EN
TH
ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์

ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์

19 เมษายน 2550

4) ความเห็นของที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ

งบการเงิน อาทิ ส่วนต่างจากการประเมินราคาทรัพย์สินบางรายการโดยผู้ประเมินราคาอิสระที่จะส่งผลก ระทบต่อมูลค่าตามบัญชีของกิจการอย่างมีนัยสำคัญ โดยมิได้คำนึงถึงผลประกอบการในอนาคต หรือ ความ สามารถในการทำกำไรในอนาคตของกิจการหรือผลกระทบของแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ณ วันที่ 25 มกราคม 2550 PTW มีทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้ว 2,752 ล้านบาท แบ่ง เป็นหุ้นสามัญ 27.52 ล้านหุ้น (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท) ต่อมาเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2550 ที่ ประชุมคณะกรรมการ PTW ได้มีมติให้ลดทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ ลงจำนวน 1,552 ล้านบาท จาก ทุนจดทะเบียนเดิม 2,752 ล้านบาท โดยการลดจำนวนหุ้นลง 15.52 ล้านหุ้น คงเหลือเป็นทุนจดทะเบียน 1,200 ล้านบาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญจำนวน 12.00 ล้านหุ้น การลดทุนดังกล่าวเป็นการลดทุนตามสัดส่วน การถือหุ้นในปัจจุบันเพื่อเป็นการลดขาดทุนสะสม โดยเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2550 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ของบริษัทฯ ได้อนุมัติการลดทุนจดทะเบียนแล้ว ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการดำเนินการลดทุนจดทะเบียน รายการปรับปรุง จากเหตุการณ์ดังกล่าวซึ่งเป็นเหตุการณ์หลังจากวันที่ 31 ธันวาคม 2549 และมีผลกระทบอย่างมี สาระสำคัญต่อส่วนของผู้ถือหุ้นของกิจการอย่างมีสาระสำคัญ ที่ปรึกษาทางการเงินจึงได้คำนวณ มูลค่าตาม บัญชีต่อหุ้นภายหลังการปรับปรุงส่วนของผู้ถือหุ้นตามงบการเงินภายในของ PTW สิ้นสุดวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2550 โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ (หน่วย : บาท) งบการเงินภายใน ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2550 ทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว 2,752,000,000.00 ขาดทุนสะสม (1,912,411,622.30) ส่วนของผู้ถือหุ้น 839,588,377.70 รายการปรับปรุง หัก : การลดทุนจดทะเบียนและขาดทุนสะสม (1,552,000,000.00) งบการเงินภายหลังการลดทุน ทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว 1,200,000,000.00 ขาดทุนสะสม (360,411,622.30) ส่วนของผู้ถือหุ้น 839,588,377.70 มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น 69.97 หมายเหตุ : มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท จากการคำนวณ พบว่า มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้นภายหลังการปรับปรุงส่วนของผู้ถือหุ้นตามงบการเงิน ภายใน ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2550 เท่ากับ 69.97 บาทต่อหุ้น หรือต่ำกว่าราคาขายร้อยละ 78.92 5.1.3 วิธีอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (Price to Earning Ratio Approach, PER) การคำนวณมูลค่าหุ้นโดยใช้วิธีนี้ เป็นการนำข้อมูลกำไรสุทธิต่อหุ้นจากประมาณการณ์ทางการเงิน ประจำปี 2550 ของกิจการคูณกับอัตราส่วน PER