EN
TH
ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์

ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์

16 สิงหาคม 2542

) งบการเงินและงบการเงินรวมไตรมาสที่ 2

เงินกู้ยืมระยะยาวของกิจการร่วมค้าฯดังกล่าวค้ำประกันโดยผู้ร่วมค้า - กิจการร่วมค้าที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรร้อยละ 25 เป็นเงินกู้ระยะยาวจากธนาคารพาณิชย์ภายในประเทศ จำนวนเงิน 500 ล้านบาทในปี 2542 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ MLR โดยชำระคืนเงินต้นทุกเดือนเป็นจำนวน 20% จากค่างานที่ได้ รับในแต่ละเดือน แต่ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 35 ล้านบาท เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2542 โดยโอนสิทธิเรียกร้องในการ รับเงินค่างานเฉพาะที่เป็นสกุลเงินบาทตามสัญญาก่อสร้างโครงการจากบริษัทผู้ว่าจ้างให้กับธนาคารเพื่อเป็นหลัก ประกันเงินกู้ยืมและค้ำประกันโดยผู้ร่วมค้า ส่วนของเงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปีรวมภาระจากการขายลูกหนี้ตั๋วเงินที่ถึงกำหนดชำระภาย ในหนึ่งปีจำนวนเงินประมาณ 3,299.71 ล้านบาท และ 1,252 ล้านบาท ในปี 2542 และ 2541 ตามลำดับของกิจการ ร่วมค้าแห่งหนึ่งที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไร 35% แสดงไว้ภายใต้หนี้สินหมุนเวียน หมายเหตุ 17 - รายได้และต้นทุนจากการก่อสร้าง ในงบการเงินรวม ปี 2542 และ 2541 รายได้จากการก่อสร้างของกิจการร่วมค้าแห่งหนึ่งที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรร้อยละ 25 รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนอันเนื่องมาจากค่าของงานที่เป็นเงินตราต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นจากอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันทำ สัญญา เป็นจำนวนเงินประมาณ 114.9 ล้านบาท และ 80.4 ล้านบาท ตามลำดับ โดยเป็นกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิด ขึ้นจำนวนเงินประมาณ 33.60 ล้านบาท และ 18.86 ล้านบาท ตามลำดับ มูลค่าโครงการของกิจการร่วมค้าดังกล่าว ประกอบด้วยส่วนที่เป็นเงินสกุลบาทและเงินเยน ซึ่งถ้าหากมูลค่างานที่จะได้ รับแปลงค่าโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่กำหนด ณ วันทำสัญญาก่อสร้างโครงการ จะส่งผลให้มูลค่าของ โครงการต่ำกว่าต้นทุนของประมาณการที่ปรับปรุงใหม่ หากแปลงค่าโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2542 มูลค่าของโครงการจะยังคงสูงกว่าต้นทุนประมาณการอยู่ ปี 2542 บริษัทใหญ่มีการปรับปรุงมูลค่าสัญญาการก่อสร้างและต้นทุนโครงการใหม่ มีผลทำให้บริษัทต้องปรับปรุงลดรายได้ สุทธิจากการก่อสร้างเป็นจำนวนเงิน 93.81 ล้านบาท กิจการร่วมค้าที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรร้อยละ 59.99 มีการปรับปรุงต้นทุนโครงการใหม่ มีผลทำให้กิจการต้องปรับปรุง ลดรายได้สุทธิจากการก่อสร้างเป็นจำนวนเงิน 32.09 ล้านบาท กิจการร่วมค้าที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรร้อยละ 35 มีการปรับปรุงมูลค่าสัญญาการก่อสร้างและต้นทุนโครงการใหม่ มีผล ทำให้กิจการร่วมค้าฯต้องปรับปรุงเพิ่มรายได้สุทธิจากการก่อสร้างเป็นจำนวนเงิน 60.27 ล้านบาท ซึ่งเป็นงานส่วนที่กิจ การได้รับเหมาเพิ่มเติมจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ปี 2541 บริษัทใหญ่มีการปรับปรุงลดรายได้จากการก่อสร้างเป็นจำนวนเงินประมาณ 93 ล้านบาท จากการเปลี่ยนแปลงต้นทุน