
ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์
03 มีนาคม 2542
) งบการเงินและงบการเงินรวมประจำปี-หมายเหตุ
หมายเหตุ 16 - ภาระผูกพันจากการขายลูกหนี้ตั๋วเงิน
ณ วันที่ 31 ธันวาคม ภาระผูกพันจากการขายลูกหนี้ตั๋วเงิน ประกอบด้วย
(หน่วย:บาท)
2541 2540
ภาระผูกพันจากการขายลูกหนี้ตั๋วเงิน 2,899,193,500 986,076,000
หัก ลูกหนี้ตั๋วเงินที่ครบกำหนดชำระภายใน 1 ปี (1,816,444,000) (638,085,000)
ภาระผูกพันจากการขายลูกหนี้ตั๋วเงิน - สุทธิ 1,082,749,500 347,991,000
ภาระผูกพันจากการขายลูกหนี้ตั๋วเงินของกิจการร่วมค้าแห่งหนึ่งเกิดจากการขายลดตั๋วเงินรับลงวันที่ล่วงหน้าที่ได้รับ
จากผู้ว่าจ้างกับธนาคาร 4 แห่ง โดยตั๋วเงินดังกล่าวลงวันที่ต่าง ๆ กัน
หมายเหตุ 17 - เงินกู้ยืมระยะยาว
ณ วันที่ 31 ธันวาคม เงินกู้ยืมระยะยาว ประกอบด้วย
(หน่วย : บาท)
งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะของบริษัท
2541 2540 2541 2540
เงินกู้ยืมระยะยาว 3,021,437,240 4,152,485,200 1,491,150,000 2,340,020,000
หัก ส่วนเกินของมูลค่าปัจจุบันของเงินตรา
ต่างประเทศที่ซื้อไว้สำหรับการชำระเงินกู้
ข้างต้น ซึ่งสูงกว่าตามอัตราแลกเปลี่ยน
ที่ทำสัญญาไว้ (392,787,500) (984,982,500) (392,787,500) (984,982,500)
2,628,649,740 3,167,502,700 1,098,362,500 1,355,037,500
หัก เงินกู้ยืมระยะยาวที่ครบกำหนด
ชำระภายใน 1 ปี (2,086,253,982) (991,705,855) (898,362,500) (256,675,000)
เงินกู้ยืมระยะยาว - สุทธิ 542,395,758 2,175,796,845 200,000,000 1,098,362,500
ณ วันที่ 31 ธันวาคม เงินกู้ยืมระยะยาวของ
- บริษัทใหญ่เป็นเงินกู้ยืมต่างประเทศจำนวน 35 ล้านเหรียญสหรัฐและ 45 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2541 และ 2540
ตามลำดับอัตราดอกเบี้ยร้อยละ SIBOR + 1 ต่อปี บริษัททำสัญญาประกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนใน
จำนวนเงินกู้ยืมทั้งหมด เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2539 และ 12 พฤษภาคม 2540 แล้ว โดยชำระคืนเงินต้นทุกงวด 6
เดือนเริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2540 โดย 4 งวดแรก ชำระงวดละ 5 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนที่เหลือสามารถชำระใน
1 ปี หลังจากนั้น
และเงินกู้ยืมระยะยาวจำนวน 200 ล้านบาท เป็นตั๋วสัญญาใช้เงิน 2 ฉบับ ฉบับละ 100 ล้านบาท ซึ่งถึงกำหนดใช้
เงินในปี 2541 และ 2542 บริษัทได้ทำการยกเลิกตั๋วสัญญาใช้เงินทั้ง 2 ฉบับข้างต้น แล้วออกตั๋วฉบับใหม่ ถึง
กำหนดชำระเงินในปี 2543 โดยมีอัตราดอกเบี้ย MLR + 1.5 ต่อปี
- กิจการร่วมค้าที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไร 59.99% เป็นเงินกู้ยืมระยะยาวจากธนาคารพาณิชย์ภายในประเทศโดยโอน
สิทธิเรียกร้องในการรับเงินตามสัญญาก่อสร้างโครงการจากบริษัทผู้ว่าจ้างให้กับธนาคารเพื่อเป็นหลักประกันเงิน
กู้ยืมและเงินกู้บางส่วนค้ำประกันโดยผู้ร่วมค้า ประกอบด้วย