เฉลี่ยของกลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภคที่จดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์ ในช่วงระยะเวลาต่าง ๆ ระหว่าง 30 ถึง 180 วันทำการซื้อขายก่อนวันที่ 29 มีนาคม 2550 ทั้งนี้ ที่ปรึกษาทางการเงินได้นำผลการดำเนินงานรายไตรมาสย้อนหลังของบริษัท จัดการและพัฒนา ทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) ("EASTW") ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มาใช้ในการ วิเคราะห์เปรียบเทียบในครั้งนี้ การเปรียบเทียบกับบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) ระยะเวลาที่ใช้ ช่วงเวลา PER เฉลี่ยของ EASTW ราคาหุ้นที่ได้ ในการคำนวณ สูงสุด ต่ำสุด เฉลี่ย (บาท) 30 วันทำการ 15 ก.พ.50-29 มี.ค.50 13.66 13.13 13.40 81.44 60 วันทำการ 4 ม.ค.50-29 มี.ค.50 14.09 13.13 13.61 82.75 90 วันทำการ 17 พ.ย.49-29 มี.ค.50 14.86 13.13 14.00 85.09 120 วันทำการ 5 ต.ค.49-29 มี.ค.50 14.86 13.13 14.00 85.09 180 วันทำการ 10 ก.ค.49-29 มี.ค.50 14.86 12.88 13.87 84.33 ที่มา : SET SMART จากการคำนวณประมาณการณ์กำไรสุทธิต่อหุ้นของกิจการระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2550 ซึ่งมีอัตรากำไรต่อหุ้นเท่ากับ 6.08 บาทต่อหุ้น พบว่า ราคาหุ้นของกิจการอยู่ระหว่าง 81.44 บาท ถึง 85.09 บาทต่อหุ้น หรือต่ำกว่าราคาขายในช่วงร้อยละ 74.37 ถึง 75.47 อย่างไรก็ตาม ที่ปรึกษา ทางการเงินเห็นว่า วิธีอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้นของ EASTW ไม่เหมาะสมที่นำมาอ้างอิงหาราคา หุ้นของกิจการ เนื่องจากลักษณะธุรกิจของของ EASTW มีความแตกต่างในบางประเด็นกับกิจการ โดย EASTW จะทำธุรกิจเกี่ยวกับการส่งน้ำดิบ กล่าวคือ รับน้ำจากกรมชลประทานแล้วส่งต่อให้กับโรงงาน อุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคตะวันออก ขณะที่ PTW ทำธุรกิจเกี่ยวกับทำน้ำสุกหรือน้ำประปาด้วยวิธีการบำบัดทั้ง ทางเคมี (ขั้นตอนการเติมสารเคมีเพื่อสารแขวนลอยในน้ำดิบตกตะกอน) และทางกายภาพ (ขั้นตอนการก รองน้ำ) จากนั้นจึงส่งต่อให้กับ กปภ. โดยตรง 5.1.4 วิธีอัตราส่วนราคาต่อมูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น (Price to Book Value Ratio Approach, P/BV) การคำนวณมูลค่าหุ้นโดยใช้วิธีนี้ เป็นการนำมูลค่าตามบัญชีต่อหุ้นจากงบการเงินล่าสุดของกิจการคูณ กับอัตราส่วนราคาต่อมูลค่าตามบัญชีต่อหุ้นเฉลี่ยของ EASTW ในช่วงระยะเวลาต่าง ๆ ระหว่าง 30 ถึง 180 วันทำการซื้อขายก่อนวันที่ 29 มีนาคม 2549 โดยที่ปรึกษาทางการเงินใช้มูลค่าตามบัญชีปรับปรุงต่อหุ้น ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2550 ซึ่งเท่ากับ 69.97 บาทต่อหุ้นในการคำนวณ การเปรียบเทียบกับบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) ระยะเวลาที่ใช้ ช่วงเวลา P/BV เฉลี่ยของ EASTW ราคาหุ้นที่ได้ ในการคำนวณ สูงสุด ต่ำสุด เฉลี่ย (บาท) 30 วันทำการ 15 ก.พ.50-29 มี.ค.50 1.58 1.48 1.53 107.05 60 วันทำการ 4 ม.ค.50-29 มี.ค.50 1.64 1.48 1.56 109.15 90 วันทำการ 17 พ.ย.49-29 มี.ค.50 1.79 1.48 1.64 114.40 120 วันทำการ 5 ต.ค.49-29 มี.ค.50 1.79 1.48 1.64 114.40 180 วันทำการ 10 ก.ค.49-29 มี.