EN
TH
ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์

ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์

29 ธันวาคม 2549

ข้อมูลเพิ่มเติมการปรับโครงสร้างPTW(ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม)

ที่ CK-06-0000-PO-L-0441 29 ธันวาคม 2549 เรื่อง ขอชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องการปรับโครงสร้างบริษัท ประปาปทุมธานี จำกัด (ฉบับแก้ไข เพิ่มเติม) เรียน กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตามที่ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) ("CK") ได้แจ้งมติการประชุมคณะกรรมการ บริษัท ครั้งที่ 6/2549 เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2549 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นั้น CK ขอชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาของผู้ลงทุน ดังนี้ 1. รายละเอียดการเพิ่มทุนของบริษัท ประปาปทุมธานี จำกัด ("PTW") 1.1 ทุนจดทะเบียนเดิม 1,102 ล้านบาท (11,020,000 หุ้น) มีมูลค่าหุ้นละ 100 บาท จำนวนทุนที่เพิ่ม 1,650 ล้านบาท (16,500,000 หุ้น) มีมูลค่าหุ้นละ 100 บาท ทุนจดทะเบียนใหม่ 2,752 ล้านบาท (27,520,000 หุ้น) มีมูลค่าหุ้นละ 100 บาท 1.2 PTW จะจัดสรรหุ้นใหม่ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้นในราคาตาม มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท และกำหนดระยะเวลาในการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน และเรียกชำระค่าหุ้นเพิ่มทุนดังกล่าวภายในวันที่ 19 มกราคม 2550 ในกรณีที่มี หุ้นเหลือจากการจัดสรรดังกล่าว ให้จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นที่เหลือตามสัดส่วนต่อไป 2. สัญญา O&M ที่ PTW ทำสัญญากับ OPCO 2.1 รายละเอียดของสัญญา O&M สาระสำคัญของสัญญา PTW ได้ว่าจ้าง OPCO ให้เป็นผู้บริหารจัดการและซ่อมบำรุง โครงการน้ำประปาปทุมธานี-รังสิต ภายใต้สัญญาสัมปทานของการประปาส่วนภูมิภาค กล่าวคือ เป็นผู้ บริหารจัดการผลิตน้ำประปาตามปริมาณที่กำหนดเพื่อให้ PTW สามารถนำไปจำหน่ายต่อการประปา ส่วนภูมิภาค โดยปริมาณน้ำขั้นต่ำต่อวันที่ต้องมีไว้รองรับ (Mimimum Availability) ในวันเริ่ม ดำเนินการคือ ปริมาณรับซื้อขั้นต่ำ จำนวน 140,000 ลบ.ม. บวกกับปริมาณสำรองเผื่อในอัตราร้อย ละ 30 ของปริมาณรับซื้อขั้นต่ำแต่รวมกันไม่เกินจำนวน 288,000 ลบ.ม. ซึ่งเป็นปริมาณการผลิตสูง สุดของ PTW รวมทั้งเป็นผู้บำรุงรักษาอาคารเครื่องจักร อุปกรณ์ และทรัพย์สินต่างๆ ในโครงการน้ำ ประปาปทุมธานี-รังสิต ตลอดระยะเวลาของสัญญา ระยะเวลาตามสัญญา 25 ปี นับแต่วันที่ PTW มีหนังสือแจ้งให้ OPCO เริ่มดำเนินการ (1 ธันวาคม 2541 ? 1 ธันวาคม 2566) อัตราค่าบริการตามสัญญา ในปี 2549 อัตราค่าบริการของสัญญา O&M อยู่ที่ 2.82 ต่อ ลบ.ม. และจะปรับเพิ่มขึ้นทุกปีตลอดระยะเวลาประมาณการตามอัตราการเติบโตของดัชนีราคาผู้ บริโภคทั่วไป ("CPI") ของปีที่ผ่านมา เหตุที่ OPCO ต้องว่าจ้าง BJT อีกทอดหนึ่ง เนื่องจากธุรกิจหลักของ OPCO คือการ เป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารจัดการและซ่อมบำรุงสำหรับ ?