จำนวนเงินประมาณ 279.6 ล้านบาท และ 750 ล้านบาทในปี 2541 และ ในปี 2540 ตามลำดับ อัตราดอกเบี้ยร้อย
ละ MLR MLR+ 0.5 และ MLR + 1 โดยชำระคืนเงินต้นทุกเดือนเดือนละประมาณ 100 ล้านบาท เริ่มตั้งแต่เดือน
กรกฎาคม 2541 แต่ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2541 กิจการร่วมค้าฯได้ทำการชำระคืนเงินต้นทุกเดือนเป็นจำนวนเงิน
ประมาณ 55% ของค่างานที่ได้รับจริงจากบริษัทผู้ว่าจ้างในแต่ละเดือนซึ่งน้อยกว่า 100 ล้านบาท และจะต้องชำระ
คืนให้เสร็จสิ้นภายในเดือน มิถุนายน 2542
จำนวนเงิน 150 ล้านบาท และ 300 ล้านบาทในปี 2541 และ 2540 ตามลำดับ อัตราดอกเบี้ยร้อยละ MRR + 3.75
โดยชำระคืนเงินต้นทุกเดือน เดือนละ 30 ล้านบาท เริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2541
และจำนวนเงิน 1,200 ล้านบาท ในปี 2541 และ 2540 อัตราดอกเบี้ย MLR โดยชำระคืนเงินต้นทุกเดือนเป็นจำนวน
อย่างน้อย 50% จากค่างานที่ได้รับในแต่ละเดือนแต่ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 100 ล้านบาท เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2541
หรือเมื่อกิจการร่วมค้าได้รับค่างานจากบริษัทผู้ว่าจ้างรวมแล้วไม่น้อยกว่า 55% ของราคาตามสัญญาแล้วแต่ระยะ
เวลาใดจะถึงก่อน เริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคม 2541 กิจการร่วมค้าได้ทำการเปลี่ยนเงื่อนไขการชำระคืนเงินต้นจากเดิม
เป็นการชำระคืนเงินต้นทุกเดือนเป็นจำนวนเงินไม่น้อยกว่า 20 % ของค่างานที่ได้รับในแต่ละเดือนเริ่มตั้งแต่เดือน
มกราคม 2542 หรือเมื่อกิจการร่วมค้าได้รับเงินค่างานจากบริษัทผู้ว่าจ้างรวมแล้วไม่น้อยกว่า 3,300 ล้านบาทแล้ว
แต่ระยะเวลาใดจะถึงก่อนและกิจการร่วมค้าจะต้องชำระคืนเงินต้นอย่างน้อยเป็นจำนวนเงิน 1,000 ล้านบาทภาย
ในเดือน กุมภาพันธ์ 2543 และชำระคืนเงินต้นส่วนที่เหลือจำนวนเงิน 200 ล้านบาท ภายในเดือน มิถุนายน 2545
ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการชำระคืนเงินต้นขึ้นอยู่กับความสามารถในการชำระค่างานของบริษัทผู้ว่า
จ้างในอนาคต
- กิจการร่วมค้าที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรร้อยละ 35 เป็นเงินกู้ยืมระยะยาวจากธนาคารพาณิชย์ของไทยแห่งหนึ่ง
จำนวน 688 ล้านบาท ในปี 2541 และ 2540 การจ่ายชำระแบ่งออกเป็น 4 งวด ตามจำนวนที่ตกลงกันไว้ตาม
สัญญาโดยเริ่มจ่ายงวดแรกในเดือนมกราคม 2542
- และจากบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์แห่งหนึ่งจำนวนเงิน 533.97 ล้านบาท ในปี 2541 และ 488.97 ล้านบาท และ 4
ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2540 โดยในปี 2541 มีการเปลี่ยนแปลงกำหนดการระยะการชำระเงินต้น โดยจ่ายชำระใน
เดือน กันยายน 2542 และเดือน ตุลาคม 2542 เป็นจำนวนเงินประมาณ 106.79 ล้านบาท และ 427.17 ล้านบาท
ตามลำดับ
เงินกู้ยืมระยะยาวของกิจการร่วมค้าฯดังกล่าวค้ำประกันโดยผู้ร่วมค้า