ค.50 1.79 1.48 1.64 114.40 ที่มา : SET SMART จากการคำนวณ พบว่าราคาหุ้นของกิจการอยู่ระหว่าง 107.05 ถึง 114.40 บาทต่อหุ้น หรือต่ำกว่า ราคาขายในช่วงร้อยละ 65.54 ถึง 67.75 อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลการวิเคราะห์เปรียบเทียบกับบริษัท อื่นในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน ที่ปรึกษาทางการเงินพิจารณาแล้วเห็นว่า วิธีอัตราส่วนราคาต่อมูลค่าตามบัญชีต่อ หุ้นของ EASTW ไม่เหมาะสมที่นำมาอ้างอิงหาราคาหุ้นของกิจการ เนื่องจากลักษณะธุรกิจของของ EASTW มีความแตกต่างในบางประเด็นกับกิจการ 5.1.5 วิธีมูลค่าปัจจุบันสุทธิของกระแสเงินสด (Discounted Cash Flow) ตามทฤษฎี การประเมินมูลค่าของกิจการโดยวิธีมูลค่าปัจจุบันสุทธิของกระแสเงินสดนั้นจะเป็นวิธีที่ เหมาะสมเมื่อ 1) ข้อมูลประมาณการณ์ทางการเงินคำนึงถึงระยะเวลาของการเกิดประโยชน์ในเชิง เศรษฐกิจในอนาคตที่จะเกิดขึ้นจากกิจกรรมทางธุรกิจ และ 2) เมื่อการประเมินมูลค่าดังกล่าวคำนึงถึงการดำรงอยู่อย่างต่อเนื่องของกิจการ โดยที่ ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความสามารถในการทำกำไรของกิจการสามารถประมาณการณ์ได้ค่อนข้างแน่นอนและ สมเหตุสมผล ในการประเมินมูลค่าปัจจุบันสุทธิของกระแสเงินสดของกิจการในครั้งนี้ เป็นการแสดงมูลค่าปัจจุบัน ของกิจการตามนโยบายการบริหารงานปกติเช่นที่ผ่านมาในอดีต ดังนั้น สมมติฐานส่วนใหญ่ที่เลือกใช้จึง กำหนดขึ้นจากข้อมูลหรืออัตราส่วนทางการเงินที่เกิดขึ้นจริงในอดีต โดยมิได้รวมถึงแผนการในอนาคตหรือ นโยบายที่กำหนดโดยผู้ที่จะซื้อกิจการแต่อย่างไร ทั้งนี้ หลักการในการประเมินมูลค่าปัจจุบันสุทธิของกระแสเงินสดของกิจการ ซึ่งที่ปรึกษาทางการเงิน นำมาใช้คำนวณมีดังนี้ 1) ประมาณการณ์กระแสเงินสดรับในอนาคตระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2550 ถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2566 ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดอายุสัมปทาน และ 2) ไม่มีการคิดคำนวณ Terminal Value ของกิจการ ทั้งนี้ เนื่องจากเมื่อสิ้นสุดอายุสัญญา สัมปทาน กิจการจะต้องโอนกรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์ที่ได้ลงทุนไปให้แก่ รัฐบาล อัตราส่วนลด (Discount Rate) ที่ปรึกษาทางการเงินใช้ทฤษฎี Capital Asset Pricing Model (CAPM) ในการกำหนด Discount Rate คิดลดสำหรับประมาณการณ์กระแสเงินสดในอนาคตของกิจการ ซึ่งวิธีดังกล่าวเป็นวิธีที่ ใช้กันอย่างแพร่หลายในการกำหนดอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนหลังปรับค่าของความเสี่ยง (Risk Adjusted Rate of Return) หรือต้นทุนของผู้ถือหุ้น ("Cost of Equity" หรือ "Ke") ดังนั้น อัตราส่วนลดที่คำนวณโดยใช้ทฤษฎี CAPM เป็นดังนี้ Ke = Rf + ? (Rm - Rf) Rf : อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนที่ไม่มีความเสี่ยง (Risk Free Rate) อ้างอิง จากอัตราผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวอายุ 17 ปี ณ วันที่ 29 มีนาคม 2550 ซึ่งมีค่าประมาณร้อยละ 4.59 ต่อปี (จากฐานข้อมูลของศูนย์ซื้อขายตราสารหนี้ไทย) Rm : อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์เท่ากับ 13.07 (ข้อมูลจาก Bloomberg ณ วันที่ 29 มีนาคม 2550) ? : ค่าสัมประสิทธิ Beta เป็นตัวแปรที่ใช้ในการวัดความเสี่ยงที่ขจัดไม่ได้ (Systematic Risk) ซึ่งเป็นค่าความแปรปรวนระหว่างผลตอบแทนของตลาดหลักทรัพย์กับราคาหุ้นของ EASTW (ธุรกิจที่ คล้ายคลึงกันกับของ PTW) เท่ากับ 0.5260 จากข้อมูลตัวแปรข้างต้น ที่ปรึกษาทางการเงินสามารถคำนวณต้นทุนของผู้ถือหุ้น ดังนี้ Ke: 4.59 + 0.5260 x (13.07 - 4.59) = 9.05% เนื่องจาก PTW เป็นบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ที่ปรึกษาทางการเงินจึงได้ปรับ เพิ่มอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (Ke) จากที่คำนวณได้ตามสูตรข้างต้นอีกร้อยละ 20 ของอัตราผลตอบแทนผู้ถือ หุ้นที่คำนวณได้เพื่อชดเชยความเสี่ยงดังกล่าว ดังนั้น อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นหลังปรับความเสี่ยงจึงเท่ากับ 10.86 สมมติฐานหลักที่ใช้ในการประเมินมูลค่าของ PTW ในครั้งนี้ ประกอบด้วย 1. ลูกค้าของ PTW PTW ดำเนินธุรกิจหลักในการผลิตและจำหน่ายน้ำประปาในจังหวัดปทุมธานี-รังสิต โดยได้รับ สัมปทานจาก กปภ. และมี กปภ. เป็นลูกค้าเพียงรายเดียวของบริษัทในการผลิตและจำหน่ายน้ำประปาให้ 2. รายได้จากการจำหน่ายน้ำประปา ที่ปรึกษาทางการเงินได้ประมาณการณ์อัตราค่าบริการเพิ่มขึ้น โดยอิงตามอัตราเงินเฟ้อ (ที่ปรึกษา ทางการเงินตั้งสมมติฐานโดยประมาณการณ์อัตราเงินเฟ้อในอัตราคงที่ที่ร้อยละ 3 ต่อปี นับตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปี 2566 ซึ่งเป็นระยะเวลาสิ้นสุดอายุสัมปทาน) โดยอัตราค่าบริการเฉลี่ยอยู่ที่ 9.6204 บาทต่อ ลูกบาศก์เมตร ในปี 2549 (อัตราดังกล่าวเป็นข้อมูลที่เกิดขึ้นจริงสำหรับปี 2549 ซึ่งใช้เป็นฐานในการ พิจารณา) ซึ่งตามสัญญาซื้อขายน้ำประปา ที่ลงนามกับกปภ. ราคาค่าน้ำประจำปี 2549 ลูกบาศก์เมตรละ 9.90 บาท (รายได้จากการขายน้ำประปาแสดงมูลค่าตามราคาในใบกำกับสินค้าโดยไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับปริมาณน้ำประปาที่ได้ส่งมอบหลังจากหักส่วนลดแล้ว) สำหรับปี 2550 อัตราค่าบริการเฉลี่ยอยู่ที่ 10.34 บาทต่อลูกบาศก์เมตร (อัตราดังกล่าวอ้างอิง จากข้อมูลที่เกิดขึ้นจริงในเดือนมกราคม ถึง กุมภาพันธ์ 2550) โดยที่อัตราค่าบริการดังกล่าว เริ่มปรับครั้ง แรกในวันที่ 1 มกราคม 2550 ตามสูตรการคำนวณในสัญญาที่ลงนามไว้กับ กปภ. เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2549 ทั้งนี้ อัตราการผลิตเฉลี่ยตั้งแต่ปี 2549 จนถึงระยะเวลาสิ้นสุดสัมปทาน ในปี 2566 เท่ากับ - ปี 2549 เฉลี่ยอยู่ที่ 0.294 ล้าน ลูกบาศก์เมตรต่อวัน (อัตราดังกล่าวเป็นข้อมูลที่เกิดขึ้นจริง) - ปี 2550 เฉลี่ยอยู่ที่ 0.330 ล้าน ลูกบาศก์เมตรต่อวัน - ปี 2551 เฉลี่ยอยู่ที่ 0.345 ล้าน ลูกบาศก์เมตรต่อวัน - ปี 2552 เฉลี่ยอยู่ที่ 0.358 ล้าน ลูกบาศก์เมตรต่อวัน (นับตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นไป ประมาณ การณ์อัตราการผลิตเฉลี่ยจะเท่ากับปริมาณน้ำขั้นต่ำที่ กปภ. จะต้องรับซื้อจาก PTW เฉลี่ยอยู่ที่ 0.358 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน) โดยที่สิทธิในการจำหน่ายน้ำประปาตลอดอายุสัญญาจะไม่เกิน 0.288 ล้าน ลูกบาศก์เมตรต่อวัน และเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2549 PTW ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายน้ำประปากับ กปภ. โดยมีเพิ่มกำลังการผลิตปริมาณน้ำขั้นต่ำอีก 0.070 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน 3. ต้นทุนขายน้ำประปา ในปี 2549 PTW ยังคงมีต้นทุนในส่วนของค่าบริหารจัดการตามสัญญา O&M ที่ PTW ทำไว้กับ OPCO เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2542 โดยที่อัตราค่าบริการเฉลี่ยอยู่ที่ 2.82 บาทต่อลูกบาศก์เมตร (อัตรา ดังกล่าวเป็นข้อมูลที่เกิดขึ้นจริงสำหรับปี 