โครงการน้ำประปาปทุมธานี-รังสิต? ใน ส่วนที่ OPCO ได้ว่าจ้างให้ BJT ซึ่งเป็นผู้ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในระบบการผลิตน้ำ ประปาเป็นผู้ให้บริการเกี่ยวกับการดำเนินงานปฏิบัติการบำรุงรักษาควบคุมคุณภาพสำหรับระบบ สาธารณูปโภคด้านต่าง ๆ อันได้แก่ ระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบผลิต และส่งจ่ายน้ำประปา และให้ บริการทางด้านวิศวกรรมและการบริการโครงการเกี่ยวกับการผลิตน้ำประปา และบำบัดน้ำเสียทั้ง ภาครัฐและเอกชน เป็นต้น การยกเลิกสัญญา O&M ก่อนกำหนด เนื่องจากในสัญญาให้บริการ (O&M) ระหว่าง PTW กับ OPCO ไม่ได้ระบุถึงเงื่อนไขของการยกเลิกสัญญา รวมถึงไม่ได้ระบุถึงจำนวนเงิน ค่าชดเชยหรือวิธีการคำนวณเงินค่าชดเชยไว้อย่างชัดเจน ดังนั้น การเลิกสัญญาซึ่งจำเป็นต้องมีการ เจรจาต่อรองค่าชดเชยหรือค่าเสียหายของคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย ซึ่งควรอยู่ในราคาที่เหมาะสมและไม่ สูงกว่าประโยชน์ที่ PTW จะได้รับจากการยกเลิกสัญญาดังกล่าว ทั้งนั้น การพิจารณาที่ให้ประโยชน์สูง สุดแก่ PTW รวมถึงการให้ความสำคัญกับต้นทุนเสียโอกาสแก่ OPCO ทำให้เกิดการประหยัดต้นทุนเป็น มูลค่าอย่างมีนัยสำคัญต่อ PTW CK จึงได้ว่าจ้างให้บริษัทหลักทรัพย์ ฟาร์อีสท์ จำกัด เป็นที่ปรึกษา ทางการเงิน เพื่อประเมินค่าชดเชยในการยกเลิกสัญญาการให้บริการกับ OPCO เพื่อเป็นข้อมูลที่ PTW จะต้องใช้ในการเจรจาต่อรองค่าชดเชยให้ PTW ได้รับประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้เนื่องจากตามสัญญาให้บริการ (O&M) ดังกล่าวเป็นการตกลงว่าจ้างกันเป็นระยะเวลา 25 ปี ซึ่งการเลิกสัญญาดังกล่าวก่อนครบกำหนดย่อมทำให้ OPCO ได้รับความเสียหายและค่าเสีย โอกาส (ค่าชดเชย) ดังนั้น การกำหนดค่าชดเชยจึงต้องเป็นราคาที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต้องตกลงกัน 2.2 การชำระค่าเลิกสัญญาก่อนกำหนด การชำระค่าเลิกสัญญาดังกล่าวให้แก่ OPCO เป็นจำนวนเงิน 390 ล้านบาท นั้น CK ได้ แต่งตั้งให้บริษัทหลักทรัพย์ ฟาร์อีสท์ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงินในการประเมินค่าชดเชย เมื่อ วันที่ 21 ธันวาคม 2549 โดยใช้วิธีมูลค่าปัจจุบันสุทธิของกระแสเงินสด โดยมีสมมติฐานที่สำคัญสรุป ได้ดังนี้ ก. ระยะเวลาประมาณการ คิดจากมูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดในปี 2549- 2566 (การประเมินราคาชดเชยโดยบริษัทหลักทรัพย์ ฟาร์อีสท์ จำกัด นั้น เป็นการประมาณการ กระแสเงินสดตั้งแต่ปี 2550 โดยใช้ข้อมูลที่เกิดขึ้นจริงในปี 2549 ตั้งแต่เดือนมกราคม-กันยายน เป็นฐานในการคำนวณ สำหรับตัวเลขของเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2549 เป็นตัวเลขประมาณการ) ข. รายได้หลัก ตามสัญญา O&M โดยกำหนดวิธีการคำนวณ อัตราค่าบริการ โดย อิงตามอัตราเงินเฟ้อ สำหรับอัตราการผลิตเฉลี่ยตั้งแต่ปี 2549 ถึงปีสิ้นสุดสัมปทานคือในปี 2566 มี รายละเอียดดังนี้ ปี 2549 เฉลี่ยอยู่ที่ 0.293 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน (ค่าเฉลี่ยปริมาณ การผลิต ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2549 จนถึง 31 ธันวาคม 2549) ปี 2550 เฉลี่ยอยู่ที่ 0.330 