- กิจการร่วมค้าที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรร้อยละ 25 เป็นเงินกู้ระยะยาวจากธนาคารพาณิชย์ภายในประเทศ จำนวนเงิน
500 ล้านบาทในปี 2541 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ MLR+1.25% โดยชำระคืนเงินต้นทุกเดือนเป็นจำนวน 20% จากค่า
งานที่ได้รับในแต่ละเดือน แต่ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 35 ล้านบาท เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2542 โดยโอนสิทธิเรียก
ร้องในการรับเงินค่างานเฉพาะที่เป็นสกุลเงินบาทตามสัญญาก่อสร้างโครงการจากบริษัทผู้ว่าจ้างให้กับธนาคาร
เพื่อเป็นหลักประกันเงินกู้ยืมและค้ำประกันโดยผู้ร่วมค้า
ส่วนของเงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปีรวมภาระจากการขายลูกหนี้ตั๋วเงินที่ถึงกำหนดชำระภาย
ในหนึ่งปีจำนวนเงินประมาณ 1,816.44 ล้านบาท และ 638.08 ล้านบาท ในปี 2541 และ 2540 ตามลำดับของกิจ
การร่วมค้าแห่งหนึ่งที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไร 35% แสดงไว้ภายใต้หนี้สินหมุนเวียน
หมายเหตุ 18 - รายได้และต้นทุนจากการก่อสร้าง
ในปี2541 บริษัทใหญ่มีการปรับปรุงลดรายได้จากการก่อสร้างทั้งสิ้นเป็นจำนวนเงินประมาณ 283.5 ล้านบาท จากการ
เปลี่ยนแปลงต้นทุนประมาณการของโครงการซึ่งสืบเนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ราคาวัสดุก่อสร้าง ค่าแรงและค่าผู้รับ
เหมาช่วงมีการปรับราคาสูงขึ้น ประกอบกับแผนการก่อสร้างมีการหยุดเป็นบางช่วงจากผู้ว่าจ้าง เนื่องจากขุดพบโบราณ
สถานในบริเวณก่อสร้าง และมีการบันทึกต้นทุนการก่อสร้างของโครงการอีกแห่งหนึ่งเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนเงินประมาณ
332.9 ล้านบาทโดยโครงการดังกล่าวบริษัทได้ประมาณตัวเลขรับรู้ผลขาดทุนทั้งจำนวนไปแล้วในปี 2540 เนื่องจาก
ประมาณการต้นทุนงานก่อสร้างทั้งสิ้นแล้วปรากฎว่ามีผลขาดทุนเกิดขึ้น
ในปี 2541 ห้างหุ้นส่วน ซึ่งเป็นเงินลงทุนของบริษัทย่อยได้มีการเพิ่มเติมมูลค่าสัญญา และปรับปรุงเพิ่มเติมต้นทุนโครง
การใหม่ มีผลทำให้ปรับปรุงผลกระทบสุทธิ โดยการลดรายได้จากการก่อสร้างเป็นจำนวนเงินประมาณ 9.73 ล้านบาท
ในปี 2541 กิจการร่วมค้าที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรร้อยละ 59.99 มีการปรับปรุงต้นทุนโครงการใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับ
ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันมีผลทำให้กิจการร่วมค้าดังกล่าวปรับปรุงลดรายได้จากการก่อสร้างเป็นจำนวนเงินประมาณ
317.34 ล้านบาท
ในปี 2541 กิจการร่วมค้าที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรร้อยละ 50 มีการลดมูลค่าสัญญาและปรับปรุงต้นทุนประมาณการของ
โครงการใหม่ มีผลทำให้รายได้จากการก่อสร้างลดลงในปี 2541 ทั้งสิ้นเป็นจำนวนเงินประมาณ 15 ล้านบาท
ในปี 2541 กิจการร่วมค้าที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรร้อยละ 35 มีการปรับปรุงต้นทุนโครงการใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับ
ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันมีผลทำให้กิจการร่วมค้าดังกล่าวปรับปรุงลดรายได้สุทธิจากการก่อสร้างเป็นจำนวนเงิน
483.73 ล้านบาท
ในปี 2541 กิจการร่วมค้าที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรร้อยละ 25 ได้มีการเพิ่มเติมมูลค่าสัญญาและปรับปรุงต้นทุนโครงการ
ใหม่มีผลทำให้กิจการร่วมค้าดังกล่าวปรับปรุงลดรายได้สุทธิจากการก่อสร้างเป็นจำนวนเงินประมาณ 279.44 ล้านบาท
โดยมูลค่าโครงการประกอบด้วยส่วนที่เป็นเงินสกุลบาทและเงินเยน ซึ่งถ้าหากมูลค่างานที่จะได้รับแปลงค่าโดยใช้อัตรา
แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่กำหนด ณ วันทำสัญญาก่อสร้างโครงการ จะส่งผลให้มูลค่าของโครงการต่ำกว่าต้นทุน
ของประมาณการที่ปรับปรุงใหม่ หากแปลงค่าโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ณ ปัจจุบัน มูลค่าของโครง
การจะยังคงสูงกว่าต้นทุนประมาณการอยู่
ในงบการเงินรวม ปี 2541 รายได้จากการก่อสร้างของกิจการร่วมค้า 2 แห่งที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรร้อยละ 50 และ 25
รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนอันเนื่องมาจากค่าของงานที่เป็นเงินตราต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นจากอัตราแลกเปลี่ยน ณ วัน
ทำสัญญา เป็นจำนวนเงินประมาณ 216.94 ล้าน
ในปี 2540 บริษัทใหญ่มีรายได้ค่าก่อสร้างซึ่งรวมรายการปรับปรุงรายได้ค่าก่อสร้างจากการส่งมอบงานที่ทำสำเร็จซึ่ง
น้อยกว่างานตามสัญญา เป็นจำนวนเงินประมาณ 31.3 ล้านบาท และรายการปรับปรุงเพิ่มจากการก่อสร้างเพิ่มเติม
จากสัญญาการก่อสร้าง เป็นจำนวนเงินประมาณ 35.5 ล้านบาท
หมายเหตุ 20 - ประมาณการต้นทุนการก่อสร้าง
ในปี 2541 กิจการร่วมค้าที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรร้อยละ 35 คาดว่าจะมีต้นทุนการก่อสร้างโครงการเพิ่มขึ้นจาก
ประมาณการต้นทุนการก่อสร้างเดิม ต้นทุนการก่อสร้างในส่วนเพิ่มเติมนี้อยู่ในระหว่างการเจรจาตกลงมูลค่างานเพิ่ม
กับผู้ว่าจ้าง ซึ่งกิจการร่วมค้ามั่นใจว่าสามารถชดเชยต้นทุนที่เกิดจากผู้ว่าจ้างได้ จึงมิได้ทำการปรับปรุงลดรายได้ดัง
กล่าว
หมายเหตุ 21 - รายได้ค่าบริการโครงการและดอกเบี้ยรับ
ในปี 2540 บริษัทได้มีการบันทึกรายได้ค่าบริการโครงการจากบริษัทย่อยและกิจการร่วมค้า และรายได้ดอกเบี้ย
รับในการเปลี่ยนจากเงินลงทุนเป็นเงินให้กู้ยืม และคิดดอกเบี้ยระหว่างกันในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีจากกิจการ ร่วมค้า
แห่งหนึ่ง สำหรับระยะเวลาตั้งแต่ 1 มกราคม 2540 ถึง 31 ธันวาคม 2540 เป็นจำนวนเงินรวมทั้งสิ้น 58.26 ล้านบาท
โดยบริษัทแจ้งว่าพึ่งมีการตกลงกันระหว่างผู้ร่วมค้าเสร็จสิ้นในไตรมาส 3 ปี 2540 ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร
ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2540
