SET Announcements

SET Announcements

19 April 2007

1) ความเห็นของที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ

ต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวม 6,925.07 13,239.73 21,439.70 ดอกเบี้ยจ่าย 393.81 652.25 980.55 กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 204.47 684.17 (1,212.84) กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท) 0.19 0.63 (1.08) มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น (บาท) 4.53 4.56 3.85 หมายเหตุ : มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท สำหรับผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 30,314 ล้านบาท (สินทรัพย์หลักที่สำคัญ ประกอบด้วย เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ลูกหนี้การค้า- กิจการที่ไม่เกี่ยวข้อง งานระหว่างก่อสร้างตามสัญญา เป็นต้น นอกจากนี้ในส่วนของสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน ได้แก่ เงินให้กู้ยืมระยะยาวแก่บริษัทร่วมและดอกเบี้ยค้างรับ เงินลงทุนในบริษัทร่วม เงินลงทุนในบริษัทที่ เกี่ยวข้องกันและบริษัทอื่น) หนี้สินรวม 25,512 ล้านบาทและส่วนของผู้ถือหุ้น 4,802 ล้านบาท เทียบกับผล การดำเนินงาน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2548 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 29,823 ล้านบาท หนี้สินรวม 24,894 ล้านบาทและส่วนของผู้ถือหุ้น 4,929 ล้านบาท กลุ่มบริษัทมีสัดส่วนรายได้จาก 3 สายงานหลัก คือ การรับเหมาก่อสร้าง การขายวัสดุก่อสร้างและ การบริหารโครงการ สำหรับผลการดำเนินงาน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 จะมีสัดส่วนคิดเป็นร้อยละ 87.57 0.90 และ 0.44 เมื่อเทียบกับรายได้รวมของปี 2549 ตามลำดับ โดยรายได้อื่น ๆ คิดเป็นร้อย ละ 11.09 รายได้รวมของกลุ่มบริษัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 เท่ากับ 21,605 ล้านบาท เทียบกับรอบ ระยะเวลาเดียวกันของปี 2548 ที่มีรายได้รวมเท่ากับ 14,955 ล้านบาท โดยมีผลขาดทุนสุทธิ 1,213 ล้านบาท เทียบกับรอบระยะเวลาเดียวกันของปี 2548 ที่มีผลกำไรสุทธิ 685 ล้านบาท สาเหตุหลักเกิดจาก บริษัทมีกำไรลดลงจากปี 2548 จำนวน 1,897 ล้านบาทหรือลดลงร้อยละ 277.28 ในส่วนของค่าใช้จ่ายมี รายการบันทึกค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสำหรับลูกหนี้เงินชดเชยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น รายการส่วนแบ่งขาดทุนจาก กิจการร่วมค้า บีบีซีดี ซึ่งเป็นผลจากการที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาไม่บังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ในการให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทยชำระเงินให้แก่กิจการร่วมค้า บีบีซีดี แต่อย่างไรก็ตามคำพิพากษา ไม่ได้ทำให้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมายในเรื่องค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจำนวน 6,040 ล้านบาทรวมดอกเบี้ยใน อัตราร้อยละ 7.50 ต่อปีของกิจการร่วมค้าเสียไปแต่อย่างใด ทั้งนี้ หากพิจารณาจากรายได้รวมของกลุ่มบริษัทจะพบว่าในปี 2549 ในงบการเงินรวมมีรายได้รวม เท่ากับ 21,605 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2548 ซึ่งมีรายได้รวมเท่ากับ 14,955 ล้านบาทหรือคิดเป็นราย ได้รวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 