EN
TH
ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์

ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์

16 สิงหาคม 2542

) งบการเงินและงบการเงินรวมไตรมาสที่ 2

เงินลงทุนในบริษัทย่อย และกิจการร่วมค้า ณ วันที่ 30 มิถุนายน ประกอบด้วย อัตราร้อยละ ที่ถือหรืออัตราส่วนแบ่ง เงินปันผล ลักษณะ กำไรในกิจการร่วมค้า ตามวิธีราคาทุน ตามวิธีส่วนได้เสีย หรือส่วนแบ่งกำไร ประเภทกิจการ ความสัมพันธ์ (หน่วย:พันบาท) ของบริษัทใหญ่ 2542 2542 2541 2542 2541 เงินลงทุนในบริษัทย่อย - บริษัท คอนสตรัคชั่น แมททีเรียล ซัพพลาย จำกัด 99.99 15,000 20,848 - - ผลิตจำหน่ายและซื้อขาย ผู้บริหารร่วม วัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง - บริษัท ช. การช่าง เรียลเอสเตท จำกัด และห้างหุ้นส่วนจำกัด 99 158,400 295,680 288,262 - - ธุรกิจการลงทุนและก่อสร้าง ผู้บริหารร่วม - บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด 79.94 799 - 796 - - สัมปทานสาธารณูปโภค ผู้บริหารร่วม - บริษัท ช. การช่าง-โตกิว คอนสตรัคชั่น จำกัด และกิจการร่วมค้า 55 55,000 188,792 193,071 16,500 - ธุรกิจก่อสร้าง ส่วนได้เสียในกิจการร่วมค้า - กิจการร่วมค้า บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) โตคิว คอนสตรัคชั่น คัมพานี ลิมิเต็ด ร่วมค้ากับ บริษัท ช.การช่าง-โตกิว คอนสตรัคชั่น จำกัด โครงการก่อสร้างทางหลวง 60 - 2,007 46,191 - 9,000 ธุรกิจก่อสร้าง ผู้บริหารร่วม โครงการก่อสร้างทางด่วน 40 - 329 35,943 - 14,000 - กิจการร่วมค้า บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) บิลฟิงเกอร์ แอนด์ เบอร์เกอร์โบคเตียน เกสเซลซอฟ โตคิว คอนสตรัคชั่น คัมพานี ลิมิเต็ด และ บริษัท ช.การช่าง-โตกิว คอนสตรัคชั่น จำกัด โครงการก่อสร้างทางด่วนขั้นที่ 2 ส่วน B พญาไท - บางโคล่ 53.20 - 73,696 152,204 - 122,400 ธุรกิจก่อสร้าง ผู้บริหารร่วม โครงการก่อสร้างทางด่วนขั้นที่ 2 ส่วน C+ แจ้งวัฒนะ- บางพูนและบางไทร 59.99 - 564,220 495,878 47,984 - โครงการก่อสร้างทางด่วนขั้นที่ 2 ส่วน D เส้นทางอโศก - ศรีนครินทร์ 59.99 - 70,874 32,044 - - โครงการก่อสร้างทางด่วนขั้นที่ 2 ส่วน C1A ขยายเส้นทาง งามวงศ์วาน - แจ้งวัฒนะ 59.99 - 37,679 10,256 - - อัตราร้อยละ ที่ถือหรืออัตราส่วนแบ่ง เงินปันผล ลักษณะ กำไรในกิจการร่วมค้า ตามวิธีราคาทุน ตามวิธีส่วนได้เสีย หรือส่วนแบ่งกำไร ประเภทกิจการ ความสัมพันธ์ (หน่วย:พันบาท) ของบริษัทใหญ่ 2542 2542 2541 2542 2541 - กิจการร่วมค้า ทีดับเบิ้ลยูซีเค (บริษัท เธมส์ วอเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท ช. การช่าง จำกัด (มหาชน) 50 - 45,836 125,042 40,000 17,000 ธุรกิจก่อสร้าง ผู้บริหารร่วม - กิจการร่วมค้า บีซีเคที บิลฟิงเกอร์ แอนด์ เบอร์เกอร์ โบคเตียน เกสเซลซอฟ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) กูมาไก กูมิ คัมปะนี ลิมิเต็ด และ โตคิวคอนสตรัคชั่น คัมพานี ลิมิเต็ด 25 - 54,419 - - - ธุรกิจก่อสร้าง ผู้บริหารร่วม รวมเงินลงทุนในบริษัทย่อยและกิจการร่วมค้า 229,199 1,354,380 1,379,687 104,484 162,400 เงินลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน และบริษัทอื่น ณ.