หมายเหตุ 22 - รายการผลกำไร(ขาดทุน)จากอัตราแลกเปลี่ยน
บริษัทมีรายการผลกำไร(ขาดทุน)จากอัตราแลกเปลี่ยนสำหรับปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม ดังนี้
งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะของบริษัท
(หน่วย:บาท) 2541 2540 2541 2540
กำไร(ขาดทุน)จากอัตราแลกเปลี่ยน
- เกิดขึ้นจริง 68,125,468 249,720,443 (12,951,081) 12,852,010
- ยังไม่เกิดขึ้น 218,346,777 (1,031,321,073) - (28,414,458)
รวม 286,472,245 (781,600,630) (12,951,081) (15,562,448)
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2541 บริษัท บริษัทย่อยและกิจการร่วมค้ามียอดหนี้สินที่มีมูลค่าเป็นเงินตราต่างประเทศภายหลัง
สุทธิจากสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเป็นเงินตราต่างประเทศแล้ว และคำนวณเทียบเท่าค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐอเมริกามีจำนวน
ดังต่อไปนี้
พันดอลล่าร์สหรัฐอเมริกา
2541 2540
บริษัท ช. การช่าง จำกัด (มหาชน) 43,459,067 55,185,058
บริษัท ช. การช่าง จำกัด (มหาชน) บริษัทย่อยและกิจการร่วมค้า 103,086,850 107,218,615
บริษัทได้ทำสัญญาประกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนของเงินกู้ยืมจำนวน 42,779,122 ดอลล่าร์สหรัฐและ
53,791,603 ดอลล่าร์สหรัฐ ในปี 2541 และ 2540 ตามลำดับ
บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) บริษัทย่อยและกิจการร่วมค้าได้ทำสัญญาประกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
เป็นจำนวน 47,696,485 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ และ 56,136,603 ดอลล่าร์สหรัฐ ในปี 2541 และ 2540 ตามลำดับ
หมายเหตุ 23 - ขาดทุนจากการใช้ระบบแลกเปลี่ยนเงินตราแบบลอยตัว
บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิจากอัตราแลกเปลี่ยน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2540 เป็นจำนวนเงิน 15,562,448 บาท
โดยจำนวนเงินดังกล่าวได้รวมขาดทุนจากการใช้ระบบแลกเปลี่ยนเงินตราแบบลอยตัว จำนวนเงิน11,464,943 บาท ซึ่ง
บริษัทได้บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทั้งจำนวนในงบกำไรขาดทุน
บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) บริษัทย่อยและกิจการร่วมค้า มีผลขาดทุนสุทธิจากอัตราแลกเปลี่ยน สำหรับปีสิ้นสุด
วันที่ 31 ธันวาคม 2540 เป็นจำนวนเงิน 781,600,630 บาท โดยจำนวนเงินดังกล่าว ได้รวมขาดทุนจากการใช้อัตรา
แลกเปลี่ยนเงินตราแบบลอยตัว เป็นจำนวนเงินก่อนภาษีเงินได้ 803,429,174 บาท ซึ่งบริษัท ช.การช่าง จำกัด
(มหาชน) บริษัทย่อยและกิจการร่วมค้าได้บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทั้งจำนวนในงบกำไรขาดทุน
หมายเหตุ 24 - เงินปันผล สำรองตามกฎหมาย และเงินส่วนแบ่งกำไร
บริษัทใหญ่ - ในการประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2540 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2540 ที่ประชุมมีมติให้จ่ายเงิน