2549 ซึ่งใช้เป็นฐานในการพิจารณา) รวมทั้งต้นทุนในการให้ บริการของ OPCO ที่ PTW ต้องรับโอนมาเป็นต้นทุนในของ PTW โดยที่ในปี 2550 PTW จะไม่มีต้นทุนดัง กล่าวรวมอยู่ในต้นทุนขายน้ำประปาอีกต่อไป ทั้งนี้ เนื่องจาก PTW ได้ชำระค่ายกเลิกสัญญา O&M ให้แก่ OPCO เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2550 สำหรับในปี 2550 PTW มีต้นทุนในส่วนของค่าบริหารจัดการ (ประกอบด้วย เงินเดือน ค่า พนักงานรักษาความปลอดภัย ค่าสารเคมี ค่าพลังงาน ค่าบริการกำจัดกากตะกอน ค่าบริการทดสอบคุณภาพ น้ำ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เป็นต้น) อัตราค่าบริการเฉลี่ยอยู่ที่ 2.40 บาทต่อลูกบาศก์เมตร (อัตราดังกล่าว อ้างอิงจากข้อมูลที่เกิดขึ้นจริงในเดือนมกราคม ถึง กุมภาพันธ์ 2550 และสัญญาที่ PTW เข้าทำสัญญา O&M ฉบับใหม่โดยตรงกับ BJT ซึ่งได้มีการลงนามเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2550) โดยที่ปรึกษาทางการเงินตั้ง สมมติฐานโดยประมาณการณ์ต้นทุนดังกล่าวเพิ่มขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อคงที่ที่ร้อยละ 3 ต่อปี ตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปี 2566 ทั้งนี้ ต้นทุนหลักของจำหน่ายน้ำประปา ได้แก่ ต้นทุนค่าซ่อมแซมและบำรุงรักษา นอกจากนี้ต้นทุนอื่น ๆ ประกอบด้วย การบำรุงรักษาเครื่องจักรและอุปกรณ์ และค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดที่เกี่ยวข้องกัน โดยที่ต้นทุน โดยรวมอยู่ที่ 9.28 ล้านบาท และ 0.05 ล้านบาท ตามลำดับ สำหรับปี 2549 (ต้นทุนดังกล่าวเป็นต้นทุนที่ เกิดขึ้นจริงสำหรับปี 2549 ซึ่งใช้เป็นฐานในการพิจารณา) สำหรับปี 2550 ที่ปรึกษาทางการเงินได้ ประมาณต้นทุนค่าซ่อมแซมและบำรุงรักษาดังกล่าวข้างต้นโดยอิงอัตราเงินเฟ้อ โดยต้นทุนอื่น ๆ ซึ่ง ประกอบด้วย การบำรุงรักษาเครื่องจักร และอุปกรณ์ และค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดที่เกี่ยวข้องกัน อยู่ที่ประมาณ 10 ล้านบาท และ 0.05 ล้านบาทตามลำดับ โดยที่ปรึกษาทางการเงินยังคงตั้งสมมติฐานต้นทุนดังกล่าวเพิ่ม ขึ้น โดยประมาณการณ์อัตราเงินเฟ้อในอัตราคงที่ที่ร้อยละ 3 ต่อปี นับตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปี 2566 ซึ่ง เป็นระยะเวลาสิ้นสุดอายุสัมปทาน 4. ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ที่ปรึกษาทางการเงินประมาณการณ์ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารสำหรับปี 2550 โดยประเมิน ขึ้นจากค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงสำหรับปี 2549 ซึ่งคาดว่าค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน จะมีอัตราการเพิ่มขึ้นใน อัตราคงที่ที่ร้อยละ 7 ต่อปี (ประมาณการณ์โดยอัตราเงินเฟ้อรวมทั้งคำนึงถึงค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น) ตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปี 2566 ในขณะที่ ค่าใช้จ่ายอื่น ที่ปรึกษาทางการเงินตั้งสมมติฐานโดยประมาณการณ์ให้อัตรา เงินเฟ้อคงที่ที่ร้อยละ 3 ต่อปี ตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปี 2566 5. ค่าใช้จ่ายทางการเงิน ค่าใช้จ่ายทางการเงินจะสัมพันธ์กับอัตราดอกเบี้ยของเงินกู้ยืมระยะยาวจากผู้ถือหุ้น เงินกู้ยืมระยะ ยาวจากสถาบันการเงินและเงินเบิกเกินบัญชี ซึ่งการประมาณการณ์จะเป็นไปตามข้อตกลงและเงื่อนไขใน สัญญาแต่ละฉบับซึ่ง