EN
TH
ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์

ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์

28 กันยายน 2550

1) ความเห็นของที่ปรึกษาทางการเงินอิสระเกี่ยวกับรายการได้มา

91.71% 87.50% 75.00% 41.67% 25.00% 25.00% 25.00% มหาศิริ ช. การช่าง 25.00% ซีเค. ออฟฟิศ ที่ดิน 25.00% สยาม โฮลดิ้ง ทาวเวอร์ บางปะอิน 20.32% 10.49% 5.19% 1.31% 3.94% ช.การช่าง 1.3.2 โดยการมีกรรมการร่วมกัน บริษัท รายชื่อบริษัทที่เกี่ยวข้อง ช.การช่าง ซีเค. ออฟฟิศ มหาศิริ ช.การช่าง ที่ดิน กรรมการ ทาวเวอร์ สยาม โฮลดิ้ง บางปะอิน 1. นายปลิว ตรีวิศวเวทย์ // / / / / 2. นายประเสริฐ ตรีวิศวเวทย์ - / / / / 3. นายเทพ ตรีวิศวเวทย์ - / / / / 4. นายยิ้ม ตรีวิศวเวทย์ - / / / / 5. นายกำธร ตรีวิศวเวทย์ - / / / / 6. นายประเสริฐ ทองกิตติกุล - / - - - // = ประธานกรรมการบริหาร / = กรรมการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟาร์อีสท์ จำกัด หน้า 7 2. ข้อมูลของบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) และบริษัท ซีเค. ออฟฟิซ ทาวเวอร์ จำกัด 2.1 ความเป็นมา บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) เริ่มจดทะเบียนก่อตั้งเป็นบริษัทจำกัด ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรกจำนวน 1.40 ล้านบาท เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2515 เพื่อประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้างทั่วไป โดยในระยะแรก ลักษณะงาน ของบริษัทเป็นการก่อสร้างอาคารและงานโยธาทั่วไป ซึ่งมีลูกค้าสำคัญ คือ หน่วยงานราชการ อาทิ กองทัพบก และ กองทัพอากาศ ต่อมาบริษัท ได้ตระหนักถึงความจำเป็นในการขยายขอบเขตการดำเนินธุรกิจ เพื่อการเจริญเติบโตของบริษัทใน ระยะยาว ดังนั้น ในปี 2524 บริษัทจึงได้เข้าร่วมทุนกับบริษัท โตคิว คอนสตรัคชั่น จำกัด ซึ่งเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง รายใหญ่ 1 ใน 10 รายแรกของประเทศญี่ปุ่น เพื่อประโยชน์ในการได้มาซึ่งการถ่ายทอดเทคโนโลยี ทั้งทางด้านการ ก่อสร้างและการบริหารรวมถึงพันธมิตรทางธุรกิจที่มีศักยภาพ บริษัทได้มีการขยายขอบเขตการทำธุรกิจ และได้มีการเพิ่มทุนจดทะเบียน เพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจที่เกิดขึ้น อย่างต่อเนื่อง และเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2537 บริษัทได้ดำเนินการแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัดและได้เข้าเป็น บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2538 ปัจจุบันบริษัทมีทุนจดทะเบียน 1,450.00 ล้าน บาทและทุนชำระแล้ว 1,446.01 ล้านบาท 2.2 ลักษณะการประกอบธุรกิจ 2.2.1 ลักษณะงานบริการ บริษัทดำเนินธุรกิจเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งการดำเนินงานส่วนใหญ่เป็นโครงการต่าง ๆ ของภาครัฐบาล กล่าวคือ เป็นโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่และโครงการก่อสร้างอาคารต่าง ๆ รวมถึงการร่วมทุนใน กิจการสัมปทาน อาทิ โครงการผลิตและจำหน่ายน้ำประปาปทุมธานี โครงการผลิตและจำหน่ายน้ำประปา สมุทรสาคร-นครปฐม โครงการบริหารรถไฟฟ้าใต้ดิน โครงการออกแบบ พัฒนา ก่อสร้างและดำเนินการ โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ-น้ำงึม 2 ซึ่งแต่ละโครงการมีระยะเวลาสัมปทาน 25-30 ปี ในส่วนของงานรับเหมา ก่อสร้าง บริษัทมีสัดส่วนรายได้ของภาครัฐต่อภาคเอกชนเท่ากับร้อยละ 70 : 30 ตามลำดับ บริษัทดำเนินธุรกิจโดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ สายงานการผลิต สายงานการรับเหมาก่อสร้างและสายงาน สัมปทาน ซึ่งกลุ่มบริษัทมีการแบ่งแยกสายงานการผลิตของบริษัทย่อย กิจการร่วมค้าและบริษัทร่วม ตาม กลุ่มลักษณะการดำเนินธุรกิจ โดยปัจจุบันบริษัทมีบริษัทย่อย 7 บริษัท กิจการร่วมค้า 13 บริษัท บริษัทร่วม 4 บริษัทและบริษัทที่เกี่ยวข้อง 1 บริษัท 2.2.2 สภาวะการแข่งขัน จากการที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติคาดการณ์ว่า แนวโน้มเศรษฐกิจ ในปี 2550 มีอัตราการขยายตัวลดลงเหลือร้อยละ 4.00 - 5.00 ต่อปี เนื่องจากเศรษฐกิจโลกขยายตัวอยู่ที่ ร้อยละ 4.20 ทำให้การลงทุนไม่ฟื้นตัวเต็มที่และมีผลกระทบทำให้การส่งออกขยายตัวในอัตราที่ลดลง กอปร กับอัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มลดลง รวมถึงราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มคงที่ สำหรับในปี 2550 รัฐบาลยังให้ ความสำคัญในรูปแบบการหาช่องทางอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบ และการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนโดยยังคงมี แผนเพื่อการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ (Mega Project) หลายโครงการ โดยจะผลักดันโครงการก่อสร้าง บริษัทหลักทรัพย์ ฟาร์อีสท์ จำกัด หน้า 8 รถไฟฟ้าภายในปี 2550 คือ โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงจากรังสิต-บางซื่อ และบางซื่อ-ตลิ่งชัน สำหรับ โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง จากบางใหญ่-บางซื่อ โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน บางซื่อ-ท่าพระ-บางแค และหัวลำโพง-ท่าพระ จะอยู่ในแผนการลงทุนของภาครัฐบาลที่จะดำเนินการในปี 2551 - 2555 โดยบริษัท มีศักยภาพ และความพร้อมในการรับก่อสร้างสำหรับโครงการก่อสร้างที่มีมูลค่าสูงของภาครัฐได้อย่าง ต่อเนื่อง 2.3 ผลการดำเนินงาน 2.3.1 สรุปฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัท ที่ผ่านการตรวจสอบจากบริษัท สำนักงาน เอินส์ท แอนด์ ยัง จำกัด ณ วันที่ 31 ธันวาคม ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 - 2548 โดยคุณรุทร เชาวนะกวี เป็นผู้สอบบัญชี รับอนุญาต เลขทะเบียน 3247 และสำหรับปี พ.ศ. 2549 และงบการเงินรวมของบริษัทสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2550 โดยคุณศิราภรณ์ เอื้ออนันต์กุล เป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เลขทะเบียน 3844 มีดังนี้ (หน่วย : ล้านบาท) งบการเงินรวม ตรวจสอบแล้ว สอบทานแล้ว 31 ธ.ค. 47 31 ธ.ค. 48 31 ธ.ค. 49 30 มิ.ย. 50 สินทรัพย์หมุนเวียน เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 4,979.56 1,542.69 3,033.26 4,146.61 ลูกหนี้การค้า กิจการที่ไม่เกี่ยวข้องกัน - สุทธิ 4,939.33 5,045.96 5,489.45 5,837.08 สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น ๆ 4,533.94 10,619.76 10,120.03 9,973.14 รวมสินทรัพย์หมุนเวียน 14,452.83 17,208.41 18,642.72 19,956.83 สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน เงินลงทุนในบริษัทร่วม 1,046.51 4,014.01 4,674.35 4,370.32 เงินลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องและบริษัทอื่น - สุทธิ 3,475.72 2,611.18 2,967.35 2,905.94 สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่น ๆ 5,884.48 5,989.33 4,029.48 3,944.98 รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน 10,406.71 12,614.52 11,671.18 11,221.24 สินทรัพย์รวม 24,859.54 29,822.93 30,313.91 31,178.08 หนี้สินหมุนเวียน เงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้น 1,877.16 5,510.20 3,822.85 3,657.94 เจ้าหนี้การค้ากิจการที่เกี่ยวข้องกัน 564.44 515.34 445.59 391.51 เจ้าหนี้การค้ากิจการที่ไม่เกี่ยวข้องกัน 1,451.54 1,804.11 2,151.75 1,661.72 เงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี 730.97 934.93 3,897.04 4,153.20 หุ้นกู้ที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี - - 2,200.00 2,000.00 เจ้าหนี้และเงินกู้ยืมจากบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน 3,191.42 3,006.45 2,575.86 2,820.31 หนี้สินหมุนเวียนอื่น ๆ 4,248.59 4,338.95 3,714.53 3,743.86 รวมหนี้สินหมุนเวียน 12,064.12 16,109.98 18,807.62 18,428.54 หนี้สินไม่หมุนเวียน เงินกู้ยืมระยะยาว - สุทธิจากส่วนที่ถึงกำหนด 4,663.96 2,430.55 450.00 350.00 ภายในหนึ่งปี หุ้นกู้-สุทธิจากส่วนที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี 3,000.00 6,000.00 5,800.00 5,800.00 บริษัทหลักทรัพย์ ฟาร์อีสท์ จำกัด หน้า 9 (หน่วย : ล้านบาท) งบการเงินรวม ตรวจสอบแล้ว สอบทานแล้ว 31 ธ.ค. 47 31 ธ.ค. 48 31 ธ.ค. 49 30 มิ.ย. 50 หนี้สินไม่หมุนเวียนอื่น ๆ 336.40 353.44 454.19 400.52 รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน 8,000.36 8,783.99 6,704.19 6,550.52 หนี้สินรวม 20,064.48 24,893.97 25,511.81 24,979.06 ทุนจดทะเบียน 1,312.50 1,450.00 1,450.00 1,450.00 ทุนที่ออกและชำระแล้ว 1,058.68 1,081.16 1,247.19 1,446.01 กำไรสะสม 336.86 913.98 (688.28) 469.65 ส่วนของผู้ถือหุ้น 4,795.06 4,928.95 4,802.09 6,199.01 รวมหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น 24,859.54 29,822.93 30,313.91 31,178.08 รายได้รวม 7,772.79 14,954.97 21,605.29 8,702.78 ต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวม 6,925.07 13,239.73 21,439.70 7,629.13 ดอกเบี้ยจ่าย 393.81 652.25 980.55 421.21 กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 204.47 684.17 (1,212.84) 469.94 กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท) 0.19 0.63 (1.08) 0.35 มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น (บาท) 4.53 4.56 3.85 4.29 หมายเหตุ : มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท สำหรับงวดหกเดือนแรกสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2550 กลุ่มบริษัทมี สินทรัพย์รวม 31,178 ล้านบาท (สินทรัพย์หลักที่สำคัญ ประกอบด้วย เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ลูกหนี้การค้า-กิจการที่ไม่เกี่ยวข้อง งานระหว่างก่อสร้างตามสัญญา เป็นต้น นอกจากนี้ในส่วนของสินทรัพย์ ไม่หมุนเวียน ได้แก่ เงินให้กู้ยืมระยะยาวแก่บริษัทร่วมและดอกเบี้ยค้างรับ เงินลงทุนในบริษัทร่วม เงินลงทุน ในบริษัทที่เกี่ยวข้องกันและบริษัทอื่น) หนี้สินรวม 24,979 ล้านบาทและส่วนของผู้ถือหุ้น 6,199 ล้านบาท สำหรับผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 30,314 ล้านบาท หนี้สินรวม 25,512 ล้านบาทและส่วนของผู้ถือหุ้น 4,802 ล้านบาท เทียบกับผลการดำเนินงาน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2548 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 29,823 ล้านบาท หนี้สินรวม 24,894 ล้านบาทและส่วนของผู้ ถือหุ้น 4,929 ล้านบาท โดยกลุ่มบริษัทมีสัดส่วนรายได้จาก 3 สายงานหลัก คือ การรับเหมาก่อสร้าง การขายวัสดุก่อสร้างและการ บริหารโครงการ สำหรับผลการดำเนินงานงวดหกเดือนแรกสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2550 สัดส่วนรายได้คิด เป็นร้อยละ 87.31 0.42 และ 0.22 เมื่อเทียบกับรายได้รวม ตามลำดับ โดยรายได้อื่น ๆ คิดเป็นร้อยละ 12.05 และสัดส่วนรายได้ สำหรับผลการดำเนินงาน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 มีสัดส่วนรายได้คิดเป็นร้อย ละ 87.57 0.90 และ 0.44 เมื่อเทียบกับรายได้รวม ตามลำดับ โดยรายได้อื่น ๆ คิดเป็นร้อยละ 11.09 สำหรับรายได้รวมของกลุ่มบริษัทงวดหกเดือนแรกสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2550 เท่ากับ 8,703 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 470 ล้านบาท เทียบกับรอบระยะเวลาเดียวกันของปี 2549 ซึ่งมีรายได้รวมเท่ากับ 11,102 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,007 ล้านบาท โดยที่ผลประกอบการสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2550 สำหรับรอบ ระยะเวลา 3 เดือน และ 6 เดือน ของกลุ่มบริษัทเมื่อเทียบกับผลประกอบการสำหรับรอบระยะเวลาบัญชี เดียวกันกับปี 2549 กลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ 122.64 และกำไรสุทธิลดลงร้อยละ 53.35 ตามลำดับ สาเหตุหลักเนื่องจากในไตรมาสที่ 2 ปี 2550 บริษัทมีกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท บริษัทหลักทรัพย์ ฟาร์อีสท์ จำกัด หน้า 10 ร่วมแห่งหนึ่ง จำนวนเงินประมาณ 574.84 ล้านบาท ในขณะที่ในไตรมาสเดียวกันของปี 2549 บริษัทมีส่วน แบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม จำนวนเงินประมาณ 149.39 ล้านบาท อีกทั้งในงวดหกเดือนแรก ของปี 2549 บริษัทมีกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนระยะสั้นรวม 1,172 ล้านบาท ในขณะที่ รายได้รวมของกลุ่มบริษัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 เท่ากับ 21,605 ล้านบาท เทียบกับรอบ ระยะเวลาเดียวกันของปี 2548 ที่มีรายได้รวมเท่ากับ 14,955 ล้านบาท โดยมีผลขาดทุนสุทธิ 1,213 ล้าน บาท เทียบกับรอบระยะเวลาเดียวกันของปี 2548 ที่มีผลกำไรสุทธิ 685 ล้านบาท สาเหตุหลักเกิดจากบริษัท มีกำไรลดลงจากปี 2548 จำนวน 1,897 ล้านบาทหรือลดลงร้อยละ 277.28 ในส่วนของค่าใช้จ่ายมีรายการ บันทึกค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสำหรับลูกหนี้เงินชดเชยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น รายการส่วนแบ่งขาดทุนจากกิจการ ร่วมค้า บีบีซีดี ซึ่งเป็นผลจากการที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาไม่บังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการใน การให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทยชำระเงินให้แก่กิจการร่วมค้า บีบีซีดี แต่อย่างไรก็ตามคำพิพากษา ไม่ได้ทำให้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมายในเรื่องค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจำนวน 6,040 ล้านบาทรวมดอกเบี้ยใน อัตราร้อยละ 7.50 ต่อปีของกิจการร่วมค้าเสียไปแต่อย่างใด ทั้งนี้ อยู่ในระหว่างการที่ที่ปรึกษากฎหมายของ กิจการร่วมค้าเตรียมการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายภายในระยะเวลาอันใกล้นี้ ทั้งนี้ หากพิจารณาจากรายได้รวมของกลุ่มบริษัทจะพบว่าในปี 2549 ในงบการเงินรวมมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น ร้อยละ 44.46 เนื่องจากบริษัทมีความคืบหน้าในการก่อสร้าง