ปันผลเป็นจำนวน 210 ล้านบาท และจัดสรรทุนสำรองตามกฎหมายเพิ่มร้อยละ 5 ของกำไรสุทธิ
บริษัทย่อย - ในการประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2541 และ 2540 เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2541 และ วันที่ 29
เมษายน 2540 ที่ประชุมมีมติให้จ่ายเงินปันผลในอัตรา 20 บาทต่อหุ้นเป็นจำนวน 20 ล้านบาท และ อัตรา 15 บาทต่อ
หุ้นเป็นจำนวน 15 ล้านบาท ตามลำดับ
ในปี 2541 กิจการร่วมค้าดังต่อไปนี้ได้มีการจ่ายส่วนแบ่งกำไร
ล้านบาท
กิจการร่วมค้าที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรร้อยละ 60 87
กิจการร่วมค้าที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรร้อยละ 40 123
กิจการร่วมค้าที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรร้อยละ 53.2 390
กิจการร่วมค้าที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรร้อยละ 50 144
หมายเหตุ 25 - ภาระผูกพันและหนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้น
ณ วันที่ 31 ธันวาคม ภาระผูกพันและหนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้นของ
- บริษัทใหญ่จากการค้ำประกันเงินกู้ยืม การเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิต การออกหนังสือค้ำประกันจากธนาคาร และ
ตั๋วสัญญาขายลด ให้แก่กิจการร่วมค้าที่บริษัทเป็นหนึ่งในผู้ร่วมค้าเป็นจำนวนประมาณ 6,028.45 ล้านบาท และ
3,352 ล้านบาทในปี 2541 และ 2540 ตามลำดับ
- จากการเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตที่ยังไม่ได้ใช้จำนวน 100 ล้านบาท ในปี 2540
- กิจการร่วมค้าฯจากการเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตกับธนาคารที่ยังไม่ได้ใช้เป็นจำนวนประมาณ1,036.26ล้านบาท
- และ 227.1 ล้านบาท ในปี 2541 และ 2540 ตามลำดับ
ภาระผูกพันที่เกิดจากการออกหนังสือค้ำประกันโดยธนาคารโดยมีกิจการร่วมค้าแห่งหนึ่งได้โอนสิทธิการรับเงินจากผู้ว่า
จ้างเป็นประกันในส่วนของตน
(หน่วย : บาท) งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะของบริษัท
2541 2540 2541 2540
การประกันการก่อสร้าง ประกันการประมูลงานก่อสร้าง
การยื่นซองประกวดราคาและการชำระหนี้ 6,923,802,201 6,946,083,603 1,659,865,029 2,170,610,544
ชำระคืนเงินรับล่วงหน้าและเงินประกันผลงาน 5,141,260,644 4,683,844,013 172,427,440 283,722,440
ประกันการสูญเสียรายได้เนื่องจากความเสียหาย
จาก การขนส่ง ประกันผลงาน ก่อสร้าง
การเช่าอุปกรณ์ การใช้ไฟฟ้า
และการเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิต 1,421,169,575 984,882,006 1,065,552,468 -
เงินตราต่างประเทศ
กิจการร่วมค้าที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไร 35% มีภาระผูกพันกับธนาคารจากการทำสัญญาขายเงินตราต่างประเทศล่วง