ประมาณการของโครงการซึ่งสืบเนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ราคาวัสดุก่อสร้างค่าแรงและค่าผู้รับเหมาช่วงมีการปรับ ราคาสูงขึ้นประกอบกับแผนการก่อสร้างมีการหยุดเป็นบางช่วงจากผู้ว่าจ้างเนื่องจากขุดพบโบราณสถานในบริเวณก่อ สร้างและมีการบันทึกต้นทุนการก่อสร้างของโครงการอีกแห่งหนึ่งเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนเงินประมาณ 90 ล้านบาทโดย โครงการดังกล่าวบริษัทได้ประมาณตัวเลขรับรู้ผลขาดทุนทั้งจำนวนไปแล้วในปี 2540 เนื่องจากประมาณการต้นทุนงาน ก่อสร้างทั้งสิ้นแล้วปรากฎว่ามีผลขาดทุนเกิดขึ้น กิจการร่วมค้าที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรร้อยละ 35, 50 และ 59.99 มีการปรับปรุงต้นทุนโครงการใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับ ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน มีผลทำให้กิจการร่วมค้าดังกล่าวปรับปรุงลดรายได้สุทธิจากการก่อสร้างเป็นจำนวนเงิน 483.73 ล้านบาท 25.08 ล้านบาท และ 120.03 ล้านบาทตามลำดับ กิจการร่วมค้าที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรร้อยละ 25 และ 59.99 ได้มีการเพิ่มเติมมูลค่าสัญญาและปรับปรุงต้นทุนโครงการ ใหม่ มีผลทำให้กิจการร่วมค้าดังกล่าวปรับปรุงลดรายได้สุทธิจากการก่อสร้างเป็นจำนวนเงิน 76.71 ล้านบาท และ 10.43 ล้านบาท หมายเหตุ 18 - ประมาณการต้นทุนการก่อสร้าง ในปี 2542 กิจการร่วมค้าที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรร้อยละ 35 มีการปรับปรุงต้นทุนการก่อสร้างโครงการเพิ่มขึ้นจาก ประมาณการต้นทุนการก่อสร้างเดิม ซึ่งต้นทุนการก่อสร้างเพิ่มเติมนี้เป็นมูลค่างานก่อสร้างเพิ่มเติมจากผู้ว่าจ้าง ที่ใน ไตรมาสที่ 1 ปี 2542 ยังมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผลการเจรจาตกลง หมายเหตุ 19 - รายการผลกำไร(ขาดทุน)จากอัตราแลกเปลี่ยน บริษัทมีรายการผลกำไร(ขาดทุน)จากอัตราแลกเปลี่ยนสำหรับระยะเวลา 6 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน ดังนี้ งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะของบริษัท (หน่วย:พันบาท) 2542 2541 2542 2541 กำไร(ขาดทุน)จากอัตราแลกเปลี่ยน - เกิดขึ้นจริง 16,670 44,536 377 (7,260) - ยังไม่เกิดขึ้น 93,585 216,535 - (2,710) รวม 110,255 261,071 377 (9,970) ณ วันที่ 30 มิถุนายน บริษัท บริษัทย่อยและกิจการร่วมค้ามียอดหนี้สินที่มีมูลค่าเป็นเงินตราต่างประเทศภายหลังสุทธิจาก สินทรัพย์ที่มีมูลค่าเป็นเงินตราต่างประเทศแล้ว และคำนวณเทียบเท่าค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐอเมริกามีจำนวน ดังต่อไปนี้ พันดอลล่าร์สหรัฐอเมริกา 2542 2541 บริษัท ช. การช่าง จำกัด (มหาชน) 36,110 47,875 บริษัท ช. การช่าง จำกัด (มหาชน) บริษัทย่อยและกิจการร่วมค้า 83,542 97,490 บริษัทได้ทำสัญญาประกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนของเงินกู้ยืมจำนวน 35.6 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ และ 47.9 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ในปี 2542 และ 2541 ตามลำดับ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) บริษัทย่อยและกิจการร่วมค้าได้ทำสัญญาประกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เป็นจำนวน 46.6 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ และ 56.5 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ในปี 2542 และ 2541 ตามลำดับ หมายเหตุ 20 - เงินปันผล สำรองตามกฏหมาย และเงินส่วนแบ่งกำไร ในปี 2542 บริษัทใหญ่ - ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2542 เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2542 ที่ประชุมมีมติให้จัดสรรทุนสำรอง ตามกฎหมายเพิ่มร้อยละ 5 ของกำไรสุทธิ บริษัทย่อย - ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2542 ผู้ถือหุ้นมีมติให้จ่ายเงินปันผลในอัตรา 30 บาท ต่อหุ้น กิจการร่วมค้าที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรร้อยละ 59.99 ได้จ่ายเงินส่วนแบ่งกำไรครั้งที่ 1 จากโครงการซึ่งแล้วเสร็จให้แก่ผู้ ร่วมค้า ตามหนังสือแจ้งวันที่ 20 เมษายน 2542 เป็นจำนวนเงิน 80 ล้านบาท กิจการร่วมค้าที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรร้อยละ 50 ได้จ่ายเงินส่วนแบ่งกำไรครั้งที่ 5 จากโครงการซึ่งแล้วเสร็จบางส่วนให้ แก่ผู้ร่วมค้า ตามหนังสือแจ้งวันที่ 11 มิถุนายน 2542 เป็นจำนวนเงิน 80 ล้านบาท ในปี 2541 กิจการร่วมค้า ที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรร้อยละ 53.2 ได้จ่ายเงินส่วนแบ่งกำไรครั้งที่ 2 และ ครั้งที่ 3 จากโครงการซึ่งแล้ว เสร็จให้แก่ผู้ร่วมค้า ตามหนังสือแจ้งวันที่ 10 มกราคม 2541 และ วันที่ 26 พฤษภาคม 2541 เป็นจำนวนเงิน 40 ล้านบาท และ 200 ล้านบาท ตามลำดับ กิจการร่วมค้าที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรร้อยละ 40 และ 60 โดยโครงการที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไร 40 % ได้จ่ายเงินส่วน แบ่งกำไรครั้งที่ 1 และ ครั้งที่ 2 จากโครงการซึ่งแล้วเสร็จให้แก่ผู้ร่วมค้าตามหนังสือแจ้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2541 และ 19 มิถุนายน 2541 เป็นจำนวนเงิน 20 ล้านบาทและ 15 ล้านบาทตามลำดับ และโครงการที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไร 60 % ได้ จ่ายเงินส่วนแบ่งกำไรครั้งที่ 1 ตามหนังสือแจ้งวันที่ 19 มิถุนายน 2541 เป็นจำนวนเงิน 15 ล้านบาท กิจการร่วมค้าที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรร้อยละ 50 ได้จ่ายเงินส่วนแบ่งกำไรครั้งที่ 1 จากโครงการซึ่งแล้วเสร็จบางส่วนให้ แก่ผู้ร่วมค้าตามหนังสือแจ้งวันที่ 12 พฤษภาคม 2541 เป็นจำนวนเงิน 34 ล้านบาท หมายเหตุ 21 - ภาระผูกพันและหนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้น ณ วันที่ 30 มิถุนายน ภาระผูกพันและหนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้นของ บริษัทใหญ่จากการค้ำประกันเงินกู้ยืม การเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิต การออกหนังสือค้ำประกันจากธนาคาร และตั๋ว สัญญาขายลด ให้แก่กิจการร่วมค้าที่บริษัทเป็นหนึ่งในผู้ร่วมค้าเป็นจำนวนประมาณ 3,426.6 ล้านบาท และ 2,410.7 ล้านบาท ในปี 2542 และ 2541 ตามลำดับ กิจการร่วมค้าฯ จากการเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตกับธนาคารที่ยังไม่ได้ใช้ เป็นจำนวนประมาณ 72.29 ล้านบาทและ 393.2 ล้านบาทในปี 2542 และ 2541 ตามลำดับ ภาระผูกพันที่เกิดจากการออกหนังสือค้ำประกันโดยธนาคารโดยมีกิจการร่วมค้าแห่งหนึ่งได้โอนสิทธิการรับเงินจากผู้ว่า จ้างเป็นประกันในส่วนของตน (หน่วย : พันบาท) งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะของบริษัท 2542 2541 2542 2541 การประกันการก่อสร้าง ประกันการประมูลงานก่อสร้าง การยื่นซองประกวดราคาและการชำระหนี้ 6,783,579 6,807,246 1,814,434 1,136,249 ชำระคืนเงินรับล่วงหน้าและเงินประกันผลงาน 