44.46 เนื่องจากบริษัทมีความคืบหน้าในการก่อสร้างโดยมีรายได้จากการรับเหมา ก่อสร้างเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะโครงการก่อสร้างเขื่อนน้ำงึม 2 ในประเทศลาว โครงการก่อสร้างทางพิเศษ สายบางพลี-สุขสวัสดิ์ (บางพลี-บางขุนเทียน) ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย โครงการก่อสร้าง อุโมงค์ระบายน้ำจากบึงมักกะสันลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาของกรุงเทพมหานคร และโครงการ Ground Improvement for the 1st Midfield Satellite Aprons & 3rd Runway Project ของ บริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด รวมทั้งบริษัทมีกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนระยะสั้น สำหรับหุ้นสามัญของ TTW ให้แก่บริษัท มิตซุย วอเตอร์ โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ทางด่วน กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) อีกทั้งบริษัทได้รับรายได้จากการโอนกลับดอกเบี้ยค้างจ่ายที่ผู้ร่วมค้าในกิจการ ร่วมค้า บีบีซีดี มีมติเห็นชอบร่วมกันในการยกเว้นการคิดดอกเบี้ยจ่ายสำหรับเงินกู้ที่มาจากผู้ร่วมค้าทั้งหมด ทั้งนี้รายได้จากการก่อสร้างทั้งหมดของบริษัทเป็นการรับงานก่อสร้างให้แก่ลูกค้าทั้งภาครัฐบาลและเอกชน โดยคิดเป็นสัดส่วนลูกค้าภาครัฐบาลร้อยละ 70 และภาคเอกชนร้อยละ 30 ซึ่ง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 บริษัทมีมูลค่างานในมือที่จะรับรู้เป็นรายได้ในอนาคตจำนวน 29,597 ล้านบาท และบริษัทยังมีงานที่ รอการลงนามว่าจ้างก่อสร้างสำหรับโครงการระบบเก็บค่าผ่านทางและระบบควบคุมความปลอดภัยด้านการ จราจรของการทางพิเศษสายบางพลี-บางขุนเทียน ช่วงสุขสวัสดิ์-บางขุนเทียน โดยมีมูลค่าสำหรับงาน ก่อสร้างรวมภาษีมูลค่าเพิ่มประมาณ 2,619 ล้านบาท และโครงการส่วนต่อขยายโรงกรองน้ำของ PTW มี มูลค่าสำหรับงานก่อสร้างรวมภาษีมูลค่าเพิ่มประมาณ 800 ล้านบาท 2.3.2 อัตราส่วนที่สำคัญทางการเงิน งบการเงินรวม ตรวจสอบแล้ว 31 ธ.ค. 47 31 ธ.ค.48 31 ธ.ค. 49 อัตราส่วนสภาพคล่อง อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) 1.20 1.07 0.99 อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว (เท่า) 0.82 0.26 0.17 อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า) 2.53 5.07 3.13 ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน) 143 72 116 อัตราการหมุนเวียนสินค้าคงคลัง (เท่า) 68.88 44.53 89.60 ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน) 6 9 5 ระยะเวลาชำระหนี้ (วัน) 109 228 204 อัตราการหมุนเวียนเจ้าหนี้ (เท่า) 3.32 1.58 1.77 วงจรเงินสด (วัน) 40 (149) (85) อัตราส่วนแสดงความสามารถในการหากำไร อัตรากำไรขั้นต้น (%) 20.44 13.34 9.49 อัตรากำไรสุทธิ (%) 2.63 4.57 (5.61) อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (%) 4.49 14.07 (25.28) อัตราส่วนแสดงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (%) 1.02 2.50 (4.40) อัตราการหมุนของสินทรัพย์ (เท่า) 0.39 0.55 0.78 อัตราส่วนวิเคราะห์นโยบายทางการเงิน อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (เท่า) 4.18 5.05 5.31 อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (เท่า) 1.11 2.28 1.85 อัตราส่วนความสามารถชำระดอกเบี้ย (เท่า) 2.15 (2.53) 1.39 อัตราส่วนในการชำระภาระผูกพัน (เท่า) (1.50) (0.87) 0.00 สภาพคล่อง สภาพคล่องของกลุ่มบริษัทในปี 2549 จากงบการเงินรวมมีกระแสเงินสดสุทธิเพิ่มขึ้นจำนวน 1,493 ล้านบาท โดยมีกระแสเงินสดสุทธิที่เพิ่มขึ้นจากกระแสเงินสดรับจากกิจกรรมลงทุนจำนวน 1,704 ล้านบาท จากการจำหน่ายเงินลงทุนระยะสั้น (หุ้นสามัญของ TTW) และกระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงิน จำนวน 2,554 ล้านบาท (โดยการออกหุ้นกู้จำนวน 2,000 ล้านบาทและการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 1,442 ล้านบาท) โดยที่บริษัทมีกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงานจำนวน 2,751 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีความคืบหน้าในงานก่อสร้างค่อนข้างมากทำให้รายการลูกหนี้การค้า งานระหว่างก่อสร้าง ตามสัญญาเพิ่มสูงขึ้น และการที่บริษัทต้องคืนรายการเงินรับล่วงหน้าจากผู้ว่าจ้างและค่าก่อสร้างที่เรียกเก็บ เป็นงวดตามสัญญาให้แก่ผู้ว่าจ้าง อีกทั้งบริษัทได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนในเงินสดและรายการ เทียบเท่าเงินสดทำให้กระแสเงินสดลดลง ทำให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ วันสิ้นงวดปี 2549 เท่ากับ 3,033 ล้านบาท โดยรวมกลุ่มบริษัทมีสถานะทางการเงินปี 2549 ที่ด้อยลงกว่าปี 2548 ที่ผ่านมา โดยมีอัตราส่วน สภาพคล่องลดลงจากปี 2548 ที่ 1.07 เท่า เหลือเพียง 0.99 เท่าในปี 2549 และอัตราส่วนสภาพคล่อง หมุนเร็วลดลงจากปี 2548 ที่ 0.26 เท่า เหลือเพียง 0.17 เท่าในปี 2549 และอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วน ของผู้ถือหุ้นที่เพิ่มขึ้นจาก 5.05 เท่าในปี 2548 เป็น 5.31 เท่าในปี 2549 เนื่องจากบริษัทมีการออกหุ้นกู้ เพิ่มเติม สำหรับความสามารถในการจัดเก็บรายได้ของบริษัทในปี 2549 เท่ากับ 116 วัน ซึ่งจัดเก็บได้ช้า กว่าในปี 2548 ที่ 72 วัน เนื่องจากมีการเบิกจ่ายเงินงบประมาณที่ล่าช้าในส่วนงานราชการ อันมีผลมา จากปัญหาความไม่สงบทางการเมืองภายในประเทศ แต่หากพิจารณาถึงการบริหารอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ ส่วนของผู้ถือหุ้นตามเงื่อนไขของหุ้นกู้ บริษัทสามารถที่จะบริหารได้ดีขึ้นจากเดิม โดยปี 2549 มีการลดลง ของอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็นหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยซึ่งประกอบด้วย เงินกู้เบิกเกินบัญชี เจ้าหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี เงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี หุ้นกู้ที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี เจ้าหนี้และเงินกู้ยืมจากกิจการที่เกี่ยวข้องกันที่มีภาระดอกเบี้ย เจ้าหนี้ ตามสัญญาเช่าซื้อ-สุทธิจากส่วนที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี เงินกู้ยืมระยะยาว (สุทธิ) จากส่วนที่ถึง กำหนดชำระภายในหนึ่งปี หุ้นกู้ (สุทธิ) จากส่วนที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี หักเงินสดและรายการ เทียบเท่าเงินสด เงินฝากธนาคารที่ติดภาระผูกพัน เงินลงทุนระยะสั้น และลูกหนี้การค้าซึ่งเป็นองค์กรของ รัฐหรือรัฐวิสาหกิจตามสัญญาก่อสร้างที่มีภาระดอกเบี้ยและลูกหนี้การค้าดังกล่าวได้ออกหนังสือรับรองผลงาน แล้ว คือ ลูกหนี้การค้าสำหรับโครงการก่อสร้างทางพิเศษสายบางพลี-สุขสวัสดิ์ (บางพลี-บางขุนเทียน) ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ปี 2549 ที่ลดลง