โดยมีรายได้จากการรับเหมาก่อสร้างเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างเขื่อนน้ำงึม 2 ในประเทศลาว โครงการก่อสร้างทางพิเศษสายบางพลี-สุขสวัสดิ์ (บางพลี-บางขุนเทียน) ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย โครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำจากบึง มักกะสันลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาของกรุงเทพมหานคร และโครงการ Ground Improvement for the 1st Midfield Satellite Aprons & 3rd Runway Project ของบริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด รวมทั้งบริษัทมีกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนระยะสั้นสำหรับหุ้นสามัญของบริษัท น้ำประปาไทย จำกัด (มหาชน) ให้แก่บริษัท มิตซุย วอเตอร์ โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ทางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) อีกทั้งบริษัทได้รับรายได้จากการโอนกลับดอกเบี้ยค้างจ่ายที่ผู้ร่วมค้าในกิจการร่วมค้า บีบีซีดี มีมติ เห็นชอบร่วมกันในการยกเว้นการคิดดอกเบี้ยจ่ายสำหรับเงินกู้ที่มาจากผู้ร่วมค้าทั้งหมด ทั้งนี้ รายได้จากการ ก่อสร้างทั้งหมดของบริษัทเป็นการรับงานก่อสร้างให้แก่ลูกค้าทั้งภาครัฐบาลและเอกชน โดยคิดเป็นสัดส่วน ลูกค้าภาครัฐบาลร้อยละ 70 : 30 และบริษัทยังมีงานที่รอการลงนามว่าจ้างก่อสร้างสำหรับโครงการระบบ เก็บค่าผ่านทางและระบบควบคุมความปลอดภัยด้านการจราจรของการทางพิเศษสายบางพลี-บางขุนเทียน ช่วงสุขสวัสดิ์-บางขุนเทียน โดยมีมูลค่าสำหรับงานก่อสร้างรวมภาษีมูลค่าเพิ่มประมาณ 2,619 ล้านบาท และโครงการส่วนต่อขยายโรงกรองน้ำของบริษัท ประปาปทุมธานี จำกัด มีมูลค่าสำหรับงานก่อสร้างรวม ภาษีมูลค่าเพิ่มประมาณ 800 ล้านบาท 2.3.2 อัตราส่วนที่สำคัญทางการเงิน งบการเงินรวม ตรวจสอบแล้ว สอบทานแล้ว 31 ธ.ค. 47 31 ธ.ค. 48 31 ธ.ค. 49 30 มิ.ย. 50 อัตราส่วนสภาพคล่อง อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) 1.20 1.07 0.99 1.08 อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว (เท่า) 0.82 0.26 0.17 0.23 อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า) 2.53 5.07 3.13 1.11 บริษัทหลักทรัพย์ ฟาร์อีสท์ จำกัด หน้า 11 งบการเงินรวม ตรวจสอบแล้ว สอบทานแล้ว 31 ธ.ค. 47 31 ธ.ค. 48 31 ธ.ค. 49 30 มิ.ย. 50 ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน) 143 72 116 323 อัตราการหมุนเวียนสินค้าคงคลัง (เท่า) 68.88 44.53 89.60 25.58 ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน) 6 9 5 14 ระยะเวลาชำระหนี้ (วัน) 109 228 204 486 อัตราการหมุนเวียนเจ้าหนี้ (เท่า) 3.32 1.58 1.77 0.74 วงจรเงินสด (วัน) 40 (149) (85) (149) อัตราส่วนแสดงความสามารถในการหา กำไร อัตรากำไรขั้นต้น (%) 20.44 13.34 9.49 10.00 อัตรากำไรสุทธิ (%) 2.63 4.57 (5.61) 5.40 อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (%) 4.49 14.07 (25.28) 8.54 อัตราส่วนแสดงประสิทธิภาพในการ ดำเนินงาน อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (%) 1.02 2.50 (4.40) 1.53 อัตราการหมุนของสินทรัพย์ (เท่า) 0.39 0.55 0.78 0.28 อัตราส่วนวิเคราะห์นโยบายทางการเงิน อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (เท่า) 4.18 5.05 5.31 4.03 อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (เท่า) 1.11 2.28 1.85 1.13 อัตราส่วนความสามารถชำระดอกเบี้ย (เท่า) 2.15 (2.53) 1.39 (0.56) อัตราส่วนในการชำระภาระผูกพัน (เท่า) (1.50) (0.87) 0.00 (0.15) สภาพคล่อง สภาพคล่องของกลุ่มบริษัท พิจารณาจากงบการเงินรวมสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2550 มีกระแสเงินสดสุทธิ เพิ่มขึ้นจำนวน 1,113 ล้านบาท โดยมีกระแสเงินสดสุทธิที่เพิ่มขึ้นจากกระแสเงินสดรับจากกิจกรรมลงทุน จำนวนประมาณ 975 ล้านบาท จากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทร่วม (หุ้นสามัญของบริษัท ประปา ปทุมธานี จำกัด) และกระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงินจำนวน 969 ล้านบาท (โดยการใช้สิทธิตาม ใบสำคัญแสดงสิทธิจำนวน 877 ล้านบาท) โดยที่บริษัทมีกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงานจำนวน 826 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีความคืบหน้าในงานก่อสร้างค่อนข้างมากทำให้รายการลูกหนี้การค้า งาน ระหว่างก่อสร้างตามสัญญาเพิ่มสูงขึ้น และการที่บริษัทต้องคืนรายการเงินรับล่วงหน้าจากผู้ว่าจ้างและค่า ก่อสร้างที่เรียกเก็บเป็นงวดตามสัญญาให้แก่ผู้ว่าจ้าง ดังนั้น เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด สำหรับงวด หกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2550 จึงเท่ากับ 4,147 ล้านบาท จากการพิจารณาอัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ ซึ่งภาพโดยรวมของกลุ่มบริษัทสำหรับงวดหกเดือนแรก สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2550 มีแนวโน้มดีขึ้นจากปี 2549 แม้ว่าผลการดำเนินการที่ผ่านมาสำหรับช่วงหก เดือนแรกกำไรที่เกิดขึ้นจะมิได้เกิดจากธุรกิจหลัก (รับเหมาก่อสร้าง ขายวัสดุก่อสร้างและบริหารโครงการ) แต่เกิดจากการบันทึกกำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัท ประปาปทุมธานี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมของ บริษัท แต่ก็ถือได้ว่าบริษัทและกลุ่มบริษัทยังบริหารจัดการการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้ สถานการณ์ปัญหารอบด้าน อาทิ เศรษฐกิจ การเมือง รวมทั้งปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อทุกภาคธุรกิจ บริษัทหลักทรัพย์ ฟาร์อีสท์ จำกัด หน้า 12 โดยที่กลุ่มบริษัทมีอัตราส่วนสภาพคล่องเพิ่มขึ้นจากปี 2549 ที่ 0.99 เท่า เป็น 1.08 เท่า อัตราส่วนสภาพ คล่องหมุนเร็วเพิ่มขึ้นเช่นกัน จากปี 2549 ที่ 0.17 เท่า เป็น 0.23 และอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น ลดลงจาก 5.31 เท่าในปี 2549 เป็น 4.03 เท่า จากการที่บริษัทได้รับชำระเงินสดจากการจำหน่ายเงินลงทุน ในบริษัทร่วมดังกล่าวข้างต้น นอกจากนี้ สำหรับความสามารถในการจัดเก็บรายได้ของบริษัทในปี 2550 เท่ากับ 323 วัน ซึ่งจัดเก็บได้ช้ากว่าในปี 2549 ที่ 116 วัน สาเหตุจากลูกหนี้โครงการก่อสร้างทางพิเศษบาง พลี-สุขสวัสดิ์ (บางพลี-บางขุนเทียน) ของรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งเป็นโครงการที่มีการเบิกจ่ายรับเงินค่างวดงาน จากธนาคารแห่งหนึ่งที่ให้สินเชื่อแทนการเบิกรับเงินจากผู้ว่าจ้าง โดยผู้ว่าจ้างจะรับโอนภาระหนี้ทั้งหมดจาก ธนาคารดังกล่าว ณ วันที่ได้รับส่งมอบงานทั้งโครงการ โดยรวมกลุ่มบริษัทมีสถานะทางการเงินปี 2549 ที่ด้อยลงกว่าปี 2548 ที่ผ่านมา โดยมีอัตราส่วนสภาพคล่อง ลดลงจากปี 2548 ที่ 1.07 เท่า เหลือเพียง 0.99 เท่าในปี 2549 และอัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็วลดลงจาก ปี 2548 ที่ 0.26 เท่า เหลือเพียง 0.17 เท่าในปี 2549 และอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่เพิ่มขึ้นจาก (ยังมีต่อ)