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ปี 2551 เฉลี่ยอยู่ที่ 0.345 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ปี 2552-2566 เฉลี่ยอยู่ที่ 0.358 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ค. ต้นทุนขาย 1) ค่าเฉลี่ยค่าสารเคมีและพลังงาน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2549 "30 กันยายน 2549 อัตราค่าสารเคมีและค่าพลังงานขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อ ตั้งแต่ปี 2550-2566 ประมาณการคงที่ให้อัตราเงินเฟ้อเท่ากับร้อยละ 3 2) ค่าใช้จ่ายในการบริหารทั่วไป ปี 2549 อยู่ที่ประมาณ 5 ล้านบาท และประมาณการเพิ่มขึ้นคงที่ทุกปีร้อยละ 6 3) ค่าใช้จ่ายลงทุน ปี 2549 ประมาณการการลงทุนเพิ่มใน เครื่องจักรและอุปกรณ์เป็นจำนวน 0.5 ล้านบาท และมีจำนวนการเพิ่มขึ้นคงที่ทุกๆปี ปีละ 0.2 ล้าน บาท 4) ค่าใช้จ่ายสำหรับค่าบริการการบริหารจัดการ ปี 2549 อยู่ประมาณ 85 ล้านบาท อัตราค่าบริการขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อ ตั้งแต่ปี 2550-2566 ประมาณการคงที่ให้อัตรา เงินเฟ้อเท่ากับร้อยละ 3 ง. ตัวแปรต่าง ๆ ในการคำนวณ ประกอบด้วย WACC WACC = D/V (Kd)+E/V (Ke) โดยที่ D/V = สัดส่วนของหนี้สินของบริษัทต่อต้นทุนทั้งหมด = 0.00% E/V = สัดส่วนของผู้ถือหุ้นต่อต้นทุนทั้งหมด = 100.00% Ke = Rf + ? (Rm - Rf) โดยที่ Risk Free Rate (Rf ) = 5.14% Beta (?) = 0.420 Risk Premium (Rm) = 12.02% Equity Risk Premium (Rm - Rf) = 6.88% Ke = 8.02% Discount to Liquidity Risk 20% ดังนั้น Ke = 9.62% Kd = อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของบริษัท (1-อัตราภาษี) โดยที่ อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของบริษัท = 0.00 อัตราภาษี = 30.00% ดังนั้น Kd = 0.00% ดังนั้น WACC = 9.62% คำอธิบาย D/V คือ สัดส่วนของหนี้สินของบริษัทต่อต้นทุนทั้งหมด E/V คือ สัดส่วนของผู้ถือหุ้นต่อต้นทุนทั้งหมด Rf คือ อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลอายุ 17 ปี ณ วันที่ 14 ธันวาคม 2549 เท่ากับ ร้อยละ 5.14 Rm" Rf คือ อัตราชดเชยความเสี่ยง ซึ่งที่ปรึกษาทางการเงิน มีสมมติฐานว่าเท่ากับร้อยละ 6.88 ต่อปี โดยคำนึงปัจจัยต่างๆ ที่อาจกระทบต่อผลตอบแทนของตลาด (Rm) เช่น อัตรา เงิน ปันผลเฉลี่ยของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และอัตราผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับจาก การลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ?? อัตราภาษีเท่ากับร้อยละ 30 เท่ากับอัตราภาษีบริษัททั่วไป โดยสรุป WACC ของ OPCO เท่ากับ ร้อยละ 9.62 โดยที่ปรึกษาทางการเงินให้ความเห็นว่า OPCO ควรได้รับค่าชดเชยที่เหมาะสมจำนวนประมาณ 528.18-564.19 ล้านบาท หาก PTW ยกเลิกสัญญา สำหรับการชำระค่าเลิกสัญญานั้น ยังไม่ได้มีการกำหนดวันที่จะชำระ โดยรายละเอียด เกี่ยวกับการชำระค่าชดเชย วิธีการชำระค่าชดเชย CK จะแจ้งให้ทราบภายหลังต่อไป 3. การที่ PTW เข้าซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นปัจจุบัน ของ BJT ในราคาหุ้นละ 600 บาท 3.1 เหตุที่ PTW ไม่ดำเนินการทำสัญญา O&M กับ BJT