จากการที่บริษัทมีเงินสดเงินสดรับจากการออกหุ้นเพิ่ม ทุนจำนวน 1,442 ล้านบาทซึ่งจะทำให้เงินสดและส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น อีกทั้งจากการที่ศาลฎีกามี คำพิพากษาไม่บังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการในการให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทยชำระเงินให้ แก่กิจการร่วมค้า บีบีซีดี แต่อย่างไรก็ตามคำพิพากษาไม่ได้ทำให้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมายในเรื่องค่าใช้ จ่ายที่เพิ่มขึ้นจำนวน 6,040 ล้านบาทรวมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.50 ต่อปีของกิจการร่วมค้าเสียไปแต่ อย่างใด ในทางบัญชีบริษัทต้องแสดงรายการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญสำหรับลูกหนี้เงินค่าชดเชยค่าใช้จ่ายที่ เพิ่มขึ้นทั้งจำนวนในงบการเงินรวมซึ่งจะส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง และจากการที่ผู้ร่วมค้าในกิจการร่วม ค้า บีบีซีดี ได้มีมติเห็นชอบร่วมกันในการยกเว้นการคิดดอกเบี้ยจ่ายสำหรับเงินกู้ที่มาจากผู้ร่วมค้าทั้งหมดใน กิจการร่วมค้า บีบีซีดี ทำให้บริษัทมีรายการโอนกลับดอกเบี้ยค้างจ่ายจำนวน 443 ล้านบาทในส่วนของราย ได้ในงบกำไรสุทธิของงบการเงินรวม และรายได้ดอกเบี้ยค้างรับตัดบัญชีจำนวน 13 ล้านบาทเป็นค่าใช้จ่าย ในงบกำไรสุทธิของการเงินรวม ทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น โดยปี 2549 มีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วน ของผู้ถือหุ้นเท่ากับ 1.85 เท่าลดลงจากปี 2548 ที่ 2.28 เท่า 2.4 ผู้ถือหุ้น รายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัท ณ วันที่ 7 เมษายน 2549 ซึ่งเป็นวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นล่าสุด ประกอบด้วย รายชื่อ จำนวนหุ้น ร้อยละ 1.กลุ่มตระกูลตรีวิศวเวทย์ 1.1 นายถาวร ตรีวิศวเวทย์ 16,481,000 1.51 1.2 นายปลิว ตรีวิศวเวทย์ 16,498,000 1.52 1.3 นายกำธร ตรีวิศวเวทย์ 651,000 0.06 1.4 นายประเสริฐ ตรีวิศวเวทย์ 2,348,000 0.22 1.5 บริษัท มหาศิริสยาม จำกัด 1/ 240,667,000 22.10 1.6 บริษัท ช.การช่าง โฮลดิ้ง จำกัด 1/ 125,589,500 11.53 1.7 บริษัท ซีเค. ออฟฟิซ ทาวเวอร์ จำกัด 2/ 75,000,000 6.89 1.8 บริษัท ที่ดินบางปะอิน จำกัด 3/ 18,935,000 1.74 รวม 496,169,500 45.57 2.ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) 93,268,300 8.56 3.นางปราณี ทองกิตติกุล 63,214,300 5.80 4.นายชาญณรงค์ วงศ์สีนิล 27,000,000 2.48 5.บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 24,836,700 2.28 6.Morgan Stanley & Co International Limited 16,950,000 1.56 7.นายจิตต์อรุณ อนุพันธนันท์ 13,651,500 1.25 8.State Street Bank and Trust Company for Australia 12,000,000 1.10 9.Chase C.S. Central Nominees Limited 19 11,424,500 1.05 10.HSBC (Singapore) Nominees Pte Ltd. 9,114,800 0.84 รวม 767,629,600 70.49 หมายเหตุ : 1/ เป็นบริษัทที่กลุ่มตรีวิศวเวทย์ดำรงตำแหน่งกรรมการทั้งหมดในบริษัท 2/ กลุ่มตรีวิศวเวทย์ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 62.50 ที่เหลือเป็นผู้ถือหุ้นรายอื่น ๆ 3/ กลุ่มตรีวิศวเวทย์ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 41.66 ที่เหลือเป็นผู้ถือหุ้นรายอื่น ๆ 2.5 คณะกรรมการบริษัท รายชื่อคณะกรรมการของบริษัท ณ วันที่ 2 