EN
TH
ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์

ข่าวแจ้งตลาดหลักทรัพย์

26 มีนาคม 2551

ชี้แจงการเปลี่ยนเงื่อนไขการชำระคืนเงินกู้แก่กิจการร่วมค้า

ที่ CK-08-0000-PO-L-0046 26 มีนาคม 2551 เรื่อง ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการชำระคืนเงินให้กู้ยืมแก่กิจการร่วมค้า เรียน กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อ้างถึง งบการเงินประจำปี 2550 ตามที่อ้างถึง บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) ได้นำส่งงบการเงินประจำปี 2550 ต่อตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2551 ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้แจ้งให้บริษัทฯ ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้ ผู้ลงทุนเข้าใจในรายการเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการชำระคืนเงินให้กู้ยืมแก่กิจการที่ควบคุมร่วมกัน 2 แห่ง ได้แก่ กลุ่มบริษัท ซีเคเออี คอนซอร์เตียม (CKAE) และ กิจการร่วมค้า ซีเคอีที (CKET) นั้น บริษัทฯ ขอเรียนชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติม ดังนี้ 1. รายละเอียดของการเข้าทำรายการให้กู้ยืมแก่กิจการร่วมค้าทั้ง 2 แห่ง 1.1 บริษัทฯ ได้เข้าทำรายการให้กู้ยืมเงินแก่ CKAE เพื่อนำไปใช้ในการลงทุนในการดำเนินการ ก่อสร้างโครงการพัฒนาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถท่าอากาศยานกรุงเทพ ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้นอยู่ใน CKAE คิดเป็น สัดส่วนร้อยละ 98 และบริษัทอื่นที่เหลือถือหุ้นรวมกันคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 2 โดยเป็นการให้เงินสนับสนุนใน ลักษณะของเงินกู้ยื มเงินตามสั ดส่วนการถื อ หุ้นในกิจการร่ว มค้า และเป็ นแหล่ งเงิน ที่บริษั ทฯ ได้มาจากการ ดำเนินงานของบริษัทฯ ซึ่งบริษัทฯ ได้เริ่มให้การสนับสนุนเงินกู้เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2544 ในวงเงินไม่เกิน 686 ล้านบาท (ตามสัดส่วนการถือหุ้นในกิจการร่วมค้า) จากวงเงินที่ CKAE ได้แจ้งให้บริษัทฯ และผู้ถือหุ้นรายอื่นต้อง ให้การสนับสนุนภายในวงเงินไม่เกิน 700 ล้านบาท 1.2 บริษัทฯ ได้เข้าทำรายการให้กู้ยืมเงินแก่ CKET เพื่อนำไปใช้ในการดำเนินงานโครงการ ควบคุมดูแลงานในส่วนการออกแบบ จัดหา ติดตั้ง ทดสอบการทำงานของอุปกรณ์งานระบบ และการใช้งานของ ระบบรถไฟฟ้า ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้นอยู่ใน CKET คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 80 และบริษัท เอกซ์เปอร์ต ทรานสปอร์ต จำกัด (ET) (ซึ่งเป็นบริษัทย่อย 90 % ของกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่) ถือหุ้นคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 20 โดยเป็นการให้เงิน สนับสนุนในลักษณะของเงินกู้ยืมตามสัดส่วนการถือหุ้นในกิจการร่วมค้า และเป็นแหล่งเงินที่บริษัทฯ ได้มาจาก การดำเนินงานของบริษัทฯ ซึ่งบริษัทฯ ได้เริ่มให้การสนับสนุนเงินกู้เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2545 ในวงเงินไม่เกิน 1,320 ล้านบาท (ตามสัดส่วนการถือหุ้นในกิจการร่วมค้า) จากวงเงินที่ CKET ได้แจ้งให้บริษัทฯ และ ET ต้องให้ การสนับสนุนภายในวงเงินไม่เกิน 1,650 ล้านบาท 2. เหตุผลและความจำเป็นที่บริษัทฯ ตกลงขยายระยะเวลาและเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการชำระคืนเงินให้ กู้ยืมแก่กิจการร่วมค้าทั้ง 2 แห่ง 2.1 บริษัทฯ มีเหตุผลและความจำเป็นในการขยายระยะเวลาและเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการชำระคืน เงินให้กู้ยืมแก่ CKAE เนื่องจาก CKAE ได้มีจดหมายแจ้งถึงความจำเป็นต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนในการเร่ง ดำเนินการก่อสร้างโครงการพัฒนาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถท่าอากาศยานกรุงเทพซึ่งมีมูลค่าโครงการ 3,877,661,810 บาท โดยขอวงเงินสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นตามที่แจ้งไว้ข้างต้นซึ่งเป็นเงินกู้เพิ่มจากวงเงินกู้ที่ CKAE ได้รับมาจากสถาบันการเงิน และเมื่อ CKAE ได้ดำเนินการก่อสร้างและ CKAE ต้องดำเนินการชำระคืนเงินกู้ที่มี กับสถาบันการเงินผู้ให้การสนับสนุนสินเชื่อเพื่อโครงการดังกล่าวให้ครบจำนวนก่อน แล้ว CKAE จะนำเงินส่วน ที่เหลือจากการดำเนินงานมาชำระคืนให้แก่ผู้ถือหุ้น แต่เนื่องจาก CKAE มีรายการให้กู้ยืมแก่ผู้รับเหมาช่วง ซึ่งเป็น เงินที่ CKAE ได้มาจากการเบิกเงินกู้จากสถาบันการเงิน ผู้รับเหมาช่วงประกอบด้วยบริษัท เบสท์ แพลน เทคโนโล ยี่ จำกัด (BPT) และ บริษัท โมเดิร์น คอนสตรัคชั่น แมททีเรียล จำกัด (MCM) (ซึ่งเป็นบริษัทที่กู้ยืมเงินจาก CKAE) ได้รับเงินกู้เพื่อการเร่งการก่อสร้างแต่ BPT และ MCM ไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างได้ตามสัญญา ทำให้ทั้ง BPT และ MCM ต้องเป็นลูกหนี้เงินกู้กับ CKAE ทำให้ CKAE ยังไม่สามารถชำระคืนเงินกู้ที่มีกับผู้ถือหุ้นได้ ต่อมา BPT และ MCM ได้มีการชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ย รวมจำนวน 572,679,979 บาท (คิดตามสัดส่วน) ให้แก่ CKAE คงเหลือหนี้ ณ 31 ธันวาคม 2550 จำนวน 221,903,456 บาท (คิดตามสัดส่วน) และในระหว่างปี 2550 CKAE ได้มีการชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ย รวมจำนวน 583,535,225 บาท ให้แก่บริษัทฯ คงเหลือหนี้ ณ 31 ธันวาคม 2550 จำนวน 140,968,197 บาท ซึ่งเปลี่ยนแปลงจากหนี้ระยะสั้นเป็นหนี้ระยะยาวอันจะครบกำหนดชำระ คืนในวันที่ 31 มีนาคม 2552 ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้พิจารณาจากความสามารถในการชำระหนี้ในปี 2550 ที่ผ่านมา ทำ ให้บริษัทฯ มีความเชื่อมั่นว่า CKAE จะสามารถชำระคืนเงินกู้และดอกเบี้ยให้แก่บริษัทฯ ได้ภายในระยะเวลาที่ กำหนดไว้ นอกจากนี้ การให้เงินกู้ดังกล่าว บริษัทฯ ยังได้มีการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยขึ้นอีกในอัตราร้อยละ 1.75 ต่อปี ของเงินที่กู้ยืมนับแต่วันที่กู้จนถึงวันที่ชำระเสร็จ จึงไม่ได้ทำให้บริษัทฯ เสียประโยชน์จากการให้เงินกู้ดังกล่าวแต่ อย่างใด 2.2 บริษัทฯ มีเหตุผลและความจำเป็นในการขยายระยะเวลาและเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการชำระคืน เงินให้กู้ยืมแก่ CKET เนื่องจาก CKET ได้รับว่าจ้างให้ควบคุมและบริหารโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าและบริหาร การดูแลรักษาโครงการมูลค่าสัญญา 2,181.7 ล้านบาท จากบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และได้มี จดหมายแจ้งขอการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นภายในวงเงินไม่เกิน 1,650 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินกู้เพิ่มจากวงเงินกู้ที่ CKET