โดยตรง การจัดโครงสร้างในการบริหารและผลิตน้ำประปาในช่วงเริ่มต้นของการ ดำเนินธุรกิจนั้น กลุ่มเธมส์ วอเตอร์ ซึ่งเป็นผู้ร่วมทุนหลักมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญและเป็นผู้ นำหลักในธุรกิจจัดการและดำเนินการจัดโครงสร้างในการบริหารและผลิตน้ำประปาทั้งหมด โดย กลุ่มเธมส์ วอเตอร์ ได้ดำเนินการให้ PTW เข้าทำสัญญา O&M กับ OPCO และ OPCO ต้องว่าจ้าง ให้ BJT ดำเนินการต่ออีกทอดหนึ่ง และการที่ต้องซื้อหุ้นทั้งหมดของ BJT เนื่องจากจะทำให้การ บริหารต้นทุนของ PTW ดีขึ้น และเพื่อจัดการโครงสร้างการบริหารของ PTW ซึ่งจะเป็นประโยชน์ที่ดี ต่อบริษัทหากจะดำเนินการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต่อไป 3.2 การที่ PTW ซื้อหุ้น BJT ไม่ซื้อหุ้น OPCO การที่ PTW ไม่ซื้อหุ้น OPCO แทนการซื้อหุ้น BJT เพราะตามสัญญา O&M OPCO เป็นผู้ทำหน้าที่บริหารจัดการและซ่อมบำรุงโครงการน้ำประปาปทุมธานี-รังสิต ซึ่งเป็นผู้ รับผิดชอบต่อ BJT สำหรับค่าสารเคมีและค่าพลังงานในการผลิตเท่านั้น แต่ BJT นั้นเป็นคู่สัญญากับ OPCO ในการดำเนินงานปฏิบัติการบำรุงรักษาควบคุมคุณภาพสำหรับระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ ดังนั้น การซื้อหุ้น OPCO จึงไม่ได้ช่วยให้ต้นทุนของ PTW ดีขึ้นตามวัตถุประสงค์ของ PTW แต่อย่างใด 3.3 สมมติฐานที่สำคัญ ที่ปรึกษาทางการเงินมีการใช้วิธีการในการประเมินมูลค่าหุ้นของ BJT ดังนี้ การประเมินมูลค่ากิจการ มูลค่ากิจการ มูลค่าหุ้น (บาท) 1. วิธีมูลค่าหุ้นตามบัญชี 109.69 219.38 2. วิธีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิภายหลังการปรับปรุง 109.69 219.38 3. วิธีเปรียบเทียบตลาด*- วิธีอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้นเฉลี่ยย้อนหลัง 322.55-381.0 1645.10-762.02 - วิธีอัตราส่วนราคาทางบัญชีเฉลี่ยย้อนหลัง 135.14-154.44 270.28-308.89 - วิธีมูลค่าปัจจุบันสุทธิของกระแสเงินสด 390.62-430.01 781.23-860.03 หมายเหตุ * เปรียบเทียบกับบริษัทที่ประกอบธุรกิจคล้ายคลึงกันกับ BJT คือ บริษัทจัดการและพัฒนา ทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ ไทยในหมวดพลังงานและสาธารณูปโภค โดยที่ปรึกษาทางการเงินได้ทำการประเมินมูลค่ากิจการโดยวิธีมูลค่าปัจจุบันสุทธิของกระแสเงินสด ซึ่งเป็นวิธีเดียวที่สามารถสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตทางธุรกิจของกิจการในอนาคต มูลค่าหุ้นของกิจการที่ได้จากวิธีนี้จะแสดงถึงมูลค่าที่แท้จริงในระยะยาว เนื่องจากวิธีนี้จะรวมผลกระ ทบจากการดำเนินธุรกิจและผลกระทบต่องบการเงินทุก ๆ รายการของกิจการในอนาคต อย่างไรก็ตาม ความน่าเชื่อถือของมูลค่ากิจการที่คำนวณได้จากวิธีส่วนลดกระแสเงินสด จะขึ้นอยู่กับ ความถูกต้องและความสมเหตุสมผลของสมมติฐานที่ใช้ในการจัดทำประมาณการทางการเงิน รวมถึง การเลือกค่าหรือตัวแปรต่าง ๆ ที่นำมาใช้ในการคำนวณหาอัตราส่วนลดเป็นสำคัญ โดยมีสมมติฐาน ดังนี้ ก. ระยะเวลาประมาณการ คิดจากมูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดในปี 2550-2566 ข. รายได้หลัก ตามสัญญา O&M โดยกำหนดวิธีการคำนวณ อัตราค่าบริการ โดย อิงตามอัตราเงินเฟ้อ สำหรับอัตราการผลิตเฉลี่ยตั้งแต่ปี 2549 ถึงปีสิ้นสุดสัมปทานคือในปี 2566 มี รายละเอียดดังนี้ ปี 2549 เฉลี่ยอยู่ที่ 0.293 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน (ค่าเฉลี่ยปริมาณการผลิต ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2549 จนถึง 31 ธันวาคม 2549) ปี 2550 เฉลี่ยอยู่ที่ 0.330 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ปี 2551 เฉลี่ยอยู่ที่ 0.345 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ปี 2552-2566 เฉลี่ยอยู่ที่ 0.358 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ค. ต้นทุนบริการ 1) ต้นทุนบริการประกอบด้วยเงินเดือน ค่ารักษาความปลอดภัยและค่าใช้ จ่ายอื่นๆ เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 ทุกปี และค่าบริการกำจัดกากตะกอน และค่าบริการทดสอบคุณภาพน้ำเพิ่ม ขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อ โดยประมาณการคงที่ให้อัตราเงินเฟ้อเท่ากับร้อยละ 3 2) ค่าใช้จ่ายในการบริหารทั่วไป ปี 2549 อยู่ที่ประมาณ 4 ล้านบาท และประมาณการเพิ่มขึ้นคงที่ร้อยละ 6 และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในปี 2549 อยู่ประมาณ 9 ล้านบาท ประมาณการเพิ่มขึ้นคงที่ร้อยละ 4.5 3) ค่าใช้จ่ายลงทุน ปี 2549 ประมาณการการลงทุนเพิ่มใน เครื่องจักรและอุปกณ์เป็นจำนวน 3 ล้านบาท และคงที่ตลอดระยะเวลาประมาณการ 4) อัตราการหมุนเวียนสินทรัพย์หมุนเวียนและหนี้สินหมุนเวียน - ลูกหนี้การค้า- OPCO เฉลี่ยประมาณ 45 วัน - ลูกหนี้การค้าอื่น เฉลี่ยประมาณ 30 วัน - เจ้าหนี้การค้า- Project เฉลี่ยประมาณ 60 วัน - เจ้าหนี้การค้าอื่น เฉลี่ยประมาณ 30 วัน โดยสมมติฐานในการประมาณรายได้และต้นทุนนั้นอ้างอิงมาจากต้นทุนจริงปี 2549 ง. ตัวแปรต่าง ๆ ในการคำนวณ ประกอบด้วย WACC WACC = D/V (Kd)+E/V (Ke) โดยที่ D/V = สัดส่วนของหนี้สินของบริษัทต่อต้นทุนทั้งหมด = 0.00% E/V = สัดส่วนของผู้ถือหุ้นต่อต้นทุนทั้งหมด = 100.00% Ke = Rf + ? (Rm - Rf) โดยที่ Risk Free Rate (Rf ) = 5.14% Beta (?) = 0.420 Risk Premium (Rm) = 12.02% Equity Risk Premium (Rm - Rf) = 6.88% Ke = 8.02% Discount to Liquidity Risk 20% ดังนั้น Ke = 9.62% Kd = อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของบริษัท (1-อัตราภาษี) โดยที่ อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของบริษัท = 0.00 อัตราภาษี = 30.00% ดังนั้น Kd = 0.00% ดังนั้น WACC = 9.62% คำอธิบาย ?? D/V คือ สัดส่วนของหนี้สินของบริษัทต่อต้นทุนทั้งหมด ?? E/V คือ สัดส่วนของผู้ถือหุ้นต่อต้นทุนทั้งหมด ?? Rf คือ อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลอายุ 17 ปี ณ วันที่ 14 ธันวาคม 2549 เท่ากับ ร้อยละ 5.14 ?? Rm " Rf คือ อัตราชดเชยความเสี่ยง ซึ่งที่ปรึกษาทางการเงิน มีสมมติฐานว่าเท่ากับร้อยละ 6.88 ต่อปี โดยคำนึงปัจจัยต่างๆ ที่อาจกระทบต่อผลตอบแทนของตลาด (Rm) เช่น อัตราเงิน ปันผลเฉลี่ยของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และอัตราผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับจากการ ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ?? อัตราภาษีเท่ากับร้อยละ 