เมษายน 2550 ประกอบด้วย รายชื่อ ตำแหน่ง 1. นายปลิว ตรีวิศวเวทย์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ 2. นายณรงค์ แสงสุริยะ กรรมการ 3. นางสายเกษม ตรีวิศวเวทย์ กรรมการ 4. นายรัตน์ สันตอรรณพ กรรมการ 5. นายประเสริฐ มริตตนะพร กรรมการ 6. ดร. สมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการ 7. นายอนุกูล ตันติมาสน์ กรรมการ 8. นายอัศวิน คงศิริ กรรมการอิสระ 9. นายวิฑูร เตชะทัศนสุนทร ประธานกรรมการตรวจสอบ 10. นายดอน ปรมัตถ์วินัย กรรมการตรวจสอบ 11. นายถวัลย์ศักดิ์ สุขะวรรณ กรรมการตรวจสอบ 2.6 ข้อมูลของบริษัท น้ำประปาไทย จำกัด (มหาชน) 2.6.1 ความเป็นมาและลักษณะการประกอบธุรกิจ บริษัท น้ำประปาไทย จำกัด (มหาชน) จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2543 มีทะเบียน เลขที่ 0107549000114 โดยเป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัทกับกลุ่มเธมส์ วอเตอร์ ในสัดส่วนร้อยละ 50 : 50 และมีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำประปา ให้กับ กปภ. ในเขตพื้นที่ จังหวัดนครปฐม และจังหวัดสมุทรสาคร โดย TTW ได้ทำสัญญาซื้อขายน้ำประปากับ กปภ. โดย TTW เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในระบบผลิตน้ำประปาและระบบจ่ายน้ำประปาและไม่ต้องโอนกรรมสิทธิ์ในระบบผลิต และระบบการจ่ายน้ำประปาดังกล่าวให้ กปภ. โดยสัญญาดังกล่าวมีอายุ 30 ปี เริ่มต้นเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2547 และสิ้นสุดวันที่ 21กรกฎาคม 2577 ทั้งนี้ TTW เป็นผู้ประกอบกิจการประปาเอกชนที่มี กำลังการผลิตสูงที่สุดในประเทศที่อัตรา 320,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ปัจจุบัน TTW มีทุนจดทะเบียน 3,990 ล้านบาทและมีทุนชำระแล้ว 3,250 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น หุ้นสามัญจำนวน 32,500,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท มีที่ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 30/10 หมู่ที่ 12 ตำบลไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม 2.6.2 ผลการดำเนินงาน สรุปฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานของ TTW ที่ผ่านการตรวจสอบจาก บริษัท สำนักงาน เอินส์ท แอนดยัง จำกัด ณ วันที่ 31 ธันวาคม ปี 2547 - 2549 (หน่วย : ล้านบาท) งบการเงินรวม ตรวจสอบแล้ว 31 ธ.ค. 47 31 ธ.ค. 48 31 ธ.ค. 49 สินทรัพย์หมุนเวียน 459.81 820.44 1306.61 สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน 9753.94 9540.52 9375.29 สินทรัพย์รวม 10213.75 10360.96 10681.95 หนี้สินรวม 7095.97 7013.15 6792.09 ทุนจดทะเบียนและทุนที่ชำระแล้ว 3000.00 3000.00 3250.00 ส่วนของผู้ถือหุ้น 3117.78 3347.82 3889.86 รวมหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น 10213.75 10360.96 10681.95 รายได้รวม 889.91 1360.25 1722.19 ต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวม 276.16 680.32 610.77 ดอกเบี้ยจ่าย 151.18 344.90 437.02 กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 432.57 335.04 674.02 กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท) 14.56 11.17 0.21 มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น (บาท) 88.81 111.59 1.20 หมายเหตุ : เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2549 