4,148,263 4,877,414 353,198 172,523 ประกันการสูญเสียรายได้เนื่องจากความเสียหาย จาก การขนส่ง ประกันผลงาน ก่อสร้าง การเช่าอุปกรณ์ การใช้ไฟฟ้า และการเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิต 902,463 1,295,943 677,500 844,759 เงินตราต่างประเทศ ปี 2542 กิจการร่วมค้าที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไร 35% มีการทำสัญญาขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าเป็นจำนวนเงิน 31.37 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ กิจการร่วมค้าที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไร 25% มีการทำสัญญาขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้ากับธนาคารพาณิชย์ แห่งหนึ่ง เป็นจำนวน 27 สัญญา รวมเป็นเงิน 2,700 ล้านเยน ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดผลกำไรหรือขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ใน อนาคต โดยนำเงินฝากประจำมูลค่าในงบการเงินรวมเป็นจำนวน 31.5 ล้านบาทเป็นหลักประกัน และประกันโดยผู้ร่วม ค้า ซึ่งสัญญาดังกล่าว จะครบกำหนดในปี 2542 และ 2543 สัญญาต่างๆ ปี 2542 บริษัทย่อยแห่งหนึ่ง มีสัญญาขายวัสดุก่อสร้างที่เหลืออยู่ เป็นจำนวนเงินประมาณ 3.4 ล้านบาท และจากการทำสัญญาเช่า ต่างๆ บริษัทย่อยแห่งหนึ่ง มีการทำสัญญาเช่าแพล้นท์คอนกรีตและแพล้นท์ยาง โดยชำระค่าเช่าเป็นรายเดือนๆละ 2,013,000 บาท ระยะเวลาการเช่า 1 ปี จนถึงวันที่ 1 พฤษภาคม 2543 กิจการร่วมค้าที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไร 35% มีการทำสัญญาเช่าที่ดิน 2 ฉบับ ระยะเวลาเช่า 3 ปีและ 4 ปี โดยมีกำหนด ชำระเงินค่าเช่า 13,500 บาทต่อเดือนต่อไร่ และ 618,000 บาทต่อปี ตามลำดับ กิจการร่วมค้าที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรร้อยละ 25 มีสัญญาซื้อวัสดุก่อสร้างที่เหลืออยู่กับบริษัทย่อยแห่งหนึ่งเป็นจำนวน เงินประมาณ 3.19 ล้านบาท สัญญาเช่ายานพาหนะเป็นจำนวนเงินประมาณ 31.65 ล้านบาท และการทำสัญญาเช่าที่ดิน เพื่อสร้างโรงงานผลิตวัสดุสำหรับใช้ในการก่อสร้าง และเป็นที่ตั้งสำนักงานชั่วคราว เป็นจำนวนเงินประมาณ 24.10 ล้าน บาท เรื่องอื่นๆ ปี 2542 กิจการร่วมค้าที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรร้อยละ 59.99 จากการถูกฟ้องร้องให้จ่ายค่าเสียหายและเงินชดเชยจากการเลิกจ้าง พนักงาน จำนวนเงินประมาณ 6.2 ล้านบาท โดยคดีอยู่ระหว่างการสืบพยานและการพิจารณาของศาล กิจการร่วมค้าที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไร 35% มีข้อขัดแย้งกับผู้ว่าจ้างในเรื่องการเคลมคืนค่างานตามที่ระบุในสัญญา ซึ่งข้อ ตกลงดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างการรอการอนุมัติสัญญาจากผู้ว่าจ้าง ซึ่งกิจการรวมค้าฯ ดังกล่าวได้มีค่างานที่เกิดขึ้นใน ส่วนนี้แล้ว เป็นจำนวนเงินประมาณ 70 ล้านบาท และจากการถูกฟ้องร้องให้จ่ายเงินชดเชยจากการปฏิบัติงานเกินเวลา ที่กฏหมายกำหนด จำนวน 5.7 ล้านบาท โดยคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาและสืบพยานของศาลแรงงาน หมายเหตุ 22 - จัดรายการในงบการเงิน รายการในงบการเงินปี 2541 ส่วนหนึ่งได้จัดประเภทรายการใหม่ให้สอดคล้องกับงบการเงินปี 2542 รายการในงบการเงินปี 2542 ส่วนหนึ่งได้จัดประเภทรายการใหม่ตามมาตรฐานการบัญชีซึ่งให้ถือปฏิบัติกับงบการเงิน สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีในปี 2542 หมายเหตุ 23 - การเปิดเผยข้อมูลจำแนกตามส่วนงาน บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย และกิจการร่วมค้าประกอบธุรกิจประเภทก่อสร้าง ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลเพียงอย่าง เดียว จึงไม่มีข้อมูลจำแนกตามประเภทธุรกิจหรือพื้นที่ภูมิศาสตร์ หมายเหตุ 24 - เหตุการณ์ภายหลังวันที่ในงบการเงิน ในเดือนกรกฎาคม 2542 กิจการร่วมค้าที่บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรร้อยละ 35 ได้ค้างชำระเงินกู้ยืมจากธนาคารพาณิชย์แห่ง หนึ่งที่ถึงกำหนดชำระ ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อกิจการร่วมค้าดังกล่าว โดยผู้ให้กู้มีสิทธิเรียกร้องให้ชำระเงินต้น และดอก เบี้ยที่ยังคงค้างชำระอยู่ตามสัญญาจนครบถ้วนโดยทันที ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2542 ยอดเงินต้นและดอกเบี้ยค้างชำระทั้งสิ้นมีจำนวนเงิน 240.8 ล้านบาท และ 385,939.73 บาท หมายเหตุ 25 - การปรับปรุงระบบคอมพิวเตอร์เพื่อความพร้อมสำหรับปี ค.ศ. 2000 (Y2K) (ไม่ได้สอบทานและไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของรายงานของผู้สอบบัญชี) ปัญหาระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับปี ค.ศ. 2000 เกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์ระบบตัวเลขสองหลักเพื่อระบุปีแทนที่จะ เป็นตัวเลขสี่หลัก โดยระบบคอมพิวเตอร์อาจอ่านปี ค.ศ. 2000 เป็นปีอื่นๆ ทั้งนี้ระบบที่ใช้ดังกล่าวอาจทำให้เกิดข้อผิด พลาดเมื่อมีการประมวลข้อมูลที่ใช้วันที่ก่อน ใน หรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2543 ข้อผิดพลาดดังกล่าวอาจมีผลต่อการ ดำเนินงานและการรายงานทางการเงิน ซึ่งอาจเป็นข้อผิดพลาดที่เล็กน้อยจนถึงขั้นเกิดความล้มเหลวของระบบงานที่ สำคัญ หากมิได้ปรับปรุงระบบคอมพิวเตอร์อย่างเหมาะสมและทันกาล อาจมีผลกระทบต่อความสามารถของกิจการใน การดำเนินธุรกิจตามปกติ นอกจากนี้ยังไม่อาจมั่นใจได้ว่ากิจการ ตลอดจนผู้ซื้อสินค้า ผู้ขายสินค้า และกิจการอื่นที่ดำเนิน ธุรกิจด้วยจะสามารถแก้ไขปัญหาระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับปี ค.ศ. 2000 ได้ทั้งหมด บริษัทได้เริ่มดำเนินการปรับปรุงระบบคอมพิวเตอร์เพื่อแก้ไขปัญหาปี ค.ศ. 2000 ทั้งนี้ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2542 การ แก้ไขปรับปรุงดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้ว บริษัทบันทึกรายจ่ายดังกล่าวเป็นค่าใช้จ่ายในงวดที่เกิดขึ้น ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2542 บริษัทได้บันทึกค่าใช้จ่ายไปเพื่อการนี้แล้วทั้งสิ้นจำนวน 1.67 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงมีความเสี่ยงต่อ การที่บริษัทอื่นไม่สามารถแก้ไขปรับปรุงระบบได้ทันกาล ถึงแม้ว่าบริษัทไม่สามารถประมาณผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น ได้ แต่บริษัทคาดว่าผลกระทบจากผลการดำเนินงานของบริษัทดังกล่าวไม่มีนัยสำคัญต่อการดำเนินงานของบริษัท ส่วนบริษัทย่อยและกิจการร่วมค้าฯโดยรวมได้พิจารณาเฉพาะในส่วนงานที่มีความจำเป็นซึ่งไม่ได้มีกำหนดงบประมาณ ไว้แน่นอน หรือได้พิจารณาระบบคอมพิวเตอร์แล้วส่วนใหญ่จะคาดว่าปัญหาปี 2000 จะไม่มีผลกระทบกับกิจการแต่ยัง อาจมีความเสี่ยงต่อการที่บริษัทอื่นไม่สามารถแก้ไขปรับปรุงระบบได้ทันกาล ถึงแม้ว่ากิจการไม่สามารถประมาณผล กระทบที่อาจจะเกิดขึ้นได้ แต่กิจการคาดว่าผลกระทบจากผลการดำเนินงานของบริษัทดังกล่าวไม่มีนัยสำคัญต่อการ ดำเนินงานของกิจการเช่นเดียวกับบริษัทใหญ่ *** OPT 1.50