ได้รับมาจากสถาบันการเงิน โดย CKET ต้องดำเนินการชำระคืนเงินกู้ที่มีกับสถาบันการเงินผู้ให้การ สนับสนุนสินเชื่อเพื่อโครงการดังกล่าวให้ครบจำนวนก่อน แล้ว CKET จะนำเงินส่วนที่เหลือจากการดำเนินงาน มาชำระคืนให้แก่ผู้ถือหุ้น แต่เนื่องจาก CKET มีรายการให้เงินทดรองในการเริ่มดำเนินการให้แก่ บริษัท ระยอง เรียลเอสเตท จำกัด (RY) และบริษัท ไพรเวท อินเตอร์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (PIC) ในระหว่างที่ RY รอการ ดำเนินการพิจารณาและอนุมัติสินเชื่อจากสถาบันการเงินเพื่อดำเนินการก่อสร้างโครงการพัฒนาที่ดินก่อสร้าง สนามกอล์ฟ พร้อม รีสอร์ทที่พัก กอล์ฟคลับ และพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับ Premium Grade ขายพร้อมสิ่งปลูก สร้าง โดย RY ได้ยินยอมนำที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ดังกล่าว นอกจากนี้ บริษัทฯ CKET และ RY ยังได้นำหลักทรัพย์มาเป็นหลักประกันกับสถาบันการเงินที่ให้สินเชื่อกับบริษัทฯ เป็นวงเงินสูงถึง 1,675 ล้านบาท แต่เนื่องจาก RY และ PIC ได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาในปี 2550 ทำให้โครงการ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไม่สามารถดำเนินงานได้ตามแผนงานทำให้การชำระหนี้ดังกล่าวต้องล่าช้าออกไป CKET จึงมีความจำเป็นต้องพิจารณาขยายระยะเวลาชำระคืนเงินให้กู้ยืมให้แก่ RY และ PIC ทำให้ CKET ยังไม่ สามารถชำระคืนเงินกู้ที่มีกับผู้ถือหุ้นได้ ต่อมา RY และ PIC (ซึ่งเป็นบริษัทที่กู้ยืมเงินจาก CKET) ได้มีการชำระคืน เงินกู้ รวมจำนวน 219,791,241 บาท (คิดตามสัดส่วน) ให้แก่ CKET คงเหลือหนี้ ณ 31 ธันวาคม 2550 จำนวน 1,263,543,477 บาท (คิดตามสัดส่วน) และในระหว่างปี 2550 CKET ได้มีการชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ย รวม จำนวน 273,484,926 บาท คงเหลือหนี้ ณ 31 ธันวาคม 2550 จำนวน 1,115,972,672 บาท ซึ่งเปลี่ยนแปลงจากหนี้ ระยะสั้นเป็นหนี้ระยะยาวอันจะครบกำหนดชำระคืนในวันที่ 30 กันยายน 2552 พร้อมทั้ง CKET ยังได้มีการ ปรับดอกเบี้ยให้บริษัทฯ ได้รับดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจากเดิมอีกในอัตราร้อยละ 1 ของเงินที่กู้ยืมนับแต่วันที่กู้จนถึงวันที่ ชำระเสร็จ ซึ่งทำให้บริษัทฯ คาดว่า RY และ CKET จะสามารถชำระหนี้คืนให้แก่บริษัทฯ ภายในระยะเวลาตามที่ ได้ตกลงกัน โดยมีหลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นหลักประกัน ซึ่งมีมูลค่าเพียงพอที่จะครอบคลุมเงินให้กู้ยืมดังกล่าว 3. การขยายระยะเวลาชำระคืนเงินให้กู้ยืมแก่ CKAE และ CKET นั้น บริษัทฯ จำเป็นต้องขยายระยะเวลา การชำระคืนให้สอดคล้องกับการที่ CKAE และ CKET ขยายระยะเวลาการชำระคืนเงินให้กู้ยืมแก่ BPT, MCM, RY และ PIC โดย ณ ปัจจุบันรายการลูกหนี้ของทั้งสี่บริษัทฯ เป็นที่มาหลักของเงินในการชำระคืนเงินกู้ให้แก่ผู้ถือ หุ้นของกิจการร่วมค้าทั้งสอง ตามที่ได้แจ้งไว้ในข้อ 2.1 และ 2.2 ทั้งนี้ บริษัทฯ จะรายงานความคืบหน้าการได้รับชำระเงินให้กู้ยืมและดอกเบี้ยจาก CKAE และ CKET ผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมการนำส่งงบการเงิน ตั้งแต่งวดไตรมาสที่ 1/2551 เป็นต้น ไป จนกว่าบริษัทฯ จะได้รับชำระเงินให้กู้ยืมและดอกเบี้ยครบถ้วน จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ ขอแสดงความนับถือ (นายปลิว ตรีวิศวเวทย์) กรรมการผู้จัดการใหญ่ 3