30 เท่ากับอัตราภาษีบริษัททั่วไป โดยสรุป WACC ของ บจ. บีเจที วอเตอร์ เท่ากับ ร้อยละ 9.62 โดยที่ปรึกษาทางการเงินให้ความเห็นว่า มูลค่าที่เหมาะสมของ BJT ซึ่งคำนวณได้ตามทฤษฎี CAPM เท่ากับ 409.38 ล้านบาท หรือคิดเป็น 818.76 บาท ต่อหุ้น (ประเมิน ณ วันที่ 21 ธันวาคม 2549) 3.4 ลักษณะการประกอบธุรกิจของ BJT บริษัท บีเจที วอเตอร์ จำกัด ("BJT") จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นในเดือนธันวาคม 2536 เพื่อดำเนินธุรกิจการให้บริการเกี่ยวกับการบำรุงรักษา ควบคุมคุณภาพสำหรับระบบ สาธารณูปโภคด้านต่าง ๆ ได้แก่ ระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบผลิตและจำหน่ายน้ำประปา ตลอดจนให้ บริการทางด้านวิศวกรรมและการบริการโครงการเกี่ยวกับการผลิตน้ำประปาและบำบัดน้ำเสียทั้งภาค รัฐและเอกชน อาทิเช่น การให้บริการบำบัดน้ำเสียและผลิตน้ำประปาให้แก่กลุ่มบริษัท อมตะ คอร์ปอ เรชัน จำกัด (มหาชน) ปัจจุบัน BJT มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วทั้งสิ้น 50,000,000 บาท แบ่ง เป็นหุ้นสามัญจำนวน 500,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท ข้อมูลทางการเงินที่สำคัญของ BJT (หน่วย : ล้านบาท) รายละเอียด ตรวจสอบแล้ว ยังไม่ตรวจสอบ 31 ธ.ค.47 31 ธ.ค.48 30 ก.ย.49 สินทรัพย์หมุนเวียน 114.20 65.80 43.00 สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน 7.03 9.78 75.54 สินทรัพย์รวม 121.23 75.58 118.54 หนี้สินรวม 40.73 11.57 8.85 ทุนจดทะเบียน 50.00 50.00 50.00 ทุนที่ออกและชำระแล้ว 50.00 50.00 50.00 ส่วนของผู้ถือหุ้น 80.50 64.01 109.69 รวมหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น 121.23 75.58 118.54 รายได้รวม 152.35 96.96 92.27 ค่าใช้จ่ายรวม 115.14 63.65 46.59 กำไรสุทธิ 37.21 33.31 45.681/ กำไรสุทธิต่อหุ้น (บาท) 74.42 66.62 91.361/ มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น (บาท) 160.99 128.03 219.381/ หมายเหตุ 1/ กำไรสุทธิ กำไรสุทธิต่อหุ้น และมูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น ณ 30 กันยายน 2549 เป็น กำไรก่อนหักภาษีเงินได้นิติบุคคล 4. รายละเอียดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือหุ้นของ OPCO ตั้งแต่ 30 เมษายน 2549 จนถึง ปัจจุบันโครงสร้างการถือหุ้น ณ วันที่ 30 เมษายน 2549* รายชื่อผู้ถือหุ้น จำนวนหุ้นที่ถือ (หุ้น) สัดส่วน 1. บริษัท ช.การช่าง โฮลดิ้ง จำกัด 17,998 35.9960 % 2. บริษัท นครหลวงค้าข้าว จำกัด 7,705 15.4100 % 3. บริษัท มหาศิริ สยาม จำกัด 20,045 40.0900 % 4. บริษัท ไทย-สแกนดิค สตีล จำกัด 4,249 8.4980 % 5. นายเจริญ อัสสวิโรจน์เรือง 1 0.0020 % 6. นายสมบัติ กิจจาลักษณ์ 1 0.0020 % 7. นายประเสริฐ มริตตนะพร 1 0.0020 % รวม 50,000 100.0000 % หมายเหตุ * สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น, กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โครงสร้างการถือหุ้น ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2549* รายชื่อผู้ถือหุ้น จำนวนหุ้นที่ถือ (หุ้น) สัดส่วน 1. บริษัท ช.