้บริษัทยังซื้อวัสดุก่อสร้าง บางประเภทจากบริษัท มหาศิริ จำกัด และห้างหุ้นส่วนจำกัด ศิลาทรายกรีต - เงินทดรองจ่ายและการกู้ยืมเงินระหว่างกัน บริษัทจ่ายเงินทดรองจ่าย ให้แก่ บริษัท ช. การช่าง-โตคิวคอนสตรัคชั่น จำกัด , กิจการร่วมค้า CKT และกิจการร่วมค้า BBCT เพื่อเป็นค่าใช้ จ่ายในการดำเนินงาน ทั่วไป โดยไม่คิดดอกเบี้ยระหว่างกัน นอกจากนี้ยังให้กู้ยืมเงินแก่ บริษัท ช. การช่างเรียลเอสเตท และหจก.พรหมประทานก่อสร้าง เพื่อใช้ เป็นเงินทุนหมุนเวียนตามปกติ โดย คิดอัตราดอกเบี้ยตามท้องตลาด - การรับก่อสร้างระหว่างกัน บริษัทไฮกรีตโปรดักส์ แอนด์ เทคโนโลยี จำกัด และบริษัทที่ดิน บางปะอิน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มผู้ถือหุ้น ว่าจ้างบริษัทก่อสร้างโรงงานและโครงการ ตามลำดับ 2. รายการระหว่างกันซึ่งเกิดจากการปรับโครงสร้างกลุ่มบริษัท เป็นรายการที่เป็นผลจากการปรับโครงสร้างกลุ่มธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง โดยปรับโครงสร้าง การถือหุ้น และการจัดการเกี่ยวกับทรัพย์สินของธุรกิจรับเหมา ก่อสร้าง เพื่อก่อให้เกิดความชัดเจน และเหมาะสมต่อการดำเนินธุรกิจ ดังนั้น รายการระหว่างกันในลักษณะนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป อนึ่ง ในกรณีที่บริษัทรับงานก่อสร้างของบริษัทที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกลุ่มผู้ถือหุ้น ใหญ่ของบริษัทมีส่วนได้ ส่วนเสียในบริษัทที่เกี่ยวข้องนั้นเกินกว่าส่วนได้ส่วนเสีย ที่มีอยู่ในบริษัทแล้วนั้น บริษัทจะได้มอบหมายให้ วิศวกรอิสระพิจารณามูลค่าและ ต้นทุนของงานดังกล่าวเป็นรายโครงการไป เพื่อเป็นข้อมูลประกอบใน การจัดทำ รายการ และบริษัทจะนำความเห็นดังกล่าวแสดงลงในรายงานประจำปีของ บริษัทด้วยต่อไป โครงการดำเนินงานในอนาคต : โครงการดำเนินงานในอนาคตของกลุ่ม ช. การช่าง ซึ่งอยู่ในประ มาณการปี 2538 ปรากฎตามตารางหน้า 2-3 สำหรับประมาณการซึ่งไม่รวมอยู่ในประมาณการ งบ การเงิน มีดังนี้ ชื่อโครงการ มูลค่าโครงการ (ล้านบาท) ระยะเวลาก่อสร้าง ความคืบหน้าของโครงการ - โครงการก่อสร้างเขื่อนผลิต 14,000 2538-2542 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษา กระแสไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำมัง 3 ความเป็นไปได้ และจัดเตรียม และน้ำงึม 2 ในประเทศลาว Financial Package ของ โดยบริษัทจะได้ค่าตอบแทนเป็น ทางบริษัท สัมปทานการผลิตและจำหน่าย กระแสไฟฟ้าเป็นระยะเวลา 30 ปี - งานปรับพื้นที่โครงการโรงงาน 241.9 2538-2539 ปัจจุบันเริ่มดำเนินการปรับพื้นที่ ผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานความ โครงการ ร้อนที่อำเภอวังน้อย จ.อยุธยา - งานก่อสร้างอาคารบริการโทรศัพท์ 2,122 2538-2540 การสื่อสารแห่งประเทศไทยได้ ระหว่างประเทศ การสื่อสารแห่ง- ลงนามในสัญญาว่าจ้างบริษัท ประเทศไทย เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างเมื่อ 17 กรกฎาคม 2538 - งานก่อสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ 39.98 (ก.