หน้าเป็นจำนวนเงิน 8.49 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ และจากการทำสัญญาแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าเพื่อเก็ง
กำไรกับธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดผลกำไรหรือขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ในอนาคต เป็นจำนวน
2 สัญญา รวมเป็นเงิน 21 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสัญญาดังกล่าวจะครบกำหนดในเดือนตุลาคม และพฤศจิกายน 2542
ซึ่ง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2541 กิจการร่วมค้าบันทึกผลขาดทุนจากสัญญาดังกล่าวเป็นจำนวนเงินประมาณ 9.45 ล้าน
กิจการร่วมค้าที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไร 25% จากการทำสัญญาขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้ากับธนาคารพาณิชย์
แห่งหนึ่งเป็นจำนวน 4 สัญญารวมเป็นเงิน 1,000 ล้านเยน ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดผลกำไรหรือขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
ได้ในอนาคต โดยนำเงินฝากประจำมูลค่าในงบการเงินรวมเป็นจำนวน 25 ล้านบาทเป็นหลักประกัน ซึ่งสัญญาดังกล่าว
จะครบกำหนดในปี 2542
สัญญาต่างๆ
บริษัทย่อยจากสัญญาขายวัสดุก่อสร้างที่เหลืออยู่ เป็นจำนวนเงินประมาณ 19.55 ล้านบาท และ จากการทำสัญญาเช่า
ต่างๆ
กิจการร่วมค้าที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไร 35% จากการทำสัญญาเช่าที่ดิน 2 ฉบับ ระยะเวลาเช่า 3 ปีและ 4 ปี โดยมี
กำหนดชำระเงินค่าเช่า 13,500 บาทต่อเดือนต่อไร่ และ 618,000 บาทต่อปี ตามลำดับ
กิจการร่วมค้าที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรร้อยละ 25 จากสัญญาซื้อวัสดุก่อสร้างที่เหลืออยู่กับบริษัทย่อยแห่งหนึ่งเป็น
จำนวนเงิน ประมาณ 20 ล้านบาท และจากการทำสัญญาเช่ายานพาหนะเป็นจำนวนเงินประมาณ 32.4 ล้านบาท
เรื่องอื่นๆ
กิจการร่วมค้าที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรร้อยละ 59.99 จากการถูกฟ้องร้องให้จ่ายค่าเสียหายและเงินชดเชย จากการเลิก
จ้างพนักงาน จำนวนเงินประมาณ 4.7 ล้านบาท โดยคดีอยู่ระหว่างการสืบพยานและการพิจารณาของศาล
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2541 กิจการร่วมค้าที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไร 35% มีข้อขัดแย้งกับผู้ว่าจ้างในเรื่องการเคลมคืนค่า
งานตามที่ระบุในสัญญา ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างการรอการอนุมัติสัญญาจากผู้ว่าจ้าง ซึ่งกิจการรวมค้าฯ
ดังกล่าวได้มีค่างานที่เกิดขึ้นในส่วนนี้แล้ว เป็นจำนวนเงินประมาณ 70 ล้านบาท
หมายเหตุ 26 - จัดรายการในงบการเงิน
รายการในงบการเงินปี 2540 ส่วนหนึ่งได้จัดประเภทรายการใหม่ให้สอดคล้องกับงบการเงินปี 2541
หมายเหตุ 27 - เหตุการณ์ภายหลังวันที่ในงบการเงิน
บริษัทใหญ่จากการรับจ้างดำเนินงานโครงการระบบรถไฟฟ้ามหานคร โดยบริษัทจะลงนามเซ็นสัญญากับกิจการที่เกี่ยว
ข้องกันแห่งหนึ่ง ซึ่งมีมูลค่างานรวมทั้งสิ้นประมาณ 573.42 ล้านบาท ตามรายงานการประชุมคณะกรรมการบริหารครั้ง