วันที่ 30 มิถุนายน ประกอบด้วย อัตราร้อยละ งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะบริษัท เงินปันผล ลักษณะ ของบริษัทใหญ่ ตามวิธีราคาทุน จำนวนเงิน จำนวนเงิน ประเภทกิจการ ความสัมพันธ์ (หน่วย:พันบาท) ในงบการเงินรวม 2542 2542 2541 2542 2541 2542 2541 เงินลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน - บริษัท ประปาปทุมธานี จำกัด 15.00 165,298 165,298 149,450 165,298 149,450 สัมปทานสาธารณูปโภค เป็นการลงทุน - บริษัท ทางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) 13.81 2,133,070 2,578,021 2,424,755 2,346,406 2,284,316 สัมปทานสาธารณูปโภค เป็นการลงทุน เงินลงทุนในบริษัทอื่น - บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์นวธนกิจ จำกัด (มหาชน) - 27,291 27,291 27,291 27,291 27,291 สถาบันการเงิน ไม่มี - บริษัท กรุงเทพ โตกิว ห้างสรรพสินค้า จำกัด - 2,280 2,280 - - - สรรพสินค้า ไม่มี - บริษัท เครือสกุล จำกัด 10.14 43,750 43,750 43,750 43,750 43,750 พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ไม่มี - บริษัท โตกิว เมอร์แซนได้ส์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด - - - 15,000 - - สรรพสินค้า ไม่มี - บริษัท โตกิว ห้างสรรพสินค้า (ประเทศไทย) จำกัด - - - 2,100 - 600 สรรพสินค้า ไม่มี - บริษัท บางกอกคลับ จำกัด 0.57 3,000 3,000 3,000 3,000 3,000 สันทนาการ ไม่มี - บริษัท จันทบุรีคันทรีคลับ จำกัด 0.25 2,000 2,000 2,000 2,000 2,000 พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ไม่มี เงินลงทุนในกิจการร่วมค้าที่เกี่ยวข้องกัน 10,502 10,502 10,502 8,845 8,845 - - รวมเงินลงทุน 2,387,191 2,832,142 2,677,848 2,596,590 2,519,252 หัก ค่าเผื่อมูลค่าลดลงของเงินลงทุน (27,291) (27,291) (442,976) (27,291) (426,476) - - รวมเงินลงทุน - สุทธิ 2,359,900 2,804,851 2,234,872 2,569,299 2,092,776 - - มูลค่าของเงินลงทุน 1. ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2542 และ 2541 เงินลงทุนในบริษัท ทางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บริษัทใหญ่มีเงินลง ทุนนี้จำนวนประมาณ 1,992.6 ล้านบาท และ 2,284.3 ล้านบาท ตามลำดับ มีราคาตลาดเป็นจำนวนเงินประมาณ 2,346.4 ล้านบาท และ 1,885.7 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งในปี 2541 เงินลงทุนดังกล่าวมีราคาตลาดต่ำกว่าราคาทุน บริษัทได้ตั้งค่าเผื่อการลดราคาหลักทรัพย์ดังกล่าวแล้วเป็นจำนวน 398.6 ล้านบาทและแสดงผลขาดทุนสุทธิที่ยัง ไม่เกิดขึ้นเป็นรายการหักในส่วนของผู้ถือหุ้น บริษัทย่อยมีเงินลงทุนดังกล่าวนี้ในราคาทุนจำนวนเงินประมาณ 140.4 ล้านบาท มีราคาตลาดเป็นจำนวนเงิน 231.6 ล้านบาท และ 162.4 ล้านบาท ตามลำดับ เงินลงทุนในบริษัท ทางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บันทึกในราคายุติธรรมในปี 2542 และบันทึกในราคาทุน หรือราคาตลาดที่ต่ำกว่า ในปี 2541 บริษัทบันทึกเงินลงทุนในบริษัท ทางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ในราคายุติธรรม ตามมาตรฐานการบัญชีซึ่งถือ ปฏิบัติกับงบการเงินสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีในปี 2542 2. ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2542 และ 2541 เงินลงทุนในบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ นวธนกิจ จำกัด (มหาชน) จำนวน เงินประมาณ 27.3 ล้านบาท โดยงบการเงินสำหรับปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2541 ผู้สอบบัญชีซึ่งเป็นสำนัก งานตรวจเงินแผ่นดินแสดงความเห็นอย่างมีเงื่อนไขเกี่ยวกับความไม่เพียงพอของค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ตามราย งานลงวันที่ 1 เมษายน 2542 และเนื่องจากเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2541 ธนาคารแห่งประเทศไทยมีคำสั่งให้ บริษัทลดทุนจากมูลค่าหุ้นละ10 บาทเป็นมูลค่าหุ้นละ 0.01 บาท และเพิ่มทุน รวมทั้งให้เปลี่ยนแปลงกรรมการ บริษัทและให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินซื้อหุ้นเพิ่มทุนของบริษัท และจะให้ควบรวม กิจการโดยการขายหรือโอนสินทรัพย์และหนี้สิน ซึ่งทางบริษัทได้พิจารณาตั้งค่าเผื่อการลดราคาหลักทรัพย์ดัง กล่าวทั้งจำนวนแล้ว 3. ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2541 เงินลงทุนในบริษัท โตกิว เมอร์แชนได้ส์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด และบริษัท โตกิว ห้างสรรพสินค้า (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งมีราคาทุนรวม 17.1 ล้านบาทในงบการเงินรวม ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2539มีผลขาดทุนสะสมสูงกว่าทุนเรียกชำระ บริษัทได้ตั้งค่าเผื่อมูลค่าการลดลงของเงินลงทุนดังกล่าวแล้ว ในไตรมาส 4 ปี 2541 บริษัทได้ขายเงินลงทุนทั้ง 2 แห่งแก่บริษัท โตกิว ห้างสรรพสินค้า (ญี่ปุ่น) จำกัด ในราคา ทุน ขายเงินลงทุน ในปี 2541 คณะกรรมการบริหารได้มีมติให้บริษัทขายเงินลงทุนในบริษัท ทางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และเงินลง ทุนในบริษัท หลักทรัพย์นวธนกิจ จำกัด ตามรายงานการประชุมคณะกรรมการบริหารครั้งที่ 1/2541 ลงวันที่ 15 มกราคม 2541 ในไตรมาส 1 ปี 2541 และการอนุมัติจากกรรมการในไตรมาส 2 ปี 2541 โดยมีกำไรจากการขายเงินลงทุนจำนวน ประมาณ 10.04 ล้านบาท ซึ่งได้สุทธิจากผลขาดทุนจากการขายเงินลงทุนในบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ นวธนกิจ จำกัด (มหาชน) จำนวนประมาณ 75.10 ล้านบาท เงินลงทุนที่ใช้เป็นหลักประกัน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2542 และ 2541 ในงบการเงินรวม เงินลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกันจำนวนประมาณ 502.2 ล้าน บาท และ 500.2 ล้านบาท ตามลำดับ นำไปค้ำประกันการก่อสร้างให้กับกิจการร่วมค้าและบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน และค้ำ ประกันเงินกู้ยืมจากธนาคารและสถาบันการเงินของบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน ในงบการเงินเฉพาะบริษัท บริษัทย่อยและกิจการร่วมค้า ณ วันสิ้นงวดที่มียอดคงเหลือเป็นยอดเจ้าหนี้ แสดงไว้เป็นหนี้สินอื่น ณ วันที่ 30 มิถุนายน ประกอบด้วย อัตราร้อยละที่ถือ โดยบริษัทใหญ่หรืออัตรา ร้อยละของส่วนแบ่ง เงินปันผล ประเภทกิจการ ลักษณะ กำไรในกิจการร่วมค้า ตามวิธีส่วนได้เสีย หรือส่วนแบ่งกำไร ความสัมพันธ์ (หน่วย:พันบาท) ของบริษัทใหญ่ 2542 2541 - กิจการร่วมค้า กลุ่มบริษัทภูเก็ตคอนเซอร์เตียม ประกอบด้วย บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) บริษัท เธมส์ วอเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด และบริษัท ทรีโอ คอนซัลแตนท์ จำกัด 93.00 2,745 1,357 - ธุรกิจก่อสร้าง ผู้บริหารร่วม - บริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด 79.94 10,551 - - สัมปทานสาธารณูปโภค ผู้บริหารร่วม - กิจการร่วมค้า บีบีซีดี บิลฟิงเกอร์พลัส เบอร์เกอร์ - บาวอัคเกียนเกเซลชาฟท์ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) ดิคเคอร์ฮอฟฟ์ แอนด์ วิดแมนน์ เอจี 35.00 1,103,617 838,403 - ธุรกิจก่อสร้าง ผู้บริหารร่วม - กิจการร่วมค้า บีซีเคที (บิลฟิงเกอร์ แอนด์ เบอร์เกอร์ โบคเกียน เกสเซลชอฟ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) กูมาไก กูมิ คัมปะนี ลิมิเต็ด และ โตคิว คอนสตรัคชั่น คัมพานี ลิมิเต็ด 25.00 - 15,127 - ธุรกิจก่อสร้าง ผู้บริหารร่วม รวมหนี้สินอื่น 1,116,913 854,887 - หมายเหตุ 12 - ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ - สุทธิ ในไตรมาส 2 ปี 2542 บริษัทได้ทำการขายทรัพย์สินอุปกรณ์ในการก่อสร้างให้กับบริษัทย่อยแห่งหนึ่ง เป็นจำนวนเงิน 16 ล้านบาท โดยจ่ายชำระเงินแบ่งเป็น 36 งวด งวดที่ 1-35 งวดละ 450,000 บาท และงวดที่ 36 งวดละ 250,000 บาท เริ่มตั้ง แต่ เดือนพฤษภาคม 2542 โดยบริษัทได้ส่งมอบสินทรัพย์ทั้งจำนวนในวันที่ 4 พฤษภาคม 2542 แต่จะโอนกรรมสิทธ์ใน ทรัพย์สินที่จะซื้อขายไปยังบริษัทย่อยเมื่อมีการชำระราคาตามทรัพย์สินที่บริษัทย่อยได้รับมอบจริง ตามสัญญาลงวันที่ 30 เมษายน 2542 บริษัทมีกำไรจากการขายทรัพย์สินดังกล่าวเป็นจำนวนเงินประมาณ 7 ล้านบาท ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2542 ยานพาหนะส่วนหนึ่งของบริษัทใหญ่เอกสารแสดงกรรมสิทธิเป็นของบริษัทย่อยแห่งหนึ่ง เนื่องจากยังไม่มีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2542 และ 2541 อุปกรณ์และยานพาหนะส่วนใหญ่ของกิจการร่วมค้าที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไร ร้อย ละ 59.99 และ 35 เอกสารแสดงกรรมสิทธิเป็นของผู้ร่วมค้าหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกันหรือผู้รับเหมาโดยกรณีเอกสาร แสดงกรรมสิทธิเป็นของผู้รับเหมากิจการร่วมค้า แจ้งว่าเพื่อความสะดวกในการดูแลยานพาหนะดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทผู้รับเหมายืนยันว่ายานพาหนะดังกล่าวกรรมสิทธิยังคงเป็นของกิจการร่วมค้า และเครื่องจักร อุปกรณ์ และยาน พาหนะของกิจการร่วมค้าฯดังกล่าวมูลค่าตามสัดส่วนของบริษัท จำนวนเงินประมาณ 5.6 ล้านบาท และ 102.4 ล้านบาท ตามลำดับ ยังไม่ได้จดทะเบียนกรรมสิทธิในทรัพย์สิน กิจการร่วมค้าฯ ที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรร้อยละ 25 ได้ทำสัญญาเช่าที่ดินกับบริษัทแห่งหนึ่ง เพื่อใช้เป็นสถานที่ตั้งอาคาร โรงงานเพื่อใช้ในการผลิตวัสดุก่อสร้างโดยสัญญามีกำหนดระยะเวลาน้อยกว่าอายุโครงการ ซึ่งเมื่อสัญญาครบกำหนด แล้ว กิจการร่วมค้าฯ สามารถต่ออายุสัญญาได้ตามที่ระบุไว้ในสัญญา หมายเหตุ 13 - สินทรัพย์อื่น ในไตรมาส 2 ปี 2542 บริษัทได้ตัดจำหน่ายค่าใช้จ่ายรอตัดบัญชีเป็นจำนวนเงิน 13.34 ล้านบาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ปี 2537 จนถึง 2540 เพื่อการดำเนินการประมูลโครงการสัมปทานผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยพลังน้ำจากเขื่อนน้ำงึม ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการตัดจำหน่ายได้รวมอยู่ในงบกำไรขาดทุนแล้ว ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2542 และ 2541 มีภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่ายล่วงหน้าไม่เกิน 3 ปีในงบการเงินเฉพาะบริษัท เป็นจำนวนเงินประมาณ 161.9 ล้านบาท และ 80.2 ล้านบาท และในงบการเงินรวมเป็นจำนวนเงินประมาณ 250.4 ล้าน บาท และ 206.8 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งบริษัทใหญ่ บริษัทย่อย และกิจการร่วมค้าฯยังไม่ได้ทำการขอคืน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2542 ในงบการเงินรวม ค่าใช้จ่ายรอตัดบัญชี จำนวนเงินประมาณ 79.6 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายใน การดำเนินการประมูลสัมปทานโครงการเดินรถไฟฟ้ามหานคร ซึ่งผลของการประมูลยังไม่ทราบในขณะนี้ หมายเหตุ 14 - เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมจากธนาคาร ณ วันที่ 30 มิถุนายน เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมธนาคารของ - บริษัทใหญ่ ประกอบด้วย เงินกู้ยืมบางส่วนเป็นเงินกู้สกุลเงินตราต่างประเทศโดยออกเป็นตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวน 5 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ อัตราดอกเบี้ย 7.8125% ต่อปี บริษัทได้ทำประกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไว้ทั้งจำนวน เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมธนาคารของบริษัทใหญ่ค้ำประกันโดยสิทธิเรียกร้องการรับเงินค่างานก่อสร้างโครงการ และกรรมการของบริษัท - ห้างหุ้นส่วน 2 แห่งในปี 2542 และ 2541 ค้ำประกันโดยสิทธิเรียกร้องการรับเงินค่างานก่อสร้างโครงการ จำนอง หลักทรัพย์ของกิจการที่เกี่ยวข้องกัน ผู้เป็นหุ้นส่วน และกรรมการของบริษัท - กิจการร่วมค้าที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรร้อยละ 35 ได้ทำสัญญาเงินกู้ยืมกับธนาคารพาณิชย์ในประเทศและต่างประเทศ เป็นสกุลเงินบาท จำนวน 1,150 ล้านบาท และเป็นเงินตราต่างประเทศ จำนวน 38.57 ล้านดอลล่าร์สหรัฐและเงินเยน 8,981.66 ล้านเยน ในปี 2542 และสกุลเงินบาท จำนวน 950 ล้านบาท และเป็นเงินตราต่างประเทศ จำนวน 88.40 ล้านดอล ล่าร์สหรัฐและเงินเยน 1,333 ล้านเยน ในปี 2541 ซึ่งในปี 2542 และ 2541 กิจการร่วมค้าได้ทำประกันความเสี่ยงไว้จำนวน ประมาณ 31.37 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ และ 7.8 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ตามลำดับ โดยเงินกู้บางส่วนดังกล่าวค้ำประกันโดยบริษัท ใหญ่ บริษัทร่วมค้า และหนังสือยินยอมให้หักเงินที่ได้รับจากการขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินที่ได้รับจาก ผู้ว่าจ้าง หมายเหตุ 15 - ภาระผูกพันจากการขายลูกหนี้ตั๋วเงิน ภาระผูกพันจากการขายลูกหนี้ตั๋วเงินของกิจการร่วมค้าที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรร้อยละ 35 เกิดจากการขายลดตั๋วเงินรับลง วันที่ล่วงหน้าที่ได้รับจากผู้ว่าจ้างกับธนาคาร 4 แห่ง โดยตั๋วเงินดังกล่าวลงวันที่ต่าง ๆ กัน หมายเหตุ 16 - เงินกู้ยืมระยะยาว ณ วันที่ 30 มิถุนายน เงินกู้ยืมระยะยาวของ - บริษัทใหญ่ เป็นเงินกู้ยืมต่างประเทศจำนวน 30 ล้านเหรียญสหรัฐและ 40 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2542 และ 2541 ตามลำดับอัตราดอกเบี้ยร้อยละ SIBOR + 1 ต่อปี บริษัททำสัญญาประกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนใน จำนวนเงินกู้ยืมทั้งหมด เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2539 และ 12 พฤษภาคม 2540 แล้ว โดยชำระคืนเงินต้นทุกงวด 6 เดือนเริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2540 โดย 4 งวดแรก ชำระงวดละ 5 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนที่เหลือสามารถชำระใน 1 ปี หลังจากนั้น และเงินกู้ยืมระยะยาวจำนวน 