ค.38-ต.ค.38) สำนักงานปลัดทบวงมหาวิทยาลัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ บริเวณ ได้ลงนามในสัญญาว่าจ้างบริษัท โครงการจัดงานแสดงเกษตรและ เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างเมื่อ อุตสาหกรรมโลก (WORLDTECH 95 - 21 กรกฎาคม 2538 THAILAND) จังหวัดนครราชสีมา จาก สำนักงานปลัดทบวงมหาวิทยาลัย - โครงการก่อสร้างโรงผลิตน้ำประปา 3,000 (2538-2541) บริษัทได้ลงนามในสัญญาการ ปทุมธานี-รังสิต โดยได้รับสัมปทาน จัดตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่าง การจำหน่ายน้ำประปา 25 ปี จาก การประปาส่วนภูมิภาค บริษัท การประปาส่วนภูมิภาค เธมส์ วอเตอร์ อินเตอร์- เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ช. การช่าง จำกัด (มหาชน) บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) บริษัทนครหลวง ค้าข้าว จำกัด และโบวิส ลิมิเต็ด (ในสัดส่วน 5 : 30 : 30 : 15 : 15 : 5 ตามลำดับ) เมื่อ 21 กรกฎาคม 2538 จำนวนพนักงาน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2538 บริษัทมีพนักงานดังนี้ บริษัท บริษัท บริษัทย่อยและกิจการร่วมค้า - วิศวกร 97 138 - พนักงานระดับบริหาร 20 32 - พนักงานทั่วไป 514 840 631 1,010 ประวัติความเป็นมาโดยสรุป : 27 พฤศจิกายน 2515 จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเพื่อประกอบธุรกิจรับเหมา ก่อสร้างทั่วไป ในระ ยะแรกจะเป็นการรับงานก่อสร้างอาคารและงานโยธาทั่วไป จากหน่วยงานราชการ กรกฎาคม 2524 บริษัทได้ร่วมลงทุนกับบริษัทโตคิวคอนสตรัคชั่น จำกัด ซึ่งเป็น ผู้รับเหมาก่อ สร้างรายใหญ่ของประเทศญี่ปุ่น จัดตั้งบริษัท ช.การช่าง-โตคิว คอนสตรัคชั่น จำกัด โดยถือหุ้นร้อยละ 55 ของทุนชำระแล้ว เพื่อเรียนรู้ เทคโนโลยีการก่อสร้างและการบริหารงาน ตลอดจนการขยาย ฐานลูกค้าให้ กว้างขวางขึ้น ปี 2525-2529 ผลงานของบริษัทที่เป็นโครงการใหญ่ ๆ ได้แก่ อาคารโรงเรียน นายร้อยพระ จุลจอมเกล้าเขาชะโงก อาคารมูลนิธิคุ้มเกล้า อาคารที่พักผู้โดยสาร ภายในประเทศและลานจอด เครื่องบิน โครงการก่อสร้างสะพานขึงพระราม 9 ปี 2530 บริษัทร่วมลงทุนกับบริษัทกูมาไกกูมิ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น และกลุ่ม ธนาคารพาณิชย์ไทย ก่อตั้งบริษัททางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เพื่อเข้า ประมูลสัมปทานโครงการทางด่วนขั้นที่ 2 สิงหาคม 2533 กิจการร่วมค้า BBCE ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัทกับ บิลฟิงเกอร์ พลัส เบอร์เกอร์ โปคเตียนเกสเซลซอฟ และบริษัทเอกซ์เปอร์ต ทรานสปอร์ต จำกัด โดยมีสัดส่วนการลง ทุน 15 : 65 : 20 ตามลำดับ ได้รับเลือกให้เป็นผู้รับเหมางานทางด่วนขั้นที่ 2 ตอนที่ 1 จากบริษัททางด่วน กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นการก่อสร้างทางแบบ Segmental ธันวาคม 2533 กิจการร่วมค้า HCBB ซึ่งเป็นการร่วมทุนกระหว่างบริษัทกับ บิลฟิงเกอร์ พลัส เบอร์เกอร์ โปคเตียนเกสเซลซอฟ และบริษัทไฮกรีต โปรดักส์แอนด์เทคโนโลยี จำกัด โดยมีสัดส่วน การลงทุน 10 : 35 : 55 ตามลำดับ ได้รับเลือกให้เป็นผู้บริหารการผลิตชิ้นส่วนทางด่วนเพื่อใช้ใน งาน ก่อสร้างทางด่วนขั้นที่ 2 ตอนที่ 1 พฤษภาคม 2536 กิจการร่วมค้า CKT ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัทกับ บริษัทโตคิวคอนสตรัค ชั่น จำกัด และบริษัท ช.การช่าง-โตคิวคอนสตรัคชั่น จำกัด โดยมีสัดส่วนการลงทุน 60 : 25 : 15 ตามลำดับ ได้รับเลือกให้ เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างถนนสายกรุงเทพฯ-ชลบุรี และงานก่อสร้างทางยกระ ดับ บางบ่อ Section II-D กันยายน 2536 บริษัทในฐานะผู้นำกลุ่มผู้ร่วมลงทุนเข้าเจรจาในปัญหาความ ขัดแย้งที่เกิดขึ้นระ หว่างการทางพิเศษแห่งประเทศไทยและบริษัทกูมาไกกูมิ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัททาง ด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โดย ท้ายที่สุดบริษัทได้ร่วมกับกลุ่มบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เข้าซื้อหุ้นทั้ง หมดในส่วนของ บริษัทกูมาไกกูมิ จำกัด โดยบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) ได้เพิ่ม สัดส่วน การลงทุนในบริษัททางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เป็นประมาณ ร้อยละ 12.3 คิดเป็นมูลค่าเงิน ลงทุนประมาณ 1,200 ล้านบาท ตุลาคม 2536 กิจการร่วมค้า STACK ซึ่งเป็นการร่วมลงทุนระหว่างบริษัท ช.การช่าง-โต คิวคอนสตรัคชั่น จำกัด (บริษัทถือหุ้นร้อยละ 55) กับบริษัท ไทโชเทคคินคอนกรีต จำกัด โดยมีสัดส่วน การลงทุน 100 : 0 ตามลำดับ เพื่อก่อสร้างปล่องระบายความร้อนและควัน โรงงานผลิตกระแสไฟฟ้า พลังงาน ความร้อนแม่เมาะหน่วยที่ 12 และ 13 จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พฤศจิกายน 2536 - กิจการร่วมค้า CKT (ในสัดส่วนการลงทุน 40 : 40 : 20) ได้รับเลือก ให้เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างระบบทางด่วนสายรามอินทรา-อาจณรงค์ ส่วนของสัญญาฉบับที่ 7 ช่วงถนน ลาดพร้าว-ซอยสุขา - กิจการร่วมค้า PPMN ซึ่งเป็นการร่วมลงทุนระหว่าง หจก.พรหมประทานก่อ สร้าง กับบริษัทมิราโน จำกัด เพื่อดำเนินการปรับปรุง ถนนและขยายระบบไฟฟ้า ที่ถนนงามวงศ์วาน และถนนแจ้งวัฒนะ มีนาคม 2537 กิจการร่วมค้า BBCT ซึ่งเป็นการร่วมลงทุนระหว่างบริษัทกับ บิลฟิงเกอร์ พลัส เบอร์เกอร์ โปคเตียนเกสเซลซอฟ บริษัทโตคิวคอนสตรัคชั่น จำกัด และบริษัท ช.การช่าง-โต คิวคอนสตรัคชั่น จำกัด โดยมีสัดส่วนการ ลงทุน 51 : 40 : 5 : 4 ตามลำดับ ได้รับเลือกให้เป็นผู้ รับเหมาก่อสร้าง และผู้บริหารโครงการทางด่วนขั้นที่ 2 ตอนที่ 2 จากบริษัททางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (ยังมีต่อ)