ที่ 1/2542 ลงวันที่ 19 มกราคม 2542
กิจการร่วมค้าที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรร้อยละ 59.99 มีการทำสัญญางานเพิ่มเติมของโครงการทางด่วนขั้นที่ 2 ขยายเส้น
ทางงามวงศ์วาน ถึง แจ้งวัฒนะ จาก 2 เลนคู่ขนานเป็น 3 เลนคู่ขนาน มีมูลค่างานประมาณ 36 ล้านบาท และถูกฟ้อง
ร้องให้จ่ายค่าเสียหายและเงินชดเชยจากการเลิกจ้างพนักงาน โดยคดีอยู่ระหว่างการสืบพยาน และพิจารณาของศาล
กิจการร่วมค้าที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรร้อยละ 35 ในเดือนมกราคม และกุมภาพันธ์ 2542 ได้ค้างชำระเงินกู้ยืมจาก
ธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งที่ถึงกำหนดชำระ ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อกิจการร่วมค้า โดยผู้ให้กู้มีสิทธิเรียกร้องให้ผู้กู้ชำระเงิน
ต้นและดอกเบี้ยที่ยังคงค้างชำระอยู่ตามสัญญาจนครบถ้วนโดยทันที
หมายเหตุ 28 - การเปิดเผยข้อมูลจำแนกตามส่วนงาน
บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย และกิจการร่วมค้าประกอบธุรกิจประเภทก่อสร้าง ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลเพียงอย่าง
เดียว จึงไม่มีข้อมูลจำแนกตามประเภทธุรกิจหรือพื้นที่ภูมิศาสตร์
หมายเหตุ 29 -การปรับปรุงระบบคอมพิวเตอร์เพื่อความพร้อมสำหรับปี ค.ศ. 2000 (Y2K)
(ไม่ได้ตรวจสอบและไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของรายงานของผู้สอบบัญชี)
บริษัทได้เริ่มดำเนินการปรับปรุงระบบคอมพิวเตอร์เพื่อแก้ไขปัญหาปี ค.ศ. 2000 ตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2538 ทั้งนี้
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2541 การแก้ไขปรับปรุงดังกล่าวเสร็จประมาณร้อยละ 80 ของการปรับปรุงแก้ไขทั้งหมดซึ่งคาด
ว่าจะเสร็จในปี พ.ศ. 2542 และมีรายจ่ายทั้งสิ้นประมาณ 1.5 ล้านบาท บริษัทบันทึกรายจ่ายดังกล่าวเป็นค่าใช้จ่ายใน
งวดที่เกิดขึ้น ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2541บริษัทได้บันทึกค่าใช้จ่ายไปเพื่อการนี้แล้วทั้งสิ้นจำนวน 1.4 ล้านบาท บริษัท
ยังคงมีความเสี่ยงต่อการที่บริษัทอื่นไม่สามารถแก้ไขปรับปรุงระบบได้ทันกาล ถึงแม้ว่าบริษัทไม่สามารถประมาณผล
กระทบที่อาจจะเกิดขึ้นได้ แต่บริษัทคาดว่าผลกระทบจากผลการดำเนินงานของบริษัทดังกล่าวไม่มีนัยสำคัญต่อการ
ดำเนินงานของบริษัท
ส่วนบริษัทย่อยและกิจการร่วมค้าฯโดยรวมได้พิจารณาเฉพาะในส่วนงานที่มีความจำเป็นซึ่งไม่ได้มีกำหนดงบประมาณ
ไว้แน่นอน หรือได้พิจารณาระบบคอมพิวเตอร์แล้วส่วนใหญ่จะคาดว่าปัญหาปี 2000 จะไม่มีผลกระทบกับกิจการแต่ยัง
คงมีความเสี่ยงต่อการที่บริษัทอื่นไม่สามารถแก้ไขปรับปรุงระบบได้ทันกาล ถึงแม้ว่ากิจการไม่สามารถประมาณผล
กระทบที่อาจจะเกิดขึ้นได้ แต่กิจการคาดว่าผลกระทบจากผลการดำเนินงานของบริษัทดังกล่าวไม่มีนัยสำคัญต่อการ
ดำเนินงานของกิจการเช่นเดียวกับบริษัทใหญ่