ได้มีการเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้จากเดิมหุ้นละ 100 เป็น 1 บาท 2.6.3 รายชื่อผู้ถือหุ้น รายชื่อผู้ถือหุ้นของ TTW ณ วันที่ 23 มีนาคม 2550 ประกอบด้วย รายชื่อ จำนวนหุ้น ร้อยละ 1. บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) 1,549,839,400 47.69 2. บริษัท มิตซุย วอเตอร์ โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด 1,137,500,000 35.00 3. บริษัท ทางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) 406,250,000 12.50 4. ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) 81,410,000 2.50 5. ธนาคาร ทหารไทย จำกัด (มหาชน) 75,000,000 2.30 6. นายสมบัติ กิจจาลักษณ์ 100 0.00 7. นายณรงค์ แสงสุริยะ 100 0.00 8. นายประเสริฐ มริตตนะพร 100 0.00 9. นายสมโพธิ ศรีภูมิ 100 0.00 10. นายสมัย ไพบูลย์ 100 0.00 11. นางสาวพรรณ์สกุล พันธ์พรหม 96 0.00 12. นายนพดล อินทรลิบ 1 0.00 13. นางสุนันทา เขมะประภา 1 0.00 14. นายประพจน์ จิรสถิตพรพงศ์ 1 0.00 15. นางสาวสาวิตรี ตรีนวรัตน์ 1 0.00 รวม 3,250,000,000 100.00 2.6.4 คณะกรรมการบริษัท รายชื่อคณะกรรมการของ TTW ณ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2550 ประกอบด้วย รายชื่อ ตำแหน่ง 1. นายปลิว วิศวเวทย์ ประธานกรรมการ 2. นายณรงค์ แสงสุริยะ กรรมการ 3. นายประเสริฐ มริตตนะพร กรรมการ 4. นายสมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการ 5. นายสมโพธิ ศรีภูมิ กรรมการ 6. นายโยชิโอะ โคเมตานิ กรรมการ 7. นายโตโมอะกิ มัตสุโมโต้ กรรมการ 8. นายเตชะทิพย์ แสงสิงแก้ว กรรมการ 9. นายไพรัช เมฆอาภรณ์ กรรมการ 10. นายสมนึก ชัยเดชสุริยะ กรรมการ 11. นายสุวิช พึ่งเจริญ กรรมการ 3. ข้อมูลของบริษัทที่จะจำหน่ายไป 3.1 ความเป็นมาและพัฒนาการที่สำคัญ บริษัท ประปาปทุมธานี จำกัด เดิมชื่อ บริษัท พีซีเคที (ประเทศไทย) จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อ วันที่ 29 พฤษภาคม 2538 มีทะเบียนเลขที่ 0105538063801 โดย มีวัตถุประสงค์ในการผลิตและจำหน่าย น้ำประปาและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งบำรุงรักษาระบบผลิตและจำหน่ายน้ำประปาตามสัญญาให้สิทธิดำเนิน การผลิตและจำหน่ายน้ำประปาที่บริษัทได้รับสัมปทานจาก กปภ. โดยมีบริษัทย่อย คือ บริษัท บีเจที วอเตอร์ จำกัด ("บจ. บีเจที วอเตอร์" หรือ "BJT") ปัจจุบัน PTW มีทุนจดทะเบียน 2,752 ล้านบาทและมีทุนชำระแล้ว 2,752 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น หุ้นสามัญจำนวน 27,520,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ เลขที่ 43 หมู่ที่ 3 ถนนเชียงรากน้อย-บางไทร อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการที่สำคัญ 29 พฤษภาคม 2538 จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท โดยมีทุนจดทะเบียนจำนวน 100,000 บาท แบ่งออก เป็นหุ้นสามัญ จำนวน 1,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท ซึ่งผู้ร่วมก่อตั้ง เริ่มแรกประกอบด้วย บริษัท บริษัท เธมส์ วอเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศ ไทย) จำกัด บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) บริษัท ช.