PTW ได้ทำไว้กับผู้ให้กู้แต่ละราย 6. ภาษีเงินได้นิติบุคคล ที่ปรึกษาทางการเงินประมาณว่า PTW จะต้องจ่ายภาษีเต็มจำนวนในอัตราร้อยละ 30 ตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นไป สำหรับในอดีตที่ผ่านมา PTW ได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีจากบัตรส่งเสริมการลงทุนเลขที่ 1739/2539 สำหรับการผลิตน้ำประปาเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2539 โดย PTW ได้รับสิทธิประโยชน์ใน เรื่องการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิที่ได้จากการประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริมมี กำหนดระยะเวลา 8 ปี นับแต่วันที่เริ่มมีรายได้จากการประกอบกิจการ (เดือนตุลาคม 2541) ดังนั้น ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2549 ที่ผ่านมา PTW จะต้องเริ่มชำระภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่เนื่องจาก PTW มีผล ขาดทุนทางภาษียกมาจากปีก่อน จึงทำให้ไม่มีภาระภาษีเงินได้นิติบุคคลดังกล่าว 7. รายจ่ายลงทุน (Capital Expenditure) รายจ่ายลงทุนในปี 2549 เท่ากับ 7.73 ล้านบาท ซึ่งรายจ่ายลงทุนนี้ประมาณขึ้นจากข้อมูลที่เกิดขึ้น จริง โดยที่จำนวนดังกล่าวแยกพิจารณาเป็นสองส่วน คือ ทรัพย์สินในการผลิตน้ำประปาจำนวน 4.5 ล้าน บาท และเครื่องจักรและอุปกรณ์ของ PTW จำนวน 3.23 ล้านบาทตามลำดับ โดยยังคงตั้งสมมติฐานโดย ประมาณการณ์ให้เพิ่มขึ้นเท่ากับอัตราเงินเฟ้อที่ร้อยละ 3 ต่อปี ตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปี 2566 สำหรับ เครื่องจักรและอุปกรณ์ของ PTW ยกเว้นทรัพย์สินในการผลิตน้ำประปา ในส่วนของทรัพย์สินในการผลิตน้ำประปา ที่ปรึกษาทางการเงินตั้งสมมติฐานในส่วนของการทำ สัญญาซื้อขายน้ำประปาระหว่าง PTW กับ กปภ. (ตามรายละเอียดข้อ 10 ในหัวข้อสัญญาสัมปทาน) ใน ส่วนของการขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีก 70,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน โดยคาดจะเริ่มดำเนินการได้ใน ประมาณเดือนมิถุนายน 2551 ทั้งนี้ ที่ปรึกษาทางการเงินได้ตั้งสมมติฐานค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ในการผลิต น้ำประปาตั้งแต่เริ่มปฏิบัติงานได้จริงจนถึงสิ้นสุดอายุสัมปทาน โดยที่สินทรัพย์ดังกล่าวจะถูกโอนให้กับการ ประปาส่วนภูมิภาคภายหลังสิ้นสุดอายุสัมปทานด้วยเช่นกัน 8. ค่าความนิยม (Goodwill) สำหรับค่าความนิยมเกิดจากการที่ PTW ได้ซื้อหุ้น BJT เป็นจำนวนเงิน 305 ล้านบาท ซึ่งการ ดำเนินการในครั้งนี้ทำให้เกิดผลต่างจากมูลค่าตามบัญชีของ BJT โดยที่ปรึกษาทางการเงินยังคงตั้ง สมมติฐานโดยประมาณการณ์การตัดจำหน่ายรายการดังกล่าวในอัตราคงที่เป็นเวลา 5 ปี เป็นจำนวนเงิน ประมาณ 50 ล้านบาทต่อปี ตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปี 2554 9. อัตราการหมุนเวียนสินทรัพย์หมุนเวียน และหนี้สินหมุนเวียน (Working Capital) ประมาณการณ์ระยะเวลาการจ่ายชำระหนี้จากเจ้าหนี้การค้าและการรับชำระหนี้จากลูกหนี้ โดยแยกตาม รายละเอียด ดังนี้ - ลูกหนี้การค้า - กปภ. เฉลี่ยประมาณ 30 วัน - ลูกหนี้การค้า - OPCO เฉลี่ยประมาณ 30 วัน - ลูกหนี้การค้า - BJT เฉลี่ยประมาณ 30 วัน (เริ่มตั้งแต่ปี 2550) 10. สัญญาสัมปทาน PTW ได้รับสัมปทานจาก กปภ. เป็นระยะเวลา 25 ปี โดยเริ่มต้นตั้งแต่วันเริ่มประกอบกิจการเมื่อ วันที่ 15 ตุลาคม 2541 โดยบริษัทได้รับสิทธิจาก กปภ. แต่เพียงผู้เดียวเพื่อดำเนินการในเขตจังหวัด ปทุมธานี-รังสิตนอกจากนี้เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2549 PTW และ กปภ. ได้ร่วมลงนามในสัญญาซื้อขายน้ำ ประปาเพิ่มจากสัญญาสัมปทานเดิมอีก 70,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน สมมติฐานหลักที่ใช้ในการประเมินมูลค่าของ BJT ในครั้งนี้ ประกอบด้วย 1. PTW ถือหุ้นทั้งหมดใน BJT ตลอดระยะเวลาประมาณการณ์ 2. ลูกค้าของ BJT BJT ดำเนินธุรกิจหลักในการดำเนินธุรกิจ ให้บริการเกี่ยวกับการดำเนินงานปฏิบัติการบำรุงรักษา ควบคุมคุณภาพสำหรับระบบสาธารณูปโภคด้านต่าง ๆ โดย BJT มีลูกค้าเพียง 2 ราย ได้แก่ PTW และ บริษัท อมตะ วอเตอร์ จำกัด ที่สัดส่วนโดยประมาณร้อยละ 70 และ 30 ตามลำดับ (อ้างอิงข้อมูลงบการเงินภายใน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549) 3. รายได้จากการจำหน่ายน้ำประปา ที่ปรึกษาทางการเงินได้ประมาณอัตราค่าบริการ โดยอิงตามอัตราเงินเฟ้อเช่นเดียวกันกับ สมมติฐานของ PTW โดยรายละเอียดของลูกค้าแต่ละราย ประกอบด้วย 3.1 บริษัท ประปาปทุมธานี จำกัด ("PTW") โดยคิดอัตราค่าบริการ (ประกอบด้วย เงินเดือน ค่าพนักงานรักษาความปลอดภัย ค่าสารเคมี ค่า พลังงาน ค่าบริการกำจัดกากตะกอน ค่าบริการทดสอบคุณภาพน้ำ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เป็นต้น) เฉลี่ยอยู่ที่ 0.79 บาทต่อลูกบาศก์เมตร ในปี 2549 (อัตราดังกล่าวเป็นข้อมูลที่เกิดขึ้นจริงสำหรับปี 2549 ซึ่งใช้เป็น ฐานในการพิจารณา) สำหรับปี 2550 อัตราค่าบริการ(ประกอบด้วย เงินเดือน ค่าพนักงานรักษาความ ปลอดภัย ค่าสารเคมี ค่าพลังงาน ค่าบริการกำจัดกากตะกอน ค่าบริการทดสอบคุณภาพน้ำ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เป็นต้น) เฉลี่ยอยู่ที่ 2.40 บาทต่อลูกบาศก์เมตร (อัตราดังกล่าวอ้างอิงจากข้อมูลที่เกิดขึ้นจริงในเดือน มกราคม ถึง กุมภาพันธ์ 2550) เนื่องจากนับตั้งแต่ปี 2550 PTW ได้ยกเลิกสัญญา O&M จาก OPCO ดังนั้น PTW จึงมีต้นทุนค่าบริการดังกล่าวจ่ายให้ BJT เพียงแหล่งเดียว ทำให้อัตราค่าบริการจากปี 2549 และปี 2550 จึงมีมูลค่าแตกต่างจากเดิม ทั้งนี้ อัตราการผลิตเฉลี่ยตั้งแต่ปี 2549 จนถึงระยะเวลาสิ้นสุดสัมปทาน ในปี 2566 เท่ากับ - ปี 2549 เฉลี่ยอยู่ที่ 0.294 ล้าน ลูกบาศก์เมตรต่อวัน (อัตราดังกล่าวเป็นข้อมูลที่เกิดขึ้นจริง) - ปี 2550 เฉลี่ยอยู่ที่ 0.330 ล้าน ลูกบาศก์เมตรต่อวัน - ปี 2551 เฉลี่ยอยู่ที่ 0.345 ล้าน ลูกบาศก์เมตรต่อวัน - ปี 2552 เฉลี่ยอยู่ที่ 0.358 ล้าน ลูกบาศก์เมตรต่อวัน (นับตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นไป ประมาณ การณ์อัตราการผลิตเฉลี่ยจะเท่ากับปริมาณน้ำขั้นต่ำที่ กปภ. จะต้องรับซื้อจาก PTW เฉลี่ยอยู่ที่ 0.358 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน) โดยที่สิทธิในการจำหน่ายน้ำประปาตลอดอายุสัญญาจะไม่เกิน 0.288 ล้าน ลูกบาศก์เมตรต่อวัน และเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2549 PTW ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายน้ำประปากับกปภ. โดยมีเพิ่มกำลังการผลิตปริมาณน้ำขั้นต่ำอีก .070 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน 3.2 บริษัท อมตะ วอเตอร์ จำกัด ("AMT") AMT ตั้งอยู่เลขที่ 700/2 หมู่ 1 ตำบลคลองตำหรุ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี โดยเป็นผู้ว่าจ้าง BJT