100 ล้านบาท เป็นตั๋วสัญญาใช้เงิน ซึ่งถึงกำหนดใช้เงินในปี 2542 บริษัทได้ทำการ ยกเลิกตั๋วสัญญาใช้เงินข้างต้น แล้วออกตั๋วฉบับใหม่ ถึงกำหนดชำระเงินในปี 2543 โดยมีอัตราดอกเบี้ย MLR + 1.5 ต่อปี - กิจการร่วมค้าที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไร 59.99% เป็นเงินกู้ยืมระยะยาวจากธนาคารพาณิชย์ภายในประเทศโดยโอน สิทธิเรียกร้องในการรับเงินตามสัญญาก่อสร้างโครงการจากบริษัทผู้ว่าจ้างให้กับธนาคารเพื่อเป็นหลักประกันเงิน กู้ยืมและเงินกู้บางส่วนค้ำประกันโดยผู้ร่วมค้า ประกอบด้วย จำนวนเงินประมาณ 750 ล้านบาทในปี 2541 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ MLR , MLR+ 0.5 โดยชำระคืนเงินต้นทุกเดือน เดือนละประมาณ 100 ล้านบาท เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2541 แต่ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2541 กิจการร่วมค้าฯได้ทำ การชำระคืนเงินต้นทุกเดือนเป็นจำนวนเงินประมาณ 55% ของค่างานที่ได้รับจริงจากบริษัทผู้ว่าจ้างในแต่ละเดือน ซึ่งน้อยกว่า 100 ล้านบาท และจะต้องชำระคืนให้เสร็จสิ้นภายในเดือน มิถุนายน 2542 จำนวนเงิน 300 ล้านบาทในปี 2541 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ MRR + 3.75 โดยชำระคืนเงินต้นทุกเดือน เดือนละ 30 ล้านบาท เริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2541 และจำนวนเงิน 706.70 ล้านบาท และ 1,200 ล้านบาท ในปี 2542 และ 2541 ตามลำดับ อัตราดอกเบี้ย MLR โดย ชำระคืนเงินต้นทุกเดือนเป็นจำนวน อย่างน้อย 50% จากค่างานที่ได้รับในแต่ละเดือนแต่ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 100 ล้าน บาท เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2541 หรือเมื่อกิจการร่วมค้าได้รับค่างานจากบริษัทผู้ว่าจ้างรวมแล้วไม่น้อยกว่า 55% ของราคาตามสัญญาแล้วแต่ระยะเวลาใดจะถึงก่อน เริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคม 2541 กิจการร่วมค้าได้ทำการเปลี่ยน เงื่อนไขการชำระคืนเงินต้นจากเดิมเป็นการชำระคืนเงินต้นทุกเดือนเป็นจำนวนเงินไม่น้อยกว่า 20 % ของค่างานที่ ได้รับในแต่ละเดือนเริ่มตั้งแต่เดือน มกราคม 2542 หรือเมื่อกิจการร่วมค้าได้รับเงินค่างานจากบริษัทผู้ว่าจ้างรวมแล้ว ไม่น้อยกว่า 3,300 ล้านบาท แล้วแต่ระยะเวลาใดจะถึงก่อน และกิจการร่วมค้าจะต้องชำระคืนเงินต้นอย่างน้อยเป็น จำนวนเงิน 1,000 ล้านบาทภายในเดือน กุมภาพันธ์ 2543 และชำระคืนเงินต้นส่วนที่เหลือจำนวนเงิน 200 ล้านบาท ภายในเดือน มิถุนายน 2545 ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการชำระคืนเงินต้นขึ้นอยู่กับความสามารถในการชำระค่า งานของบริษัทผู้ว่าจ้างในอนาคต กิจการร่วมค้า ที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรร้อยละ 35 เป็นเงินกู้ยืมระยะยาวจากธนาคารพาณิชย์ของไทยแห่งหนึ่งจำนวน 688 ล้านบาท ในปี 2542 และ 2541 การจ่ายชำระแบ่งออกเป็น 4 งวด ตามจำนวนที่ตกลงกันไว้ตามสัญญา ซึ่งกิจการ ร่วมค้าได้ขอเลื่อนการชำระหนี้ โดยจะจ่ายชำระหนี้ทั้งหมดในเดือน พฤศจิกายน 2542 และจากบริษัทเงินทุนหลัก ทรัพย์แห่งหนึ่งจำนวนเงิน 533.97 ล้านบาท และ 573.97 ล้านบาทในปี 2542 และ2541 ตามลำดับ โดยในปี 2542 มี การเปลี่ยนแปลงกำหนดการระยะการชำระเงินต้น โดยจ่ายชำระในเดือน กันยายน 2542 และเดือน ตุลาคม 2542 เป็นจำนวนเงินประมาณ 106.79 ล้านบาท และ 427.18 ล้านบาท ตามลำดับ (ยังมีต่อ)