การช่าง โฮลดิ้ง จำกัด บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) บริษัท นครหลวงค้าข้าว จำกัด และบริษัท โบวิส ลิมิเต็ด จำกัด โดยมีธนาคาร ทหารไทย จำกัด (มหาชน) และ ธนาคาร กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นทั้งผู้ให้เงินกู้และผู้ถือหุ้น 2 สิงหาคม 2538 PTW มีการเพิ่มทุนจากเดิม 100,000 บาท เป็น 200 ล้านบาท 31 สิงหาคม 2538 PTW ลงนามในสัญญาร่วมทุนในรูปแบบ (Build-Operate-Transfer หรือ BOT) กับ กปภ. โดยที่สัญญาร่วมทุนมีระยะเวลา 25 ปี นับแต่วันเริ่มดำเนินการ จ่ายน้ำประปาให้ กปภ. 25 ธันวาคม 2538 PTW มีการเพิ่มทุนจากเดิม 200 ล้านบาท เป็น 1,102 ล้านบาท 15 ตุลาคม 2541 เริ่มดำเนินการผลิตน้ำประปาเพื่อจำหน่ายให้แก่ กปภ. 1 ธันวาคม 2541 PTW ได้ว่าจ้างบริษัท ปทุมธานี โอเปอเรชั่นส์ จำกัด ("OPCO") ให้เป็นผู้บริหาร จัดการและซ่อมบำรุงโครงการน้ำประปาปทุมธานี-รังสิต ภายใต้สัญญาสัมปทาน ของ กปภ. โดย OPCO จะเป็นผู้บริหารจัดการผลิตน้ำประปาตามปริมาณที่กำหนด เพื่อให้ PTW สามารถนำไปจำหน่ายต่อ กปภ. โดย OPCO เป็นบริษัทที่จดทะเบียน จัดตั้งขึ้นในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2541 เพื่อดำเนินธุรกิจหลักในการเป็นผู้บริหาร จัดการและซ่อมบำรุงระบบการผลิตน้ำประปาใน "โครงการน้ำประปาปทุมธานี- รังสิต" เป็นระยะเวลา 25 ปี เริ่มต้นวันที่ 1 ธันวาคม 2541 ถึงวันที่ 1 ธันวาคม 2566 ต่อมา OPCO ได้ว่าจ้าง BJT อีกทอดหนึ่ง สำหรับสาเหตุที่ OPCO ต้องว่าจ้าง BJT อีกทอดหนึ่ง เนื่องจากธุรกิจหลักของ OPCO คือ การเป็นผู้รับผิดชอบในการ บริหารจัดการและซ่อมบำรุงสำหรับ "โครงการน้ำประปาปทุมธานี-รังสิต" เท่านั้น ในขณะที่ BJT เป็นผู้ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในระบบการผลิตน้ำ ประปา จะเป็นผู้ให้บริการเกี่ยวกับการดำเนินงานปฏิบัติ การบำรุงรักษาควบคุม คุณภาพสำหรับระบบสาธารณูปโภคด้านต่าง ๆ อาทิ ระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบผลิต และส่งจ่ายน้ำประปา รวมทั้งให้บริการทางด้านวิศวกรรม 25 ธันวาคม 2549 ที่ประชุมคณะกรรมการ CK มีมติอนุมัติให้ PTW ดำเนินการปรับโครงสร้างบริษัท เนื่องมาจากการที่ PTW ได้มีการลงนามในสัญญากับ กปภ. ในการเพิ่มกำลังการ ผลิตขึ้นอีก 70,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ประกอบกับการที่ที่ผ่านมา PTW ได้ทำ สัญญา Operation and Maintenance Agreement ("O&M") กับ OPCO ซึ่งเป็นสัญญาที่กำหนดให้ OPCO ทำหน้าที่เป็นผู้บริหารจัดการ และซ่อมบำรุงระบบ การผลิตน้ำประปาให้แก่ PTW รวมถึงการเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการ ผลิตทั้งหมด อาทิ ค่าสารเคมี ค่าไฟฟ้า ค่าแรงงานและค่าซ่อมบำรุงระบบต่าง ๆ ยกเว้นค่าอุปกรณ์อะไหล่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของ PTW โดย PTW ตกลงชำระค่า บริหารจัดการให้แก่ OPCO ในอัตราที่สามารถปรับเป็นรายปีตามอัตราการเติบโต ของดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป และ OPCO ได้ว่าจ้าง BJT อีกทอดหนึ่ง โดยมี เงื่อนไขเช่นเดียวกัน ทำให้ PTW ต้องมีภาระค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ ซึ่งเดิมที่ PTW ต้องทำสัญญาดังกล่าว เนื่องมาจากเป็นความประสงค์ของผู้ร่วมลงทุนเดิม (ภาย ใต้การนำของกลุ่มเธมส์ วอเตอร์) โดยดำเนินการดังต่อไปนี้ 1.ให้ PTW เพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 1,650 ล้านบาท เป็น 2,752 ล้านบาท 2.ให้ PTW เลิกสัญญากับ O&M กับ OPCO โดยชำระค่าเลิกสัญญาจำนวน 385 ล้านบาท (สาเหตุที่ต้องมีการจ่ายค่าชดเชย เนื่องจากในสัญญา O&M ระหว่าง (ยังมีต่อ)