การช่าง โฮลดิ้ง จำกัด 17,998 35.9960 % 2. บริษัท นครหลวงค้าข้าว จำกัด 7,705 15.4100 % 3. บริษัท มหาศิริ สยาม จำกัด 24,293 48.5860 % 4. นายสมบัติ กิจจาลักษณ์ 1 0.0020 % 5. นายประเสริฐ มริตตนะพร 1 0.0020 % 6. นายนพดล อินทรลิบ 1 0.0020 % 7. นางสาวสาวิตรี ตรีนวรัตน์ 1 0.0020 % รวม 50,000 100.0000 % หมายเหตุ * สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น, กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โครงสร้างการถือหุ้น ณ วันที่ 21 กรกฎาคม 2549* รายชื่อผู้ถือหุ้น จำนวนหุ้นที่ถือ (หุ้น) สัดส่วน 1. บริษัท ระยอง เรียลเอสเตท จำกัด 17,998 35.9960 % 2. บริษัท นครหลวงค้าข้าว จำกัด 7,705 15.4100 % 3. บริษัท เบสท์ แพลน เทคโนโลยี่ จำกัด 24,293 48.5860 % 4. นายสมบัติ กิจจาลักษณ์ 1 0.0020 % 5. นายประเสริฐ มริตตนะพร 1 0.0020 % 6. นายนพดล อินทรลิบ 1 0.0020 % 7. นางสาวสาวิตรี ตรีนวรัตน์ 1 0.0020 % รวม 50,000 100.0000 % หมายเหตุ * สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น, กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โครงสร้างการถือหุ้น ณ วันที่ 24 กรกฎาคม 2549* รายชื่อผู้ถือหุ้น จำนวนหุ้นที่ถือ (หุ้น) สัดส่วน 1. บริษัท ระยอง เรียลเอสเตท จำกัด 17,998 35.9960 % 2. บริษัท นครหลวงค้าข้าว จำกัด 7,705 15.4100 % 3. บริษัท เบสท์ แพลน เทคโนโลยี่ จำกัด 24,293 48.5860 % 4. นายนิรุตธิ์ ใจมั่น 1 0.0020 % 5. นายมนต์ชัย หงศุภรักษ์ 1 0.0020 % 6. นายนพดล อินทรลิบ 1 0.0020 % 7. นางสาวสาวิตรี ตรีนวรัตน์ 1 0.0020 % รวม 50,000 100.0000 % หมายเหตุ * สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น, กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โครงสร้างการถือหุ้นปัจจุบัน ณ วันที่ 13 ธันวาคม 2549* รายชื่อผู้ถือหุ้น จำนวนหุ้นที่ถือ (หุ้น) สัดส่วน 1. บริษัท ระยอง เรียลเอสเตท จำกัด 17,998 35.9960 % 2. บริษัท แคปปิตัลซีเรียลส์ จำกัด 7,705 15.4100 % 3. บริษัท เบสท์ แพลน เทคโนโลยี่ จำกัด 24,293 48.5860 % 4. นายนิรุตธิ์ ใจมั่น 1 0.0020 % 5. นายมนต์ชัย หงศุภรักษ์ 1 0.0020 % 6. นายนพดล อินทรลิบ 1 0.0020 % 7. นางสาวสาวิตรี ตรีนวรัตน์ 1 0.0020 % รวม 50,000 100.0000 % หมายเหตุ * วันที่มีการโอนหุ้น 5. ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้ถือหุ้น ณ ปัจจุบัน 5.1 บริษัท เบสท์ แพลน เทคโนโลยี่ จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2542 เพื่อดำเนินธุรกิจการลงทุนในธุรกิจต่าง ๆ และการบริหารจัดการโครงการ ปัจจุบัน มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วทั้งสิ้น 10,000,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 100,000 หุ้น มูลค่าที่ ตราไว้หุ้นละ 100 บาท โดยมีโครงสร้างผู้ถือหุ้นและคณะกรรมการดังนี้ * โครงสร้างผู้ถือหุ้น ปัจจุบัน ณ วันที่ 6 มิถุนายน 2549* รายชื่อผู้ถือหุ้น จำนวนหุ้นที่ถือ (หุ้น) สัดส่วน 1. นายมนต์ชัย หงศุภรักษ์ 99,994 99.9940 % 2. นายณัฐพงศ์ คุ้มมี 1 0.0010 % 3. นายนิรุตธิ์ ใจมั่น 1 0.0010 % 4. นางสาวจิรพร ยอดแสง 1 0.0010 % 5. นางสาวณภัทร์ นามเวช 1 0.0010 % (ยังมีต่อ)