ดำเนินการเดินระบบผลิตน้ำประปานิคมฯ (AMT 3) ควบุคมคุณภาพน้ำ (AMT 5) และดูแลระบบเส้น ท่อน้ำประปาเฟส 1 ถึง 7 (AMT 1, 2, 4 - 7)นอกจากนี้อัตราค่าบริการในแต่ละแห่ง เป็นไปตาม สัญญาระหว่าง AMT กับ BJT รวมถึงการปรับราคาอัตราค่าบริการตามสูตรการคำนวณที่ระบุไว้ในสัญญา 1. อมตะนคร เฟส 1 และ 2 (AMT 1) : คิดอัตราค่าบริการ 0.211 ล้านบาทต่อเดือน (สัญญาตั้งแต่เดือนมกราคม ถึง ตุลาคม 2549) และคิดอัตราค่าบริการ 0.200 ล้านบาทต่อเดือน โดย เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2549 ทั้งนี้ เนื่องจากลูกค้าขอทำสัญญาเดือนต่อเดือน (อัตราดังกล่าวเป็น ข้อมูลที่เกิดขึ้นจริงสำหรับปี 2549 ซึ่งใช้เป็นฐานในการพิจารณา) สำหรับปี 2550 อัตราค่าบริการเฉลี่ย อยู่ที่ 0.200 ล้านบาทต่อเดือน (อัตราดังกล่าวอ้างอิงจากข้อมูลที่เกิดขึ้นจริงในเดือนมกราคม ถึง กุมภาพันธ์ 2550) และระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนตุลาคม 2550 นอกจากนี้ในเดือนพฤศจิกายนและเดือน ธันวาคมของทุกปี ประมาณการณ์โดยให้เพิ่มขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อคงที่ที่ร้อยละ 3 ต่อปี ตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปี 2566 2. อมตะนคร เฟส 4 (AMT 2) : คิดอัตราค่าบริการ 0.148 ล้านบาทต่อเดือน (สัญญาตั้งแต่ เดือนมกราคม ถึง ตุลาคม 2549) และคิดอัตราค่าบริการ 0.150 ล้านบาทต่อเดือน เริ่มตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน 2549 ทั้งนี้ เนื่องจากลูกค้าขอทำสัญญาเดือนต่อเดือน (อัตราดังกล่าวเป็นข้อมูลที่เกิดขึ้นจริง สำหรับปี 2549 ซึ่งใช้เป็นฐานในการพิจารณา) สำหรับปี 2550 อัตราค่าบริการเฉลี่ยอยู่ที่ 0.150 ล้าน บาทต่อเดือน (อัตราดังกล่าวอ้างอิงจากข้อมูลที่เกิดขึ้นจริงในเดือนมกราคม ถึง กุมภาพันธ์ 2550) และ ระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนตุลาคม 2550 นอกจากนี้ในเดือนพฤศจิกายนและเดือนธันวาคมของทุกปี ประมาณการณ์โดยให้เพิ่มขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อคงที่ที่ร้อยละ 3 ต่อปี ตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปี 2566 3. อมตะนคร (AMT 3) : คิดอัตราค่าบริการเฉลี่ยอยู่ที่ 3.45 บาทต่อลูกบาศก์เมตร ในปี 2549 (อัตราดังกล่าวเป็นข้อมูลที่เกิดขึ้นจริงสำหรับปี 2549 ซึ่งใช้เป็นฐานในการพิจารณา) ที่ปรึกษาทางการ เงินได้ประมาณอัตราค่าบริการ โดยอิงตามอัตราเงินเฟ้อ โดยที่อัตราค่าบริการเฉลี่ยอยู่ที่ 3.61 บาทต่อ ลูกบาศก์เมตร สำหรับปี 2550 (อ้างอิงอัตราเงินเฟ้อปี 2549 ร้อยละ 4.70) ที่ปรึกษาทางการเงินตั้ง สมมติฐานโดยประมาณการณ์เพิ่มขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อคงที่ที่ร้อยละ 3 ต่อปี ตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปี 2566 4. อมตะซิตี้ (AMT 4) : คิดอัตราค่าบริการ 0.131 ล้านบาทต่อเดือน (สัญญาตั้งแต่เดือน มกราคม ถึงตุลาคม 2549) และคิดอัตราค่าบริการ 0.133 ล้านบาทต่อเดือน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2549 เนื่องจากลูกค้าขอทำสัญญาเดือนต่อเดือน (อัตราดังกล่าวเป็นข้อมูลที่เกิดขึ้นจริงสำหรับปี 2549 ซึ่ง ใช้เป็นฐานในการพิจารณา) สำหรับปี 2550 อัตราค่าบริการเฉลี่ยอยู่ที่ 0.133 ล้านบาทต่อเดือน (อัตรา ดังกล่าวอ้างอิงจากข้อมูลที่เกิดขึ้นจริงในเดือนมกราคม ถึง กุมภาพันธ์ 2550) และระหว่างเดือนมีนาคมถึง (ยังมีต่อ)